คนที่คิดจะดูแต่ยังไม่ได้ดู กรุณาข้ามค่ะ สปอยล์เป็นฉากๆ เพราะเราจะพูดถึงซีนที่เราชอบในหนัง แต่ถ้าคนจะไม่ดูหรือไม่สนใจ ก็เชิญอ่านค่ะ

จะไม่เรียงลำดับว่าอะไรก่อนหลังนะคะ แต่จะเอาแบบที่นึกได้ขึ้นก่อนละกัน

ที่เราชอบมากอย่างหนึ่งเกี่ยวกับโบ้ทก็คือฉากที่โบ้ทเล่นกับปลาหมอสี (คิดว่าใช่นะ ไม่มีความรู้เรื่องปลาค่ะ) ที่เอามือลงไปลูบหัวปลาเล่นแบบในทีเซอร์น่ะค่ะ เพราะปกติเราคงลูบหมาแมวใช่ไหม แต่นี่ปลานคะ เลยแบบว่าอืมน่ารักจัง อยากได้ปลามาเล่นแบบนี้จัง แต่จะให้เลี้ยงเพราะประทับใจในหนังก็น่าสงสารปลานะ ชีวิตเขาทั้งชีวิต เลี้ยงเพราะแค่ถูกใจจากหนังมันก็โหดร้ายเกินไป

เขาชนไก่- อืม เราก็ผู้หญิงแท้ทั้งกายและใจ ลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง เพื่อนผู้ชายก็น้อยเหลือแสน นับนิ้วมือเดียวยังไม่หมดเลย ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่ดูแล้วรู้สึกดีจัง เพื่อนๆกันไปฝึกด้วยกัน กินนอนด้วยกัน ลำบากด้วยกัน คงทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นอักโข ยิ่งดูเบื้องหลังที่ทีมงานตามไปถ่ายภาพยิ่งสนุก

เปอร์นั่งรถไปโรงเรียนกับแม่แล้วยื่นหูฟัง i-pod ให้แม่ฟังอีกข้าง แล้วเขาก็ฟังอีกข้าง รู้สึกเลยว่าแม่ลูกคู่นี้สนิทกันจัง การแบ่งปันเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มันบอกอะไรหลายๆ อย่างโดยไม่ต้องใช้คำพูด คือในหนังจะดูเหมือนเปอร์กวนแม้ เป็นเด็กไฮเปอร์ชัดๆ แต่แค่ดูฉากนั้นก็รู้สึกเลยว่าที่กวนน่ะ รักแม่นะ แต่ไม่พูดแต่แค่การแสดงออกก็ทำให้คนที่ดูอยู่รู้แล้วว่า "รัก"

แล้วก็ตอนถามพ่อกับแม่ แล้วน้องนอนอยู่ข้างๆ ว่าทำไมแม่รักพ่อ - คือคนดูน่ะรู้ว่าเปอร์มีคนที่ชอบ แต่จะใช่แฟนหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แล้วเราก็คิดว่าคงมีปัญหากัน เพราะคำพูดที่แช็ทกันก็รู้แล้วว่าผู้หญิงมีแฟนอยู่? เอ๊ะยังไง? โดยส่วนตัวคือคิดว่าแม่กับพ่ออาจจะพอรู้ว่าลูกกำลังมีปัญหา แต่คงไม่อยากถามตรงๆ หรือไม่ก็มีวิธีสอนลูกในแบบของตนเอง เลยพยายามสอนให้อย่ารีบร้อน อย่าชิงสุกก่อนห่าม ให้ทำตัวให้ดีประมาณนั้น

แล้วก็ตอนเปอร์ไปสอบ แล้วกล้องถ่ายภาพแม่เปอร์จุดธูปไหว้ อืม... (น่าจะพระภูมิเจ้าที่นะ) คือแบบ่วาลูกจะรู้ไหมว่าลูกไปปวดหัวสอบน่ะ คนเป็นพ่อกับแม่นี่ปวดหัวเหนื่อยกาย เหนื่อยใจกว่าอีก เราเองก็ไม่เคยรู้นะ จนพอเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนั่นแหละถึงซึ้งเพราะเห็นแม่มานั่งเตรียมโน่นนี่ให้ทาง พาไปไหว้พระปล่อยหอยขมน่ะ

