เนื่องจากรุ่นน้องที่น่ารัก...ทำการอัพบลอคด้วยเอนทรี่นี้ ==> http://shakri.exteen.com/20070622/entry-1อ่านแล้วเลือดน้ำเงินแดงเกิดเดือดพล่าน ยิ่งไปหาคู่ชีวิต Google : To Find Them All โอ๊ย คิดถึงโรงเรียนจังเลย

นัทเป็นเด็กโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ค่ะเรียนตั้งแต่ชั้นเตรียมประถม คือตอนนั้นจะเรียกกันว่า ป. มูลเลยทีเดียวชื่อโรงเรียนสะกดแบบนี้ถูกแล้วนะคะ มาจากภาษาบาลีค่ะ แปลว่า "ระลึกถีงเกษมศรี"

โรงเรียนนี้ถือได้ว่าเป็นโรงเรียนในวังอีกแห่งของประเทศไทยด้วยเหตุที่ท่านผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้นั้นคือหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี (ท่านชาย)และหม่อมเจ้าหญิงศุขศรีสมร เกษมศรี (ท่านหญิง)แห่งราชสกุลเกษมศรีที่ทรงได้รับพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระบรมราชชนกนาถแห่งรัชกาลที่๙ ให้ไปศึกษาเกี่ยวกับโรงเรียนราษฎร์ Private School ที่ประเทศอังกฤษเพื่อมาจัดตั้งโรงเรียนสำหรับสตรีในราชสกุลชั้นสูงในสมัยนั้น

โรงเรียนนี้จะมีทั้งประจำและไป-กลับ ซึ่งจะแยกได้ง่ายๆที่เครื่องแบบค่ะ ถ้ามีปักดาวสีแดงบนเสื้อนั่นคือนักเรียนประจำ ถ้าไม่มีก็ไป-กลับ หุหุ นัทไป-กลับค่ะ

โรงเรียนหญิงล้วนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่การที่ทีทั้งนักเรียนประจำและไป-กลับนั้นค่อนข้างจะแปลกอยู่สักหน่อยสมัยก่อนการอยู่ประจำนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำเพราะจะได้รับการอบรมบ่มนิสัยกัน 24 ชั่วโมง รู้จักการเฝ้าแหน การร่วมโต๊ะเสวยการเข้าสังคม ถ้าจำไม่ผิดจะเคยมีการสอนลีลาศด้วยนะคะ

เอกลักษณ์ของโรงเรียน รักประเพณี มีมรรยาทงาม We honor tradition and value graciousness.

ปรัชญาของโรงเรียน นักเรียนจะดีเพราะมีวัฒนธรรมนักเรียนจะเป็นผู้นำเพราะมีความรู้

ทั้งสองข้อนี้คือสิ่งที่นักเรียนทุกคนต้องจำให้ได้ขึ้นใจพอๆกับมารยาทต่างๆ ที่ถูกอบรมบ่มนิสัยให้ฝังในกมลสันดาน (ขออภัยถ้าถ้อยคำนี้อาจจะระคายสายตาบางท่าน แต่มันคือคำที่ตรงที่สุดค่ะ)และยิ่งกว่าระลึกถึงทุกขณะจิต เพราะการระลึกนั้น จะต้องนึก ถึงจะทราบแต่มารยาทเช่นการย่อไหว้โดยไม่เปิดส้นเท้าและเมื่อย่อจนถึงจุดต่ำสุดแล้วต้องค้างไว้ 2 วินาทีค่อยยืดตัวขึ้น พอขึ้นมาแล้ว

