คราวที่แล้วนัทติดเรื่องที่มีอบรมเกี่ยวกับ Sound Quality และวิธีการหัดฟังเสียงของเครื่องเสียงสินะคะ วันนี้จะมาเล่าให้ทุกคนได้รู้จากการอบรมเมื่อต้นเดือนเมษาค่ะ

 

ทางบริษัทแม่ที่เดนมาร์คนั้นจะคอยส่งเจ้าหน้าที่มาทำการอบรม หรือการเทรนน่ะแหละค่ะ ให้กับดีลเลอร์ต่างๆ อยู่เป็นประจำ แล้วแต่ว่าช่วงนั้นจะมีสินค้าอะไรออกมาใหม่ หรือเทคโนโลยีมีอะไรเปลี่ยนแปลง อะไรกำลังอิน อะไรกำลังจะลา  หรือแม้กระทั่งอะไรที่น่าจะอินในอนาคตอันใกล้ แต่บางครั้งการเทรนก็เป็นเรื่องการขายล้วนๆ ก็มี ซึ่งครั้งนี้เขามาสอนเรื่องการเดโมให้ลูกค้าฟังค่ะ

 

เมื่อสัก 2 ปีที่แล้ว ตอนพ่อหมีพูห์ คุณยอร์เก้น (Jorgen) มาสอนเรื่องตัว Decoder / Receiver นั้นได้บอกไว้ว่า...

 

"เทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรก็ตามที่ออกมาในตลาด ทวีปแรกที่จะบ้าตามกระแสก่อนใครเลยก็คือเอเชียนี่และ และพอฮิตติดลมบนแล้วจึงจะแพร่ไปที่อเมริกา ออสเตรเลีย แล้ววกกลับไปที่ยุโรป ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เราพูดกันถึงจอพลาสม่า 50 นิ้ว (ที่ขณะนั้นใหญ่พอควร ไม่ใช่เรื่องปกติแบบปี 08 นะคะ) แอลซีดี 40 นิ้ว หรือจอโปรเจคเตอร์ 100 นิ้วกันไปทั่วทุกหนแห่ง อเมริกาเพิ่งจะตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

แต่.... ยุโรปกลับเพิ่งมาเริ่มมิงกันที่จอขนาด 29 นิ้วขึ้นไปเท่านั้นเอง โดยเฉพาะในชนบทของอังกฤษ การที่มีทีวีจอซีอาร์ที (จอแก้ว) ขนาด 29 นิ้วในห้องอาหารเพิ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายไม่นานเอง ไม่ต้องพูดถึงพลาสม่าหรือแอลซีดีเลย เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นมักจะเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ซึ่งสามารถผลิตสินค้าส่งไปขายได้ยังที่ต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งอเมริกาด้วย แต่คนเอเชียนิยมเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่าคนทวีปอื่นๆ หลายเท่าตัว เพราะอะไรนั้น ผมเองก็ยังสรุปไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ประจำอยู่ในสิงคโปรมาหลายปีแล้ว"

 

ครั้งนั้นทำให้พวกที่อบรมงงกันมาก เพราะสำหรับคนในอาชีพแบบนัทแล้ว การใช้ทีวีจอแบนที่มีขนาดใหญ่ในบ้านค่อนข้างจะธรรมดาอยู่แล้ว แต่... 29 นิ้ว ก็คิดว่าใหญ่แล้ว อืมมมม....... จอแก้ว................ เอ่อ

 

อึ้งละกัน หึหึ

 

ครั้งนี้พ่อหมีพูห์หนีกลับไปประจำที่เดนมาร์คแล้ว เลยมีเทรนเนอร์คนใหม่มาแทน คือพ่อเป็ดดั๊กลาส และหนุ่มหล่อ โรเจอร์ซึ่งโดนตั้งชื่อเรียกเวลาอยู่ต่อหน้าว่าพ่อกระต่าย (อย่างไม่ลับเท่าไหร่ เพราะใช้แทนชื่อจริงเวลาอยู่ตรงหน้าเลย แหมก็พูดอังกฤษแล้วมันรู้เรื่องนี่ จะนินทา หรือบ่นอะไรต้องพูดไทยสิคะ จะได้ไม่รู้ว่าโดนนินทา)

