คราวที่แล้วนัทติดเรื่องที่มีอบรมเกี่ยวกับ Sound Quality และวิธีการหัดฟังเสียงของเครื่องเสียงสินะคะ วันนี้จะมาเล่าให้ทุกคนได้รู้จากการอบรมเมื่อต้นเดือนเมษาค่ะ

 

ทางบริษัทแม่ที่เดนมาร์คนั้นจะคอยส่งเจ้าหน้าที่มาทำการอบรม หรือการเทรนน่ะแหละค่ะ ให้กับดีลเลอร์ต่างๆ อยู่เป็นประจำ แล้วแต่ว่าช่วงนั้นจะมีสินค้าอะไรออกมาใหม่ หรือเทคโนโลยีมีอะไรเปลี่ยนแปลง อะไรกำลังอิน อะไรกำลังจะลา  หรือแม้กระทั่งอะไรที่น่าจะอินในอนาคตอันใกล้ แต่บางครั้งการเทรนก็เป็นเรื่องการขายล้วนๆ ก็มี ซึ่งครั้งนี้เขามาสอนเรื่องการเดโมให้ลูกค้าฟังค่ะ

 

เมื่อสัก 2 ปีที่แล้ว ตอนพ่อหมีพูห์ คุณยอร์เก้น (Jorgen) มาสอนเรื่องตัว Decoder / Receiver นั้นได้บอกไว้ว่า...

 

"เทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรก็ตามที่ออกมาในตลาด ทวีปแรกที่จะบ้าตามกระแสก่อนใครเลยก็คือเอเชียนี่และ และพอฮิตติดลมบนแล้วจึงจะแพร่ไปที่อเมริกา ออสเตรเลีย แล้ววกกลับไปที่ยุโรป ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เราพูดกันถึงจอพลาสม่า 50 นิ้ว (ที่ขณะนั้นใหญ่พอควร ไม่ใช่เรื่องปกติแบบปี 08 นะคะ) แอลซีดี 40 นิ้ว หรือจอโปรเจคเตอร์ 100 นิ้วกันไปทั่วทุกหนแห่ง อเมริกาเพิ่งจะตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

แต่.... ยุโรปกลับเพิ่งมาเริ่มมิงกันที่จอขนาด 29 นิ้วขึ้นไปเท่านั้นเอง โดยเฉพาะในชนบทของอังกฤษ การที่มีทีวีจอซีอาร์ที (จอแก้ว) ขนาด 29 นิ้วในห้องอาหารเพิ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายไม่นานเอง ไม่ต้องพูดถึงพลาสม่าหรือแอลซีดีเลย เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นมักจะเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ซึ่งสามารถผลิตสินค้าส่งไปขายได้ยังที่ต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งอเมริกาด้วย แต่คนเอเชียนิยมเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่าคนทวีปอื่นๆ หลายเท่าตัว เพราะอะไรนั้น ผมเองก็ยังสรุปไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ประจำอยู่ในสิงคโปรมาหลายปีแล้ว"

 

ครั้งนั้นทำให้พวกที่อบรมงงกันมาก เพราะสำหรับคนในอาชีพแบบนัทแล้ว การใช้ทีวีจอแบนที่มีขนาดใหญ่ในบ้านค่อนข้างจะธรรมดาอยู่แล้ว แต่... 29 นิ้ว ก็คิดว่าใหญ่แล้ว อืมมมม....... จอแก้ว................ เอ่อ

 

อึ้งละกัน หึหึ

 

ครั้งนี้พ่อหมีพูห์หนีกลับไปประจำที่เดนมาร์คแล้ว เลยมีเทรนเนอร์คนใหม่มาแทน คือพ่อเป็ดดั๊กลาส และหนุ่มหล่อ โรเจอร์ซึ่งโดนตั้งชื่อเรียกเวลาอยู่ต่อหน้าว่าพ่อกระต่าย (อย่างไม่ลับเท่าไหร่ เพราะใช้แทนชื่อจริงเวลาอยู่ตรงหน้าเลย แหมก็พูดอังกฤษแล้วมันรู้เรื่องนี่ จะนินทา หรือบ่นอะไรต้องพูดไทยสิคะ จะได้ไม่รู้ว่าโดนนินทา)

 

พ่อกระต่ายนั้นเป็นขวัญใจสาวๆ ขาประจำ เพราะหล่อมาก สำหรับคนนิยมฝรั่ง ถึงจะแต่งงานแล้วก็เหอะ ส่วนพ่อเป็ดเพิ่งมาครั้งที่ 2 ถึงแม้จะไม่หล่อมากจนหญิงกรี๊ด แต่ก็นิสัยดีมากๆ อ้อพ่อกระต่ายเป็นคนสวีเดนค่ะ ส่วนพ่อเป็ดเป็นคนชิคาโก

 