แล้วตอนพ่อโบ้ทพาโบ้ทไปไหว้เจ้านั่นอีก เคยคิดเล่นๆ ว่าพอเรามีลูก เราจะดูแลลูกได้ถึงครึ่งของพ่อแม่เราไหมเนี่ย

ตอนที่ไปเที่ยวทะเลกันก็ด้วย ที่นั่งล้อมวงกันคุยเรื่องความฝัน อืมคำถามนั่นคิดว่าคงเป็นคำถามในใจหลายๆ คนเลยทีเดียว ความสนุกในการไปเที่ยวแบบนั้นมันคงอยู่ได้แค่ช่วงที่ยังเรียนเท่านั้นแหละ พอทำงานการไปเที่ยวแบบนั้นก็จะแตกต่างออกไป น้องๆ เขาโชคดีจังที่ได้ไปแบบนั้น เพราะเราเป็นผู้หญิง ทางบ้านเลยไม่ให้ไปอ่ะ

น่าจะเป็นลุงนะที่เดินถามคนอื่นๆ ว่าความรู้คืออะไร โฮๆๆๆ น้องขา น้องถามไปก็เปล่าประโยชน์ ครูยังตอบแบบนั้นเลย น้องจะถามไปก็...

ชอบอีกตอนที่เอานักเรียนเกือบทั้งห้องเลยมั้ง มาบอกคณะที่อยากเข้า คืออยากรู้ว่าที่น้องๆบอกออกมานั้นน่ะ มีกี่คนที่อยากเข้าคณะนั้นจริงๆ ไม่ใช่โดนสังคมหรือทางบ้านชักจูงว่าคณะนั้นดี คือไม่ได้หมายความในทางที่ไม่ดีนะคะ แต่แค่อยากรู้ว่าที่อยากเรียนน่ะ เอาจากความชอบ หรือความถนัด หรือดูจากสังคม/ที่บ้านต้องการให้เรียน

คือดูแล้วรู้สึกเลยว่าน้องๆ เขามีความฝัน ยังเด็ก ใส บริสุทธิ์ สะอาดประมาณนั้น ก่อนจะออกมาเผชิญกับโลกน่ะ ก่อนจะรู้ว่าโลกนี้มันโหดร้ายขนาดไหน

ที่ชอบมากกับฉากสั้นๆ ฉากหนึ่งก็คือฉากที่เรียนจบจากโรงเรียน แล้วมีรุ่นน้องมายืนเข้าแถวส่งสองข้างทาง แล้วเดินไปสวัสดีคุณครูน่ะ คือให้ความรู้สึกไทยดีจัง แบบว่าจบไปแล้วก็มีรุ่นน้องมายินดี มีครูมารอส่งน่ะค่ะ แล้วตอนหลังที่เปอร์ไปสัมภาษณ์ก็เจออาจารย์ที่สัมภาษณ์ก็รุ่นพี่ที่สวนกุหลาบอีก อืม สายสัมพันธ์พวกนี้ตัดกันไม่ขาดนะคะ แปลกดี จะเขมะฯ หรือ ASF ก็เหมือนกัน

เคยเรียนมหาวิทยาลัยเจออาจารย์พิเศษ คุยไปคุยมา อ้าวรุ่นพี่ AFS แฮะ

คุยกับคนอีกคณะ อ้าวนั่น AFS ไปยุโรปปีเดียวกัน แล้วกลายเป็นทักทายกันตลอด ทุกครั้งที่เจอเลย อืมพวกนี้นี่ ตัดไม่ขาดจริงๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฮืม ชอบมากเลยซินะเนี่ย
เขียนหลายโพสแย้ว

#1 By !!! L_[V]eeM :- on 2007-02-02 19:37