 

พ่อกระต่ายนั้นเป็นขวัญใจสาวๆ ขาประจำ เพราะหล่อมาก สำหรับคนนิยมฝรั่ง ถึงจะแต่งงานแล้วก็เหอะ ส่วนพ่อเป็ดเพิ่งมาครั้งที่ 2 ถึงแม้จะไม่หล่อมากจนหญิงกรี๊ด แต่ก็นิสัยดีมากๆ อ้อพ่อกระต่ายเป็นคนสวีเดนค่ะ ส่วนพ่อเป็ดเป็นคนชิคาโก

 

เข้าเรื่องๆๆๆ ไถลออกอยู่เรื่อยเลยเรา

 

พ่อเป็ดบอกว่า ลำโพงของที่ร้านเป็นลำโพงที่เหมาะกับเครื่องดนตรีแบบอคลูสติค (Acoustic) คือดนตรีที่ไม่ได้ผ่านการสังเคราะห์ค่ะ คือว่าง่ายๆ ไม่ใช้ไฟฟ้า กีตาร์ต้องเป็นกีตาร์โปร่ง เปียโน กลอง และลำโพงแบบนี้จะจับสังเกตง่ายมาก คือถ้าลองฟังดู จะเหมือนกับมีเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ มาเล่นสดอยู่ตรงหน้า เพราะเสียงจะไม่เพี้ยนไปจากตัวจริง เหมือนเวลาคุณฟังเพลง มีแผ่นคอนเสิร์ต The Corrs อยู่ 2 แผ่น แผ่นแรกเล่นที่เวทีธรรมดา อีกแผ่นเล่นที่คอนเสิร์ตของ MTV เป็น Unplug Version ซึ่งที่เหมาะกับที่ร้านจะเป็นแผ่นหลังค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเล่นแผ่นแรกจะไม่เพราะนะคะ แต่เล่นแผ่นหลังจะได้อรรถรสมากกว่าปกติเท่านั้นเองค่ะ

 

เวลาไปฟังเครื่องเล่น+ลำโพงที่ไหน เวลาฟังไม่ใช่แค่ฟังว่าเสียงสูง กลาง ต่ำ ครบไหม นะคะ เสียงต่ำ หรือเสียงเบสนั้น เป็นแบบ Tight Base หรือไม่ คือเสียงแน่นไหม อย่างเช่นสมมุติเวลาเราตีกลอง พอตีแล้วเสียงที่ออกมาต้องหยุดเลยใช่ไหมคะ ถ้าเสียงหยุดเลยนั่นคือเสียงเบสแน่นดี หรือถ้ายังมีเสียงต่ำลอดออกมา เหมือนเวลาตีฉาบพอตีเสร็จแล้วฉาบมักจะสะเทือนก็จะมีเสียงลากต่อมาใช่ไหมคะ แต่เสียงเบสที่ดีต้องไม่มีเสียงลากออกมาค่ะ เวลาเรานั่งฟัง ต้องคอยสังเกตดู ไม่ใช่แค่ดังดีแล้ว นั้นคือดี

 

Record Ambient คือสถานที่ที่ทำการอัดเพลงค่ะ เวลาฟังเพลง จะสามารถบอกได้ไหมว่าเพลงนี้อัดที่ไหน เขาให้ฟังเพลงที่อัดในสถานที่ต่างๆ กันค่ะ มีอยู่เพลงหนึ่ง นัทไม่ทราบชื่อ เป็นเพลงแจ๊ส อัดเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในไนท์คลับแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค น่าจะอยู่ชั้นเบสเม้นท์ด้วย เพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน เสียงหัวเราะ เสียงแก้วแบบประมาณบาร์เทนเดอร์ผสมค็อกเทล เสียงรถแล่นผ่านใกล้ๆ แต่เหมือนมันแล่นมาบนๆ ไงไม่รู้ แล้วก็เสียงเปิดประตูแบบทางแถบโน้นใช้กัน ส่วนใหญ่เพลงสมัยนี้จะอัดในห้องอัด แต่นัทมีซีดีบางแผ่นที่เขาอัดในโรงแรมระหว่างทัวร์ ยังไม่เคยลองฟังแบบจริงจังซะที เพราะแผ่นนั้นซื้อมาตั้งแต่ 1996 และทะนุถนอมมาก เพราะเป็นวงโปรดแถมยังเป็นแผ่นแรกๆ ที่เก็บเงินซื้อเองของ Roxette ไว้จะเอามาฟังดู และที่ร้านก็มีพวก Phil Collins ที่เป็นไลฟ์ด้วย

