Pride & Prejudice by jane Austen หนังสือที่เราจะแนะนำให้คนอ่าน
posted on 30 Jan 2007 17:09 by forever16 in Novelวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องหนังสือค่ะ ตอนแรกว่าจะรีวิวดีวีดีแต่นึกไปนึกมา เอาหนังสือก่อนละกัน จะได้รู้เรื่องแล้วพอดีวีดี จะได้ไม่ต้องเล่าเนื้อเรื่องอ่ะ ขี้เกียจพิมพ์
จริงๆ ดีวีดี เรื่องนี้ออกมานานแล้วนะเนี่ย แต่ก็ไม่ได้เอามารีวิวซะที ด้วยความที่ว่าจำเนื้อเรื่องจากเรื่องนี้ได้เกือบทุกบททุกตอน เพราะเป็นหนังสือหนึ่งในไม่กี่เล่มที่ถ้ามีผู้ถามขึ้นมาว่า จะแนะนำหนังสือภาอังกฤษให้กับคนที่อยากอ่านล่ะก็จะเลือกเรื่องอะไรให้บ้าง
คำตอบที่คิดว่าทุกคนจะต้องมีก็คิดว่าคงจะเป็นพวก Harry Potter, Narnia ของ C.S. Lewis ซึ่งเราเองก็ไม่ต่างกันนัก สำหรับหนังสือพิ้นฐานทั่วไป แต่ถ้าเป็นในแนวที่อ่านแบบสนุกและไม่ใช่ภาษาสมัยใหม่ นัทจะแนะนำ Pride & Prejudice ของ Jane Austen หรือ Emma, Sense & Sensibility หรือแม้กระทั่ง Persuation เพราะหนังสือของเจน ออสตินนั้น อ่านได้อรรถรส สนุกทั้งในเนื้อเรื่อง แง่คิด ชีวิตของคนสมัยนั้น และภาษาที่ละเมียดละมัย
ตอนนัทเรียนที่อเมริกา ก็เรียนเล่มนี้เป็นเล่มแรก ทั้งที่น่าจะไม่อยากอ่าน แต่ทำไมเราถึงชอบเล่มนี้มากล่ะ แปลกดี อ่านแล้วคุณครูยังเอาละครเรื่องนี้ที่นักแสดงชาวอังกฤษแสดงมาให้ดูด้วย ดูแล้วติดใจจนไปขวนขวายหาเล่มอื่นมาอ่าน แถมพอเริ่มจะอ่าน คุณครูก็เอาเล่มอื่นๆ ของเจนมาให้อ่านแล้วทำการเปรียบเทียบกันอีกว่ามีอะไรเหมือนกัน ต่างกันที่ไหน ในแง่มุมใดเหอๆๆ รอดมาได้ก็บุญแล้ว
ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าเรื่อง Clueless เอาโครงเรื่องมาจาก Emma ก็เลยได้ดูหนังในห้องเรียน + เอามาเทียบกับหนังสือ อืมมมม
มันเริ่มจากครอบครัว เบนเน็ทที่มีลูกสาว 5 คน (นัทว่าเยอะนะ สำหรับสมัยก่อนที่การแพทย์ยังไม่เจริญขนาดนั้น) และยังโสดทั้งหมด อาศัยอยู่ในเมืองชนบท พ่อก็พอมีเงิน เป็นแบบนักวิชาการหน่อยๆ ขรึมๆ แต่แม่นี่ นึกสภาพ เมียปลัด/นายอำเภอในหนังไทยสมัยก่อนนะคะ แจ๋นๆ แต่คุณนายเบนเน็ทนี่เก่งร้ายกาจในเรื่องหาสามีให้ลูก แบบว่ารู้ว่าควรจะทำยังไงในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ลูกได้แต่งงานน่ะ ตามกฎหมายสมัยนั้นลูกสาวไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดกต่อจากบิดาถ้ายังโสด คือจะได้ก็ต่อเมื่อมีสามี หรือถ้าม่ายสามีตาย แต่มีลูกชาย แบบนั้นก็จะได้โดยผ่านสามี/ลูกชาย แต่ถ้ามีพี่น้องผู้ชายก้ต้องตกเป็นของพี่น้องผู้ชายไป