ห้าม จับ ผม ค่ะ

ห้าม สะบัด หน้า ไล่ผมที่ปรกลงมา

และอีก 108 ข้อห้ามกับการไหว้ให้งามแบบเขมะสิริฯ

การลงบันได - ตอนเช้าสมัยก่อน ต้องลงไปเข้าแถวที่สนามพอเพลงโรงเรียนขึ้น ทุกคนจะลงไปที่สนาม คุณครูจะเดินลงมาพร้อมกันเมื่อผู้ใหญ่เดินนำหน้า ห้ามเร่งเดินแซงท่านไป ต่อให้ขออนุญาตแล้วก็ห้ามเพราะผิดมารยาทอย่างแรงต่อให้รีบแค่ไหนก็ตาม ต้องเดินตามหลังท่านค่ะ

ไฟไม่ได้ไหม้ตามหลังอยู่นี่คะ

ควายหนูก็ไม่ได้หายจนต้องวิ่งไล่ตาม

หมาบ้าไม่ได้ไล่กัดจะได้วิ่งหนีนี่นา

คนบ้ากับฆาตกรโรคจิตก็ไม่เห็นอบู่แถวนั้นถึงต้องหนี

การเดินผ่านผู้ใหญ่ก็เช่นกัน - ต้องก้มศีรษะ ค้อมตัวให้ต่ำมือหนึ่งจับคอเสื้อไม่ให้โป๊ ต่อให้คุณใส่เสื้อคอเต่าผ้าหนาสามฟุตก็ตามอีกมือหนึ่งจับชายกระโปรงให้ติดตัว ต่อให้ใส่กางเกงก็ต้องจับค่ะ การค้อมตัวก้มศีรษะและกล่าวขอโทษที่ต้องเดินผ่านผู้ใหญ่เป็นการขอโทษที่เรากระทำการเสียมารยาทเดินผ่านท่านค้ำหัวท่าน ไม่ว่าท่านจะนั่งพื้น นั่งโต๊ะ นั่งเก้าอี้ นั่งอะไรก็ตามต่อให้ท่านยืนอยู่ก็เถอะ การจับคอเสื้อและชายกางเกง /กระโปรงเป็นกันไม่ให้โป๊และชายผ้าไปโดนตัวท่านซึ่งนับว่าเสียมารยาทอย่างแรงมาก

การหมอบกราบเวลาเข้าเฝ้า การกราบพระสงฆ์ การกราบเบญจางค์ และอื่นๆเรียนตามแบบแผนของทางวังค่ะ แล้วก็ต้องเรียนตามแบบแผนที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษาด้วยแต่ถ้าจากประสบการณ์แล้วกราบแบบเขมะฯ นั้น เรียบร้อยกว่าแลดูดีแบบที่ผู้ใหญ่มองว่าเด็กคนนี้กราบเป็น !!!

การเก็บปลายเท้าเวลาพับเพียบ การจะเปลี่ยนท่าเวลานั่งการเปลี่ยนข้าง ยังจำคำคุณครูได้อยู่เลย "เราเป็นลูกผู้หญิงจะเยื้องจะกรายให้เรียบร้อย สวยงาม อย่าให้ใครมาว่าได้ว่าทำเหมือนแย่งลูกลิงมาเกิด" <== กรี๊ด เจ็บจี๊ดถึง DNA จำจนวันตาย

ตั้งแต่เตรียมประถมก็จะถูกอบรมเรื่องมารยาทมาตลอด เด็กๆจะเริ่มจากการไหว้ค่ะ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง นั่งรอคุณแม่มารับตอนเย็นนั่งคุยกับเพื่อนเพลิน เห็นคุณครูเดินมาก็รีบลุกขึ้นไหว้แล้วลืมค้างไว้ก่อนก็ผลุบขึ้นมาเลย คุณครูท่านก็ชะงักเลยค่ะท่านก็ยิ้มให้แล้วบอกว่า ไม่เอานะลูก ไหว้ไม่สวยเลยค่ะขอบใจที่อุตส่าห์ลุกขึ้นมาไหว้แต่เอาใหม่นะคะแล้วคุณครูก็จับนัทสอนไหว้กันตอนนั้นเลย ท่านวางกระเป๋า +ของทุกอย่างลงแล้วสอนกันตรงนั้นเลยค่ะ หึหึ กว่าจะผ่าน