ส่วนอีกเพลงเป็น Gospel คือเพลงสวด เขาอัดในโบสถ์แห่งหนึ่งในเดนมาร์ค ซึ่งใกล้ๆ จะมีทางรถไฟ ระหว่างอัดเกิดมีรถไฟวิ่งผ่าน ซึ่งลูกค้าท่านหนึ่งเกิดสังเกตพบเข้าเลยทราบค่ะ แต่ในโลกนี้จะมีแค่ไม่กี่ร้านที่สภาพห้องเดโมที่เอื้ออำนวยให้คนที่ไม่เคยฝึกฟังเพลงเดโมแบบนี้มาก่อนเจอจุดนี้ตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะต้องให้ทางคนเดโมคอนไกด์ให้ถึงจะเจอตั้งแต่ครั้งแรก แต่โชคดีที่ร้านใน All Seasons สภาพ acoustic ดีพอจะให้ลองได้ตั้งแต่ครั้งแรกเลยโชคดีไป

 

เพลงอีกเพลงที่เขานำมาให้ฟังเป็นเพลงที่ไม่ได้ฟังนานมากแล้วคือ Spanish Harlem ของ Rebecca Pidgeon เพลงนี้คนส่วนใหญ่จะไม่รู้จัก แต่สำหรับนักฟังเพลง พวกที่ต้องทดสอบลำโพง หรือชอบเพลงเฉพาะแนวนั้นจะรู้จักกันดี ด้วยจุดเริ่มต้นจะมีเสียงกลองที่ค่อยๆ ดังขึ้นมา แล้วตามด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของนักร้อง ต่อด้วยเปียโนที่บรรเลงเข้ามา ช่วงกลางเพลงนั้นจะมีไวโอลินบรรเลงสอดประสานกันอย่างลงตัว

 

***การแนะนำเพลงก่อนจะเริ่มต้นทดสอบก็มีส่วนสำคัญรายละเอียดที่เราจะบอกลูกค้าได้ว่าเราต้องการอะไรจากเพลงนี้และจะทะอะไรกันนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน และสไตล์การเดโมของคนๆ นั้น ซึ่งของนัทจะเป็นแนว entertain เสียมากกว่า แต่จะให้ข้อมูลที่คิดว่าจำเป็นสำหรับการตัดสินใจ

 

สิ่งสำคัญที่สุด ใครบอกว่า 3 มิติเป็นเรื่องของภาพล่ะ เสียงก็มี 3 มิติได้ถึงแม้คุณจะฟังลำโพงแค่ Stereo 2 ตัวก็เถอะ คุณเคยลองนั่งตั้งใจฟังเพลง แล้วบอกได้ไหมว่ากลองอยู่ตรงไหน กีตาร์ เปียโน ไวโอลิน และนักร้องยืนอยู่ที่ใดในสตูดิโอ ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของลำโพงระดับไฮเอนด์ก็คือจะให้คุณภาพที่ดีกว่าลำโพงทั่วไปมาก ทำให้การ picturing ง่ายกว่าเยอะ เพราะบางเพลงเปียโนไม่ได้อยู่กลาง หรือขวานะคะ แต่อยู่เอียงด้านขาว แบบเฉียงๆ บางเพลง นักร้องอยู่ซ้าย ไม่ใช่กลางอีก บางทีไวโอลินเดินจากซ้ายไปขวาด้วย แง่ง เพลงนั้นละจะบ้า เดินทำไมคะคุณ

 

 

ทั้ง 4 ข้อนี้คือการฟังเบื้องต้นค่ะ แต่จริงๆ จะมีข้อควรทำเวลาไปเลือกซื้อเครื่องเสียง + ทีวีอีกนิดหน่อย ลองอ่านดูนะคะ