ก็มีคุณบิงค์ลี่ ชายหนุ่มโสด หล่อ รวย จะย้ายมาตากอากาศในเมือง ทีนี้คุณนายเบนเน็ทก็เต้น เตรียมเสนอเจนลูกสาวคนโตให้ได้ แต่แหม นานๆจะมีใครโผล่มาซะคนก็ต้องแย่งกันกับทุกบ้านหน่อยล่ะ
ทีนี้คุณชาร์ล บิงค์ลี่ก็เอาน้องสาว+เพื่อนคือคุณดาร์ซี่มาด้วยแต่พอคุณดาร์ซี่มาเจอกับอลิซาเบท (ลิซซี่) ก็เกิดอาการไม่ถูกชะตา เพราะปะทะคารมนิดหน่อย ทางลิซซี่ก็ถือดี ทระนงตน (Pride) คุณดาร์ซี่ เองก็มีอคติว่าสาวๆ ที่นี่คือพวกหาทางจับผู้ชาย (Prejudice)
แล้วเรื่องก็มาวุ่นเพราะท่าทางคุณบิงค์ลี่เนี่ย ดันมาปิ๊งกับเจนพี่คนโตอีก แต่แม่น้องสาว+เพื่อนรักมองว่าไม่เหมาะเลยหาทางแยกกันซะ โดนเป่าหูต่างๆนาๆ เลยเชื่อย้ายกลับลอนดอนไป
ข้างเจนก็อกหักซึมไปเลย แล้วลุงกับป้าของลิซซี่ก็มาเยี่ยมและชวนไปเที่ยวลิซซี่เลยไปด้วย แล้วบังเอิญไปเที่ยวบ้านคุณดาร์ซี่ตอนที่ไม่อยู่ กะลังเดินๆ อยู่ คุณดาร์ซี่เกิดกลับมาซะอีกเลยเจอะกัน
เรื่องกำลังไปดีๆ พ่อลิซซี่ก็ส่งข่าวมาว่าลิเดีย น้องสาวอีกคนหนีตามคุณวิคแฮมไป (สะกดถูกไหมเนี่ย) ลุงกับป้าเลยรีบพาลิซซี่กลับบ้าน แล้วดาร์ซี่ก็รู้ว่าลิเดียหนีตามผู้ชายไป สมัยนั้นการหนีตามไปถือได้ว่าร้ายแรงมาก เพราะจะทำให้คนที่เหลือมัวหมองด้วย และอาจจะไม่มีใครมาสู่ขอได้เลยด้วย
ตอนหลังกลายเป็นว่าพ่อหาตัวลิเดียเจอ แล้วบังคับเข้าโบสถ์แต่งงานไปเรียบร้อย ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังก็คือพระเอกคุณดาร์ซี่นี่เอง ทำให้ทั้งลิซซี่และดาร์ซี่ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน
หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยชื่อ สาวทรงเสน่ห์ (แปลไปได้ยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจ) ตอนแรกที่เห็นก็เมินไป เพราะไม่ทันเห็นชื่อภาษาอังกฤษ จนตอนหลังเห็นนี่แบบคว้ามาไม่ทัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ อาจจะเพราะอยากอ่านภาษาอังกฤษมากกว่ามั้ง แต่ถ้าใครอยากจะลองอ่านวรรณกรรมภาษาอังกฤษดูที่ไม่ต้องเริ่มจากเช็คสเปียร์ที่อาจจะต้องไต่บันไดสักเล็กน้อยในการอ่านก็เริ่มจากเล่มนี้ก็ได้นะคะ เพราะภาษาอ่านง่าย กินใจ ไม่ยาก ยิ่งถ้าอ่านเรื่องย่อหรือดูหนังมาก่อนก็จะเข้าใจง่ายขึ้น ลองดูแล้วกันค่ะ

แต่ถ้าเป็นไปได้ช่วยเล่านิยายเรื่อง"สี่ดรุณี"
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2007-01-31 11:17