Denmark Trip : B&O Asian-Pacific Orientation Tour 2006 Day 1

posted on 10 Sep 2006 19:08 by forever16 in Event

วันนี้เราจะมารายงานการไปดูงาน/อบรม/เที่ยว/กิน ที่ Struer & Copenhagen

ก็วันอาทิตย์ที่ 27/8/06 เราก็ยังไปทำงานที่พารากอนตามปกตินะคะ เพราะวันนั้นเป็นวันสุดท้ายของงาน Ronald Schmitt Showcase ที่พารากอน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านเราพอดี ก็เป็นงานของทางส่วนเฟอร์นิเจอร์ของบริษัท ก็เรียกว่าเวรของกรรมน่ะแหละค่ะ เพราะในบรรดาเซลล์เครื่องเสียงของ B&O ทั้งหมด เราเป็นคนที่รู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์ที่สุดเลยมีหน้าที่คอยช่วยด้วย

10.00. - ก็ไปเข้างาน 10 โมงปกติ ดูแลร้าน ช่วยเปิดงานแบ่งคนไปทานข้าวพอซักบ่าน 2 เราก็เดินออกไปบอกคุณอู๊ดว่าจะไปทานข้าวนะ แล้วชวนอะตอม+พี่เอ๋ไปด้วยกันก็บอกเขาว่าอยากกินข้าวไม่ก็บะหมี่เพราะคงไม่ได้กินทั้งอาทิตย์แน่ เลยไปนั่ง Food Hall ของพารากอนกินข้าวมันไก่ไป แล้วก็บอกพี่เขาว่าขอเข้าไป Super หน่อย เพราะอยากจะซื้อพวกลูกอม หมากฝรั่งกับมาม่าไปตุน เราก็เดินๆๆๆๆ เดินไปหยิบลูกอมมา 2 แพ็ค กับ Xyletal มา 1 กล่อง แล้วไปคว้ามาม่าคัพมา 1ถ้วย พี่ก็ทักว่า ไป 1 อาทิตย์อันเดียวเองจะพอเหรอเราเลยบอกว่านายบอกแล้วว่าตรงข้ามโรงแรมมีร้านขายค่ะคงไม่เป็นไร

15.00 - ก็เก็บของเตรียมเผ่นออกมาจากที่ทำงาน กลับบ้าน ทุกคนก็มองประมาณว่าจะไปแล้วเหรอ เราก็หัวเราะบอก ไปแล้วนะ ขายให้สนุกล่ะ

16.30 - ถึงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก็ตรงไปอีฟโรเช่ก่อนเลย เพราะบุคเวลา wax ไว้ เจ็บฮ่ะ ขนาดทำมาหลายครั้งแล้วยังเจ็บเลย แต่ก็เกลี้ยงเกลาดี ชอบมาก XD เพราะเป็นคนที่มีขนที่ริมฝีปากจะกัดสีก็ไม่กล้า เพราะผิวแพ้ง่ายมากๆๆๆๆๆจนมากที่สุด ก็เดินๆ ดู หนังสืออย่างรวดเร็ว ว่าง่ายๆ กวาดตาดูเท่านั้นแหละ พอไม่มีอะไรก็กลับ

17.30 - ถึงบ้าน ก็เห็นกระเป๋าเดินทาง แผ่หลาอยู่แล้ว โดยที่พระมารดาจัดการเก็บของจำนวนมหาศาลล้านแปดเข้าไปได้เรียบร้อยมาก เหล่ไปเหล่มาก็คิดในใจว่า ต้องเอากระเป๋าสแปร์ไปด้วย เผื่อเรายัดได้ไม่หมดแบบหม่ามี๊ (ซึ่งจากประสบการณ์เดินทางนรกที่ผ่านๆ มาก็พิสูจน์แล้วว่า ทุกการเดินทางกระเป๋าเราจะแตกลูก ออกดอกออกผลอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะช้อปหรือไม่เพราะขี้เกียจแพ็คอย่างดีนั่นเอง)ก็วิ่งฉิวไปคว้ากระเป๋าคิตตี้ผ้าร่มใบใหญ่ที่ใช้ใส่ของสารพันมีไปออกกำลังมา รื้อๆๆๆๆ เอาทุกอย่างออก เหลือไว้แต่แม่กุญแจเวลาล็อคล็อคเกอร์แล้วก็พับๆๆๆๆ กระทืบๆๆๆๆๆๆให้แบนที่สุดแล้วโยนลงกระเป๋าทันที