- ควรนำซีดีไปลองเอง ถ้าคุณซื้อข้างถนนแบบแผ่นก๊อปประจำ ควรนำแผ่นก๊อปเหล่านั้นไปด้วย

- ตรวจดูให้แน่ใจว่าทางร้านไม่ได้แอบติดตัวซับ วูฟเฟอร์ไว้เพื่อเพิ่มเสียงเบส ซึ่งถ้าทำล่ะก็ น่าเกลียดมาก ขอประณาม

- ตัว Equalizer ต้องไม่ได้ปรับเพิ่มหรือลดบางคุณสมบัติไว้ค่ะ เช่น loudness อย่าออน อย่าบวกเพิ่มเสียงเบส เพราะจะทำให้เสียงเพี้ยน

- ลองเปิดดังแบบหูจะแตกดูว่าลำโพงทนได้ไหม แล้วลองเพลงร็อคดู

- จากนั้นลองเพลงเบาๆ แจ๊ส Vocal ที่แยกตัวดนตรีชัดเจน เสียงร้องเคลียร์ แนะนำ A Girl Meets Bossa ของ Olivia Ong ทั้ง 1-2 และชุด 3  Falling in Love with Olivia แต่ถ้าจะหาง่ายหน่อยก็ Kelly Sweet เพลง Raincoat ค่ะ พยายามฟังให้ชัดว่า เสียงเครื่องดนตรีชัดเจนไหม เพลงอย่าเปิดดัง เบาๆ พอ เพราะการเปิดดังเขาใช้ทดสอบเบสกับความทนของดอกลำโพง แต่เสียงเบาๆ เราใช้ฟังว่าเสียงสูง กลางต่ำครบไหม ดอกลำโพงสามารถสร้างเสียงครบไหม เสียงตีกันเองไหม

- ถ้าไปเลือกซื้อทีวี กรุณานำดีวีดีไปเองค่ะ เพราะถ้าคุณใช้แผ่นที่ร้าน อาจจะเจอแผ่นที่อัดพิเศษเพื่อทดลองในร้านได้ ซึ่งภาพจะดีกว่ามากๆๆๆๆๆ และเมื่อติดตั้งท่านจะล้มหมอนตายไปด้วยความเจ็บใจ

- ตรวจเครื่องเล่นว่าเป็นดีวีดีธรรมดาหรือ HDMI DVD Player, Blu-Ray, HD DVD หรือเปล่าถ้าไม่ใช่ดีวีดีธรรมดา กรุณาขอลองแบบธรรมดาค่ะ

- ขอดูภาพจากฟรีทีวี หรือยูบีซีด้วยค่ะ

- ถามเรื่องการประกันให้ดี

- ศูนย์รับซ่อม ถ้าให้ไปรับที่บ้านเวลาเสีย มีค่าบริการไหม ถ้าไม่มี นานเท่าไหร่

- มีบริการส่งและติดตั้งไหม

 

อย่าอาย เวลาไปเลือกซื้อของพวกนี้

อย่าหน้าบางเพราะของราคาไม่ใช่ร้อยเดียวนะคะ

ลองนำเนื้อหาในเอนทรี่นี้ไปใช้ดูค่ะ ทั้งการหัดฟังเพลงและเลือกซื้อทีวี+เครื่องเสียงด้วย เพราะฟังเป็นไว้ก็ไม่เสียหาย ยังดีกว่าไปโดนใครหลอกมาเพราะความไม่รู้นะคะ

 

แหะๆ ขอเพิ่มเป็น Recommended นิดนะคะ

edit @ 17 Apr 2008 21:04:28 by kurumi

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ว มีสาระๆ ^^

#17 By miiself on 2008-04-17 18:11

ประดับดอกไม้ครับ ^^ ดอกมะลิ

ชอบวิธีเลือกสินค้าจริงๆ เสียดายบน eBay ลองไม่ได้

#16 By on 2008-04-17 18:08

ตอบน้องเทพหมี จตุรดา ไว้มาที่ร้านที่ All Seasons ไหมคะ ที่วิทยุ พี่จะ full demo ให้เลย ไว้เอาไปเขียนนิยายไง หุหุ