อยากรู้ไหมคุณครูอะไร หึหึ คุณครูอารีย์ค่ะ -.-^ นัทอยู่ประถมต้นนะคะ

สถานที่ หึหึ ตรงม้านั่งด้านตรงข้ามห้องธุรการเอียงมาทางป้อมยามค่ะม้านั่งตัวแรกด้วย แง้ว

พอมัธยม การอบรมมารยาทตอนเช้า หึหึแม้กระทั่งการนั่งเก้าอี้ยังมีท่านะคะ ห้ามไขว่ห้างค่ะบางคนนั่งแล้วอย่างกับสาวนั่งดริ้งค์ ต้องเก็บปลายเท้าทั้งคู่ไว้หลังขาเก้าอี้ค่ะก็จะมีอยู่สองแบบให้เลือกด้วย

เมื่อก่อนสวดมนต์รวมวันศุกร์ค่ะทั้งโรงเรียนต้องสวดหลังพักทานข้าวกลางวัน ประมาณ 30 นาทีมีตั้งแต่สรรเสริญพระคุณบิดามารดา สรรเสริญคุณครูสวดสารพัด ตอนนี้ลืมเกือบหมดแล้วแต่ถ้าใครขึ้นมาล่ะก็ต่อได้ค่ะ สวดต่อได้เลย แหม สวดมาตั้ง 12 ปีจะลืมได้ไง

เดี๋ยวนี้พอทำงานแถวสยาม เห็นเด็กใส่เสื้อคอบัวมาแต่ไกลก็เขมะฯแน่ๆน้องบางคนน่ารักเชียว เรียบร้อยมาก มากับเพื่อนแท้ๆแต่บางคนนี่อยากจะเดินเข้าไปจดชื่อส่งคุณครูดวงใจกับคุณครูอารีย์เหลือเกินแล้วช่วยอบรบน้องเขาสัก 10 ชั่วโมงมาราธอนเลยนะคะ ปลดกระดุมเม็ดบนงี้ทำท่ากร่างกลางห้างงี้ เห็นแล้วจี๊ดที่ใจเหลือเกิน น้องๆเขาจะรู้ไหมว่าพี่เห็นแล้วอยากร้องไห้และเข็มก.ศ.กับเครื่องแบบที่น้องใส่นั้นกำลังร้องไห้อยู่

ต่อจากนี้เอามาจากที่ไปตอบเอนทรี่น้องหมีเขาแล้วมาปรับการเล่าโดยเพิ่มรายละเอียดเข้าไปนะคะ แบบว่าเหนื่อยอ่ะ

นัทจบรุ่นไหนก็ไม่รู้นะคะ แบบว่าไม่ได้อยู่จบวันสุดท้ายเพราะตอนม. 6 นัทเรียนได้ถึงช่วงมิถุนาก็บินไปเอเอฟเอสที่อเมริกา แต่ถ้าอยู่ก็คือจบตอนเดือนกุมภาปี 2540 แน่ะค่ะ


เข้าเรียนตอนป. มูล คือเตรียมประถม ซึ่งรุ่นของนัทเป็นปีสุดท้ายที่มีป.มูลกันเรียนอยู่ 12 ปีกับอีกเกือบ 2 เดือน


ประวัติส่วนใหญ่น้องหมีก็เล่าไปแล้วพิมพ์แต่เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ แล้วกันนะคะ แบบว่าเยอะแฮะ

เมื่อก่อนให้ไว้แต่ผมสั้น จนตอนป. 4 ขึ้น ป. 5 ทางโรงเรียนก็ให้ไว้ผมยาวได้ กรี๊ด นัทก็ไว้เลยค่ะ ชอบผมยาว