เข้าเรื่องๆๆๆ ไถลออกอยู่เรื่อยเลยเรา

 

พ่อเป็ดบอกว่า ลำโพงของที่ร้านเป็นลำโพงที่เหมาะกับเครื่องดนตรีแบบอคลูสติค (Acoustic) คือดนตรีที่ไม่ได้ผ่านการสังเคราะห์ค่ะ คือว่าง่ายๆ ไม่ใช้ไฟฟ้า กีตาร์ต้องเป็นกีตาร์โปร่ง เปียโน กลอง และลำโพงแบบนี้จะจับสังเกตง่ายมาก คือถ้าลองฟังดู จะเหมือนกับมีเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ มาเล่นสดอยู่ตรงหน้า เพราะเสียงจะไม่เพี้ยนไปจากตัวจริง เหมือนเวลาคุณฟังเพลง มีแผ่นคอนเสิร์ต The Corrs อยู่ 2 แผ่น แผ่นแรกเล่นที่เวทีธรรมดา อีกแผ่นเล่นที่คอนเสิร์ตของ MTV เป็น Unplug Version ซึ่งที่เหมาะกับที่ร้านจะเป็นแผ่นหลังค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเล่นแผ่นแรกจะไม่เพราะนะคะ แต่เล่นแผ่นหลังจะได้อรรถรสมากกว่าปกติเท่านั้นเองค่ะ

 

เวลาไปฟังเครื่องเล่น+ลำโพงที่ไหน เวลาฟังไม่ใช่แค่ฟังว่าเสียงสูง กลาง ต่ำ ครบไหม นะคะ เสียงต่ำ หรือเสียงเบสนั้น เป็นแบบ Tight Base หรือไม่ คือเสียงแน่นไหม อย่างเช่นสมมุติเวลาเราตีกลอง พอตีแล้วเสียงที่ออกมาต้องหยุดเลยใช่ไหมคะ ถ้าเสียงหยุดเลยนั่นคือเสียงเบสแน่นดี หรือถ้ายังมีเสียงต่ำลอดออกมา เหมือนเวลาตีฉาบพอตีเสร็จแล้วฉาบมักจะสะเทือนก็จะมีเสียงลากต่อมาใช่ไหมคะ แต่เสียงเบสที่ดีต้องไม่มีเสียงลากออกมาค่ะ เวลาเรานั่งฟัง ต้องคอยสังเกตดู ไม่ใช่แค่ดังดีแล้ว นั้นคือดี

 

Record Ambient คือสถานที่ที่ทำการอัดเพลงค่ะ เวลาฟังเพลง จะสามารถบอกได้ไหมว่าเพลงนี้อัดที่ไหน เขาให้ฟังเพลงที่อัดในสถานที่ต่างๆ กันค่ะ มีอยู่เพลงหนึ่ง นัทไม่ทราบชื่อ เป็นเพลงแจ๊ส อัดเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในไนท์คลับแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค น่าจะอยู่ชั้นเบสเม้นท์ด้วย เพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน เสียงหัวเราะ เสียงแก้วแบบประมาณบาร์เทนเดอร์ผสมค็อกเทล เสียงรถแล่นผ่านใกล้ๆ แต่เหมือนมันแล่นมาบนๆ ไงไม่รู้ แล้วก็เสียงเปิดประตูแบบทางแถบโน้นใช้กัน ส่วนใหญ่เพลงสมัยนี้จะอัดในห้องอัด แต่นัทมีซีดีบางแผ่นที่เขาอัดในโรงแรมระหว่างทัวร์ ยังไม่เคยลองฟังแบบจริงจังซะที เพราะแผ่นนั้นซื้อมาตั้งแต่ 1996 และทะนุถนอมมาก เพราะเป็นวงโปรดแถมยังเป็นแผ่นแรกๆ ที่เก็บเงินซื้อเองของ Roxette ไว้จะเอามาฟังดู และที่ร้านก็มีพวก Phil Collins ที่เป็นไลฟ์ด้วย

ส่วนอีกเพลงเป็น Gospel คือเพลงสวด เขาอัดในโบสถ์แห่งหนึ่งในเดนมาร์ค ซึ่งใกล้ๆ จะมีทางรถไฟ ระหว่างอัดเกิดมีรถไฟวิ่งผ่าน ซึ่งลูกค้าท่านหนึ่งเกิดสังเกตพบเข้าเลยทราบค่ะ แต่ในโลกนี้จะมีแค่ไม่กี่ร้านที่สภาพห้องเดโมที่เอื้ออำนวยให้คนที่ไม่เคยฝึกฟังเพลงเดโมแบบนี้มาก่อนเจอจุดนี้ตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะต้องให้ทางคนเดโมคอนไกด์ให้ถึงจะเจอตั้งแต่ครั้งแรก แต่โชคดีที่ร้านใน All