คุณ Statagem ดีจังเลยค่ะที่มีคนมาคุยเรื่องนี้เพราะนัทเองก็อยากหาความรู้เพิ่มเติมนะคะ การเบิร์นนั้นขึ้นอยู่กับยี่ห้ออย่างที่คุณพูดค่ะ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยุ่กับชนิดและขนาดของตัวลำโพงด้วยค่ะ ทั้งแอมป์ ซับ ดอกลำโพง... แล้วแต่การใช้งานด้วยค่ะ การจะเบอร์นนั้นต้องดูว่าเพลงที่เราเปิดไปนั้นเสียงครบไหมด้วยนะคะ เพราะไม่งั้นเบิร์นไปแค่ตัวเบสแล้วเสียงสูงกลางไม่ได้เบิร์นก็เสียเวลาค่ะ
ส่วนตัวทำเสียงภายในคือพวกดอกลำโพง ทั้ง treble mid-renge และแอมป์ ค่ะ

ตุณ YOSHINAKIs งั้นไว้นัทจะลองนึกๆ เพลงที่เหมาะกับโอเปร่าให้นะคะ แต่ป๊อปนี่ต้องถามค่ะ ว่าชอบแนวไหน นักร้องคนไหนค่ะ จะได้แนะนำได้ถูก
แต่จริงๆแล้ววิธีทดสอบ+ฟังนั้น ใช้แนวทางที่เขียนได้เลยค่ะ แต่เพลงลองบอกมาแล้วกันนะคะ แล้วจะเลือกเพลงให้ลองฟังดู

คุณซูโม่กิ๊ก คุณ princess of poison คุณ Joey ขอบคุณมากนะคะ ติดตามตอนต่อไปค่ะ


#15 By kurumi on 2008-04-16 22:33

โอ้ เปิดมาตกใจเลยค่ะ เป็นครั้งแรกที่มีคนมาคอมเม้นท์ถึง 13 แถมขึ้น hot post ด้วย

ตอบคุณ Terrorist ค่ะ - ขอบคุณค่ะ คือที่เลือกเป็นเพราะหน้าที่บังคับค่ะ กว่าจะเลือกเป็นขนาดนี้ก็เทรนกันเลือดสาดกระจายคาร้านเหมือนกันนะคะ ติดตามต่อไปด้วยนะคะ

คุณ xViStA ค่ะ ถ้าหน้าบางเวลาจะลอง จะเกิดอาการน้ำตาท่วมบ้านนะคะเวลาซื้อไปแล้ว คนไทยหน้าบางค่ะ แบบนี้ต้องคติด้านได้ อายอดค่ะ

คุณอัจฉริยะโง่ ค่าหูฟังตัวละพันน่ะยังดีค่ะ ถ้าได้ที่ถูกใจนะคะ ของที่ร้าน earphone ตัวละ 7400 ค่ะ แพงมาก แต่เสียงจะดีตรงเสียงสูงกับกลางค่ะ แต่เบสอาจจะน้ยไปที่จะฟังร็อคหรือเบสหนักๆ เพราะเหมาะกับแจ๊สค่ะ

คุณ AT1987 ขอบคุณค่ะ ทำงานนี้มาเกือบ 5 ปีเลยได้ความรู้มาพอควรค่ะ ไว้คราวหน้าติดตามนะคะ จะลองเขียนเรื่องเพลงที่น่าจะนำไปลองฟังดูค่ะ

คุณ Mika ขอบคุณค่ะ ไว้ติดตามต่ออีกนะคะ

#14 By kurumi on 2008-04-16 22:24

ว้าว สุดยอดมากฮะ (ขนาดเป็นชายยังเลือกไม่เป็น กร๊ากกก) คุณคือผู้หญิงที่สุดยอดจริงๆHot! Hot!

#13 By Joey_kung on 2008-04-16 22:05

เป็นผุ้หญิงที่เจ๋งมากค่ะ

รุ้เรื่องพวกนี้ด้วย
เก่งจังbig smile

#12 By princess of poison on 2008-04-16 17:15

แหม่ ผมก็ยุ่งๆเกี่ยวเครื่องเสียงบ่อยๆ ก็พึ่งรู้นะเนี่ย sad smile

#11 By ซูโม่กิ๊ก on 2008-04-16 14:05

ได้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ
แล้วถ้าจะเลือกแบบที่ฟังโอเปร่า หรือพวกป็อปเพราะๆต้องมีวิธีทดสอบที่ต่างจากนี้รึเปล่าคะ?