ปกติแล้ววันงานรื่นเริงนั้นจะจัดกันวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีแต่เห็นว่าปีนี้จะจัดแปลกออกไป ==> น้องแยมบอกมาเมื่อสมัยที่ท่านชายท่านหญิงนั้นยังทรงมีพระชนอยู่ท่านทั้งสองประทับอยู่ที่เรือนทูลกระหม่อมมหิดลประทานในบริเวณโรงเรียนนี่แหละค่ะโดยห้องนอนจะอยู่ชั้น 2 ตอนเช้าพอท่านตื่นสัก 7หรือ 8 โมงนี่แหละค่ะท่านชายจะเสด็จออกมาที่ระเบียงเพื่อโปรยเหรียญเงินเป็นทานให้เด็กนักเรียนกันเพราะเป็นวันคล้ายวันประสูติของท่านก็จะมีนักเรียนทั้งประจำและไป-กลับมารอเก็บเหรียญกันเป็นที่สนุกสนาน

โดยที่นักเรียนทั้งโรงเรียนจะร้องเพลงประจำโรงเรียนที่หน้าเรือนให้ท่านฟังใครที่เป็นชาวเขมะฯ ต้องร้องได้แหละแล้วนักเรียนแต่ละห้อง แต่ละชั้นก็จะจัดการแสดงมาถวายท่านกัน ใครแสดงได้ดีรำได้สวยก็จะมีรางวัลด้วย

เรื่องเรียนมารยาท และการสอนคุณปุ๋ยนั้นของจริงแท้แน่นอน 100% ค่ะ ถ้าพี่จำไม่ผิด จะเป็นนักเรียนเก่าของโรงเรียนเราเองสมัยท่านหญิงท่านชายยังอยู่ด้วยมั้งคะ เห็นว่าเป็นคุณหญิงด้วยสังเกตง่ายๆ เคยดูวีดีโอตอนคุณปุ๋ยประกวดไหมเธอย่อไหว้สวยมาก ที่สำคัญส้นเท้าไม่เปิดค่ะ ทั้งๆ ที่ใส่ส้นสูงนะพี่ก็ไม่เคยย่อไหว้แบบเปิดส้นเลย มีแต่คนชมว่าพี่ไหว้สวย

นายพี่เวลามีแขกมาพี่ไหว้ใครมีแต่คนออกปาก อุ๊ยคุณคอนนี่ เลขาคุณไหว้สวยมาก เรียนที่ไหนมาจ๊ะหนูใครสอน

พี่ยิ้มหวานบอกขอบคุณแล้วตอบเต็มปากเต็มคำเลยว่าหนูเรียนที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ค่ะ ตั้งแต่เตรียมประถมจนจบชั้นมัธยมปลายเลย

ทุกคนที่เป็นคนไทยทั้งมีอายุและยังสาวร้องอ๋อทุกคน นายพี่หน้าบานเลยมีคนชมคนของตัวเอง

สมัยพี่เรียนนั้นคาบสุดท้ายของวันพุธคือกิจกรรมที่ทุกคนต้องเลือกชมรมค่ะ แล้วม. 1 - ม. 6 จะต้องส่งตัวแทนห้องละ 2 คน ไปเข้า พี่ก็ไปตั้งแต่ ม. 4 - ม. 6 เลย ถึง ม. 6 จะไปไม่กี่ครั้งเพราะต้องไปอเมริกาซะก่อนก็เหอะ


น้องๆ จ๋าน้องบางคนว่าแค่เดือนละ 2-3 ครั้งตอนเช้าน่ะโหดแล้ว พี่จะบอกให้ว่าการเรียนตรงนั้นช่วยได้เยอะขนาดไหน

ตอนนั้น วันมหิดลจะเลือกคนจากกิจกรรมไปตั้งแต่ ม.1 -ม. 6ไปวางพวงมาลาค่ะ พี่ก็ไปเหมือนกันเดินลงจากรถไม่มีการต้องบอกกันเลยว่าให้จัดแถว เตรียมตัว ไม่มีค่ะ ทุกคนเดินแบบรู้หน้าที่แถวตรงมาก ไม่ต้องวัดตำแหน่งอะไรเลย ไม่มีค่ะ