แล้วก็วิ่งไปอาบน้ำสระผมอย่างรวดเร็วเพราะหลังจากเหล่ตาราง Itinerary ที่ทำไว้แล้ว ขาไปนี่นั่งกัน 11.05 ชั่วโมง ขืนไม่อาบก่อนมีหวังกลิ่นออกพอดี ปกตินัทต้องม้วนโรลนอนเพราะผมนัทจะตรงแล้วเป็นคนอวบระยะสุดท้าย เลยเอาผมมาปิดๆ แต่งานนี้เอาเลอซาช่าที่นานๆ จะเอามาใช้ทีออกมาหนีบให้ได้รูป ก็ลำบากพอควร เพราะไม่ถนัด...ก็โอเคพอถูไถ


20.30 ก็เสร็จทุกอย่างลงมาเช็คของก่อนออกจากบ้าน ก็ส่งข้อความกับเล็ก เพื่อนที่จะต้องไปด้วยกัน นัดแนะเวลา สถานที่ ซึ่งที่จริงก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่เพราะบ้านเล็กเขาอยู่ตรงข้ามสนามบินเลยไง

21.15 ก็ไปรอเช็คอินเราถึงก่อน ก็ไปรอเช็คอิน พอเล็กมาก็ไปเช็ค กะลังบ่นๆ เลยว่าของเราคงหนักมาก จะเกินหรือเปล่าเนี่ย เพราะกระเป๋าใหญ่พอสมควร พอชั่งเสร็จก็ 12.5 กิโลพอดี ก็ชั่งของเล็กต่อ ปรากฎว่า 16 กิโลฮ่ะ สองคนอึ้งไปเลย มันผู้ชายนะโว้ย เราน่ะผู้หญิง ไหงของเราเบากว่าล่ะ กรีดร้องอยู่ในใจ ฮือๆๆ

หลังจากนั้นก็ลาพระบิดาและพระมารดาเข้าไปข้างในผ่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างสบายๆ ก็เดินดูนั่นดูนี่ ซื้อชอคโกแลตไว้เป็นของฝากพี่ที่ออฟฟิศ เพราะเคยมีการซื้อของฝากขาดเลยเข็ด ซื้อเผื่อไว้ก่อน เพราะถ้าเจออะไรดีแล้วเราซื้อมาเพิ่มอันที่ซื้อก่อนแบบนี้เราก็ยังกินเองได้ เพราะที่ซื้อคือของยี่ห้อที่ชอบ ก็เลยเดินๆไปรอที่ประตูแล้วก็ซื้อน้ำ+แซนวิชไปนั่งกินนิดหน่อย แล้วเปิ้ลก็โทรหาเล็กว่าที่พารากอนกำลังเก็บของกัน แต่!!! พระเจ้าช่วยกล้วยไม้ทอด (ย้ำ กล้วยไม้นะคะ) ไม่มีไฟฮ่ะ แป่ว ทำงานในความมืด คราวนี้ก็เลยกระหน่ำโทรหาคนของพารากอนกันใหญ่ ประมาณเอ็งงงงงง ครั้งที่ 2 แล้วนะ ตอนจัดของก็ทีแล้ว อย่าอยู่เลยชีวิต กว่าจะเสร็จ หึหึเข้าแถวที่ประตูแล้วพอดี