#10 By YOSHINAKIs on 2008-04-16 09:21

เหอะ ๆ ๆ ๆ ๆ แก้ไปแก้มา

IE ก็ฟังได้ึครับ แหะ ๆ

#9 By L.Statagem on 2008-04-16 09:16

เหอะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

แหล่ม ละเอียดดีครับ เป็นความรู้ที่อิ่มซะใจ

เอ้า สาดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

แต่ขอเตือนเรื่องเครื่องเสียงนะครับ

เพราะว่าลำโพงที่มันใหม่จริง ๆ ไม่ใช่ว่าเปิดมาแล้วเสียงมันจะ "หึ้ม ๆ" ออกครบทุกย้านความถี่ได้เลยนะ

มันต้อง "เบิร์น" ตัวเองก่อน ซักระยะนึง แต่ละยี่ห้อก็ไม่เท่ากัน

อย่างถ้าเป็นลำโพง คอมพิวเตอร์ เช่น Creative รุ่น Inspire 5200 ต้องเบิร์นอย่างน้อย 1000 ชม. เสียงถึงจะนุ่ม

การเบิร์น คืออะไร คือการเปิดลำโพงเหล่านั้นแหละ เปิดไปเรื่อย ๆ ที่มีโอกาส ไปซักระยะนึง เมื่อตัวทำเสียงภายใน(ผมจำไม่ได้ว่า มันเรียกว่าอะไร)มันมีความยืดหยุ่นเพียงพอแล้ว มันจะแสดงพลังในตัวมันออกมาเอง

ข้อควรห้ามของลำโพงที่ซื้อมาใหม่ ๆ

อย่าเปิดดังจัด ๆ ให้สุด ๆ ไม่งั้น ไอ้เส้นเสียงที่มันยังไม่ยืดหยุ่นเต็มที่ "มันจะขาด และเสียงจะแตก" ครับ

หากไม่พอใจในคำแนะนำ ผมขออะภัยอย่างสุดซึ้งครับ

ขอบคุณครับ

ปล. พอดีผมก็รักการฟังเพลงเป็นที่สุดอะนะ แหะ ๆ ไม่เชื่อลองไปหลอน ๆ ในบล็อคผมก็ได้ อาจจะได้ยินเสียงเพลงนะ ^^" (ถ้าใช้ firefox นะงับ)

#8 By L.Statagem on 2008-04-16 09:08

หนูไปลองร้านพี่นัทบ้างได้ไหมคะ open-mounthed smile
ที่บ้านไม่เหมาะมีชุดลำโพงใหญ่ๆ เพราะอยู่ในย่านชุมชน
กระนั้นเราก็เปิดเพลงจากลำโพงคอมดัง 555+
(แค่ลำโพงคอมก็ตัวละพันกว่าละ - -")

#7 By เมพหมี shakri on 2008-04-16 08:12

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ

#6 By Mika on 2008-04-16 07:57

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะ นานๆถึงจะเห็นผู้หญิงคุยเรื่องเครื่องเสียงแบบเชี่ยวชาญมากๆ ยอดมากๆเลย

ไว้จะคอยติดตามอ่านอยู่เรื่อยๆนะ Hot!

#5 By AT1987 on 2008-04-16 01:38

หมดค่าหูฟังตัวเดีวก็พันละครับบ บ

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By book on 2008-04-16 00:49

โอ้วเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต้องไม่หน้าบางถ้าจะลองสินค้าสินะ confused smile
สาดน้ำครับ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#3 By xViStA on 2008-04-16 00:25

ร้อน ร้อน ร้อน ต้องการมาตรการช่วยเหลือด่วน บอกทีนะ (‘^’_’^’)ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By 2spot studio on 2008-04-15 23:57

นานนนน ครั้งจะเห็นผู้หญิงเลือกเครื่องเสียงเป็น คุณเป็นคนที่พิเศษมากๆครับ (อย่าคิดๆ ขอร้อง) confused smile Hot!

สุขีปีใหม่ไทย ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2008-04-15 23:27