พอเดินถึงที่ คุณครูให้สัญญาณก็ลงนั่งกับพื้นร้อนๆ แดดเปรี้ยงๆ คนเต็มลาน แพทย์ พยาบาลเดินกันขวักไขว่ไม่ต้องตะโกนบอกด้วยนะ ทั้งหมดหมอบกราบตามสัญญาณ เรียบร้อย จะเดิน จะนั่ง จะหมอบจะกราบ งดงาม เพียบพร้อม อ่อนช้อยสมเป็นกุลสตรีไทย ทั้งลานเงียบกริบทุกคนหยุดยืนดูหมดเลย


น้องลองคิดสิว่ามันน่าภูมิใจไหม แพทย์ พยาบาล คนไข้ญาติคนไข้ ทุกคนหยุดยืนดูด้วยความชื่นชมเพราะเราจะเยื้อง จะกราย ก็งดงามดูดีมีสกุลรุนชาติ มีตระกูลเผ่าพงศ์คอยสั่ง คอยสอน ให้กิริยามารยาทงดงาม


พอเดินกลับมีแต่คนยิ้มให้แล้วพี่ได้ยินเสียงคนถามไล่หลังว่านักเรียนโรงเรียนไหนคะ (รู้สึกจะถามคุณครูดวงใจนะ) พอคุณครูบอกว่าโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ค่ะคนแถวนั้นก็ร้องว่า มิน่าล่ะถึงอบรมเด็กแต่ละคนถึงได้ดีขนาดนี้

โหยพี่นะแทบจะลุกขึ้นมาเต้นระบำรำฟ้อน ร้องกรี๊ดด้วยความดีใจแต่ก็ต้องเก็บหางสุดฤทธิ์ แล้วเวลาเดินนะ ก็ไม่ใช่จะทำหน้าเป็นปลาตายต้องอมยิ้มนิดๆ ให้ดูดี มีความเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์แต่ก็อย่าเกินงามจะเป็นกึ่งโปรยเสน่ห์ อันนั้นน่าเกลียดค่ะ

ปีต่อมาเพื่อนพี่ที่ไปอเมริกาด้วยกันก็โทรมาหาพี่ ถามว่า เออนัทเธอเรียนที่เขมะฯ ป่ะ

พี่ก็ใช่ทำไมเหรอ

เออเราไปเป็นอาสาสมัครที่ศิริราชแล้วเจอเด็กโรงเรียนเธอเดินเข้ามากราบพระบรมรูปน่ะ

พี่ก็อ๋อออออออออวันมหิดลนี่ ทำไมเหรอ

เพื่อนพี่ก็ยังถามอีกนี่เธอต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ

พี่ก็งงทำไมล่ะ ไม่สวยเหรอ ???

เพื่อนพี่ก็เฉลยสวยสิ ดูดีมากด้วย ดูแบบกุลสตรีขนานแท้เลย (เพื่อนพี่ผู้ชาย)ขอเอาไปสอนน้องสาวเรามั่งสิ เผื่อมันจะเรียบร้อยมั่ง ทั้งลานนี่เงียบเลยนะแกแบบว่ายืนดูเลย พวกนักศึกษาแพทย์นี่อึ้งไปเลย ประมาณว่าตูยังไม่เคยทำแบบนี้เลยแล้วนี่พวกนี้มาทำกันได้ขนาดนี้เลยเรอะแล้วใครจะไปกล้าทำล่ะเกิดสวยไม่เท่าโดนโห่ตายเลย พี่พยาบาลเก่าๆ บอกมาทุกปี คนก็อึ้งกันทุกปีเพราะดูดีมากจนต้องหยุดดูทุกครั้งเลย

พี่ก็หัวเราะแบบดีใจภูมิใจมากกกกกกก

การเรียนที่เขมะฯ นั้นใช้เวลา 12 ปีนิดๆให้บทเรียนชีวิตที่ล้ำค่ามากมาย ทั้งเพื่อนที่คงคบกันไปจนตาย ทั้งความรู้ นิสัยมารยาทชื่อโรงเรียนที่เรียกว่าคงใช้หากินกันอีกนานเลยทีเดียว

ที่ทำงานพี่มีเด็กเช้าใหม่อยู่คน ปรากฎเรียนที่เขมะฯ จนป.