ระหว่างรอเรียกจู่ๆ ก็มีการเรียกเรา 2 คนไปอัพเกรดเป็น Extra Economy กัน ไม่รู้คุณคอนนี่ไปทำอะไรไว้หรือเปล่า เลยได้อัพเกรดกันแบบนี้ แต่คราวนี้ยอมรับ ขอบพระคุณในชีวิตและทรัพย์สินของนายจริงๆ ที่ได้อัพเกรดคราวนี้ เพราะขนาดนั่งตรงเอ็กซ์ตร้ายังปวดเมื่อยขนาดนี้ ถ้านั่งแบบปกติ อิฉันคงตายก่อนแน่ๆ เลย 11.05ชั่วโมง โอ้พระเจ้า !!!

ขึ้นปุ๊บก็สำรวจที่นั่ง เอาหนังสือออกมา ดูของที่กระเป๋าข้างหน้า โอ้ มีแปรงสีฟันกับยาสีฟันด้วย อืมมมม เริ่ด หลังจากนั่งไปแป๊บนึงก็มีอาหารมาเสิร์ฟ โอ้ แอร์ที่นี่รุ่นป้าฮ่ะ แต่ท่าทางแข็งแรงมาก หุ่นนี่บึกเชียว พอกินก็นอน ตื่นมาก็อ่านหนังสือบ้าง เขียนนั่นจดนี่ เออบนเครื่องคราวนี้นัทเขียนนิยายไปได้บทนึงล่ะ ไว้จะส่งให้เจ้าเหมียวคีที่เชียงใหม่พิมพ์ให้ดีกว่า โฮะๆๆๆๆ ท่าทางจะโดนมันด่าเข้าให้แน่ๆ เลย

พอเครื่องลงที่โคเปน นัทกับเล็กก็เดินหน้าเชิดไปที่ตม. พอตรวจเอกสารเสร็จก็เดินออกไปหาทางไปตึกในประเทศทันที (แอบแวะแลกเงินที่ในสนามบินนิดนึง เจอว่าเขาใช้โทรศัพท์ BeoCom 1401 Wall Mounted ด้วยล่ะ สมเป็นบ้านเกิดของ B&O จริงๆ) ซึ่งในเอกสารที่เขาส่งมาให้ ทานโทษ ไกลมากค่ะ นายก็ยังบอกเลยว่าให้ใช้รถรับส่งที่มีดีกว่า

แต่...งี้ดดดด มันอีกตั้ง 2 ชั่วโมงนะเจ้าคพ งี้ดดดดดดด อยากเดินดูในสนามบินอ่ะ อยากเดินดูของ ดูโน่นนี่ แง แต่ก็ต้องไปเลย เพราะเด๋วตกเครื่อง ก็เดินไปรอที่ป้านรถซึ่งทานโทษ ท่านบอกว่าหน้าร้อน ซัมเมอร์ แต่ทำไมมันหนาวยังกะเชียงใหม่ตอนตี 5 หน้าหนาวของเราล่ะท่าน นัทมั่นใจว่าเป็นคนขี้ร้อนสุดๆ ไปฮ่องกง 6 องศา อีนี่ฉานยังไม่ยอมใส่เสื้อหนาวเลย (บอกแล้วไขมันมันหนา) ทำไมอิฉันหนาวแบบนี้ล่ะคะ โฮฮฮฮ ระหว่างรอรถมาก็เลยจะส่ง SMS หาคุณคอนนี่ แต่! ทุกท่านก็ทราบว่าน้องนัทห่วยเรื่องพิมพ์ดีดกับส่ง SMS แค่ไหน เลยส่งให้เล็กซึ่งชำนาญกว่าพิมพ์ไป โดยใช้เครื่องนัท หุหุ

เอาไว้มาต่อเอนทรี่หน้านะว่าลงจากรถแล้วเป็นไงมั่ง เพราะเริ่มยาวเกินแล้ว

Comment

Comment:

Tweet