วันก่อนมัณทนากรของลูกค้ามาที่ร้าน นามสกุล เกษมศรี โอ้พระเจ้า โลกกลมจัง

อาจารย์สมัยมหาวิทยาลัยก็เด็กเขมะฯ หลายท่าน

ลูกค้าพี่ก็เด็กเขมะฯ หลายคน อืมมมมม

*** อ้อ อันนี้ข้อสังเกตค่ะ***

สังเกตไหมว่าในนวนิยายของคุณทมยันตี นักเขียนในดวงใจและรุ่นพี่ของพวกเรามักจะใช่สีอะไรในการแสดงความเป็นเลือดขัตติยะ

**ใบ้ๆ สีในกีฬาสีของเรามีอะไรเอ่ย

ชมพู ศานติสุข

เหลือง พุทธศาสน์

เขียว ประกายพรึก

และม่วง... ขัตติยะ

ใครรู้รุ่นพี่บ้าง บอกด้วยนะคะ จะได้เอามาลงท้ายบ้าง ฮือ

เพลงเขมะรำลึก

พวกเราชาวเขมะฯภาคภูมิใจ

ที่เราได้ศึกษาน่าเปรมปรีดิ์

จากเขมะสิริฯวิชาดี

เป็นเพราะมีครูผู้เชี่ยวชาญ

พร้อมระเบียบเรียบร้อยแห่งการเรียน

สอนให้หมั่นเพียรเรียนกิจการงาน

ถ่ายความรู้จากครูและอาจารย์

กิจการบ้านทุกสิ่งหญิงไทย

แม้นสำเร็จเสร็จสิ้นจากการเรียน

เราไม่เปลี่ยนความรักปักดวงใจ

เทิดทูนเขมะฯไม่ละแรมไกล

อยู่หนใดเราไม่คิดลืม

สุดฟ้าไกลไม่ลืม

ด้วยความภักดียังดูดดื่ม

จะไม่ลืมเลือนมาเยือนเหมือนดั่ง...เช่นเคย

***Edit @ Office 23/06/07***

เมื่อกี้เพิ่งโทรไปถามหนูแยมมา ว่าหนูแยมรุ่นอะไร และกำลังทำอะไรอยู่ บอกซ้อมอยู่บนสแตนด์เชียร์ก็เลยเตือนให้ระวังให้ดีแล้วก็วางหูไป จากนั้นก็ไปนั่งนับรุ่นค่ะ -_-^

น้องแยมรุ่น KMS #74

น้องหมีสีน้ำตาลก็รุ่น KMS# 71

แล้วเราล่ะ อ่ะจึ๋ย O.O"

เราไปเอเอฟเอส รุ่นที่ 35 ไปปี 2539 กลับมาปี 2540 เอ ปีนี้ 2550 ก็ 10 ปีที่แล้ว อืมมมมม... -_-a

เอ...... ไม่น่าจะใช่นะ ติ๊กต่อกๆ อืม เอาใหม่ๆ นับถอยลง + เขียนลงกระดาษ

อิมมมมม KMS# 64 จ๊ากกกกกกกกก


edit @ 2007/06/23 20:33:09

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราก็รู้จักเพื่อนอยู่คนนึงนะ เค้าบอกว่าจบจากโรงเรียนนี้
แต่เค้าไม่เห็นเป็นแบบคุณเล่าเลย แอบผิดหวัง

อ่านที่คุณเขียนแล้วรู้สึกดีใจจังที่ยังมีเด็กนักเรียนน่ารักๆแบบนี้อยู่
อยากส่งลูกไปเรียนจริงๆ แต่ยังไม่ได้แต่งงาน

ก็นึกถึงโรงเรียนเหมือนกันนะแต่โรงเรียนเราไม่เป็นแบบนี้
ก็มีสอนมารยาทแต่สอนบางคาบบางปีเอง
แล้วแต่อาจารย์น่ะ
เราประทับใจโรงเรียนของคุณจัง

#1 By MamiLuv on 2007-06-23 10:41

ของหนูถ้าให้เล่าอีกเรื่องยาวแหง เพราะหนูเด็กกิจกรรม 555+ คือมันเป็นเด็กบ้ากิจกรรมที่เรียนพอไปวัดไปวา ครูเลยไม่สามารถว่าอะไรได้ ถึงขนาดมีครูบางท่านตั้งตนเป็นศัตรูเลยทีเดียว แต่แบบว่าเราไม่สน แบ็คเราดี (ฮา)

หนูชอบเพลงโรงเรียนทุกเพลงเลย ทั้งเขมรัฐ แขกเชิญเจ้า ศรีศุภโชค เพราะทั้งนั้น เด็กๆ รู้สึกว่าเพลงเยอะจังโว้ย แต่พอโตมานี่นะ ร้องกันจนเสียงแห้ง ช่วงม.6 วันท้ายๆ ได้ยินเพลงแล้วร้องไห้...นึกถึงพิธีจบม.6 ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ทั้งประเพณีของโรงเรียน และธรรมเนียมปฏิบัติของนักเรียน ม.6ต้องไปร้องไห้กันหน้าไมค์ แต่ปีหนูไม่ร้องไห้ ไปยืนขำหน้าไมค์แทน

หนูอยากมีลูกสาวนะ จะให้เข้าเขมะสิริฯ แต่ก่อนหน้านั้นยังหาพ่อของลูกไม่ได้เลยค่ะพี่ (ฮา) พี่นัทขา ร้านพี่นัทร้านอะไรคะ ไว้ไปพารากอนจะได้พุ่งไปหา
พวกรุ่นนี่เรียกจำง่ายๆ แบบ Kms 71 คือรุ่นหนูจบในปีที่โรงเรียนครบ 71 ปีน่ะค่ะ เลยเรียกกันแบบนั้น จำง่ายดี เอิ้กๆ (เห็นเรียกกันมานาน)

ส่วนเพลง...หนูจำได้หมดเลย ทั้งเขมะฯรำลึก ศรีศุภโชค แขกเชิญเจ้า เขมรัฐ ^^" พอดีเมื่อบ่ายพิมพ์ไว้แค่แขกเชิญเจ้า แล้วฝนจะตก ก็เลยได้พิมพ์ต่อ ไว้จะพิมพ์ไว้ให้เด้อ เอิ้กๆ
...ตกลงเลขมาตกที่64เหรอคะพี่ =[]=!
เราห่างกันที10รุ่นเลยสินะคะ

พึ่งมีโอกาสได้เห็นบล็อคพี่หมีก็ชักเกิดอาการอยากเขียนเหมือนกันค่ะ
แต่ว่าคิดว่ารอสอบเสร็จจะกลับไปเยี่ยมเลยดีกว่าค่ะ นัดกับเพื่อนไว้แล้ววันที่9สค. นี้ค่ะ งิๆ

ช่วงนี้อากาศมันต๊องๆยังไงชอบกล รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่(ส่วนหนูตายคาหวัดไปแล้ว แฮ่)

#4 By YammY on 2007-07-30 13:09

**พี่ขาขอหนูเอาไปลงให้เพื่อนๆ(ที่โหยหาโรงเรียน)อ่านกันได้ไหมคะ พอดีหนูโคกับเพื่อนเปิดบอร์ด...เอาไว้จะส่งเมลล์ไปถามอีกทีนะคะ(ตอนนี้เอ็มรวน)

ขอของพี่จตุรดาไปลงแล้วอยากหาไปลงอีกค่ะ ^__^

#5 By YammY on 2007-09-17 18:43

เข้ามาทักทายค่ะ

#6 By kms #66 (124.170.125.192) on 2007-10-04 21:36

น้ำเงินแดงสู้ๆๆ
อย่างนี้ก็เรียนกับคุณครูเพียงใจเหมือนกันสิ สอนไหว้ งามที่สุดเลยเด็กเขมะฯ

#7 By โอ๋กิต (60.250.72.139) on 2007-11-22 21:25

ช่วงนี้รู้สึกคิดถึงโรงเรียน เลยลอง search ใน google จนมาเจอ blog เนี่ยแหละ
ว่าแต่ เราเรียนรุ่นเดียวกันเลยเนอะ
ป.มูลรุ่นสุดท้าย บอกไป ใครๆก็ไม่รู้จัก ป.มูลกันเลยอะ
แต่เราเรียนถึงแค่ ม.3 แล้วก็ไปต่อที่อื่นอะ
คิดถึงโรงเรียน คิดถึงเพื่อนๆ จัง
จะน่าเกลียดไปไหมเนี่ย ถ้าจะถามว่า นัท คือคนไหนอะ sad smile

#8 By แอ๋ม (203.144.217.233) on 2007-12-06 15:12

อืมค่ะเราก็มีเพื่อนคนหนึ่งเหมือนกันอ่ะเค้าจบจากที่นี้อ่ะค่ะ

#9 By นางมารน้อย (117.47.4.85) on 2007-12-10 04:51

ตอบแอ๋มค่ะ

เอ นัทก็ไม่รู้จะว่าไงดีนะคะ เพราะอธิบายตัวเองไม่ถูกแฮะ แอ๋มๆๆๆๆ แหงะ เรียนจยป.ไหนคะ นัทเรียนจนม. 6 อ่ะ หึหึ ไม่รู้คร้าบบบ เอาเป็นว่าหน้าญี่ปุ่น ขาวๆๆๆๆ ขาวเวอร์ๆ น่ะนัทค่ะ ขาว+อวบๆ น่ะ จะนึกออกไหมเนี่ย ที่เด่นๆ ในรุ่นนัทก็มิ้งค์ ที่ตัวใหญ่ๆเลยไงคะ หุหุ ใช่ป่ะอ่ะ

#10 By kurumi on 2007-12-11 22:48

ตอบนัท


นึกไม่ออกอะ เหอๆๆ question
แต่มิ้งค์เนี่ย จำได้ ตัวใหญ่ เด่นมั่กๆ
ส่วนเราตัวกะปิ๊ดเดียวเอง ถ้าเทียบกะมิ้งค์อะ
เราเรียนจนถึงตั้งแต่ป.มูล จนถึงมอสามเลยอะ
จำได้ว่าเรียนอยู่ตึกเอนกประสงค์ 1 ชั้น 2 ห้องริมสุดใกล้กับหอประชุมที่ตอนนั้นยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเหมือนตอนนี้อะ big smile

#11 By แอ๋ม (203.144.217.234) on 2007-12-12 10:54

โอ้ รุ่นเดียวกันล่ะ ว่าแต่ ม. 3 ห้องไรอ่ะ เราอยู่ 3/5 อ่ะ

#12 By kurumi on 2007-12-14 00:13

เราอยู่ 3/1 อะ big smile

#13 By แอ๋ม (203.148.162.198) on 2007-12-27 08:20

สวัสดีค่ะพี่ เพิ่งได้เข้ามาอ่านค่ะ หนูจบเขมะฯเหมือนกันค่ะ มีแต่คนบอกว่าเรียบร้อย อิอ เค้าสอนมาดีนี่นา อ่านแล้วคิดถึงโรงเรียน และก็เรื่องราวต่างที่ผ่านมาจังเลยค่ะ หนูรุ่น 67 ค่ะ

#14 By นุ่น (203.146.209.6) on 2008-01-03 15:26