วันนี้วันที่เจ็ดเดือนห้า เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ฉันได้ก่อกรรมอย่างหนึ่งไว้ค่ะ บาปกรรมครั้งนั้นช่างหนักหนาสาหัสเหลือเกิน เพราะมันทำให้บุพการีของดิฉันต้องเป็นกังวลและเจ็บปวดอย่างมาก

 

ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีนี้ท่านทั้งสองอาจจะกินอิ่ม แต่เชื่อไหมว่าท่านไม่เคยนอนหลับสนิทเลย เพราะท่านจะกังวลเสมอว่าลูกสาวของท่านนั้นจะเป็นยังไงต่อไปในวันข้างหน้า

 

จะเรียนหนังสือเก่งไหม เปล่าเลยท่านไม่ได้ห่วงหน้าตาของท่าน แต่ท่านกลัวว่าดิฉันจะไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ เมื่อท่านจากไปแล้ว

 

ท่านห่วงว่าจะมีเพื่อนที่ดีไหม เพราะท่านห่วงแทนลูกสาวคนเดียวที่จะเจอคนไม่ดีมาหลอกให้หลงผิด และต้องเสียใจ

 

จะได้เจอคนดีๆ มาเป็นคู่ครองไหม ไม่ได้กลัวลูกสาวจะขึ้นคาน เพราะท่านกลัวว่าจะได้คนไม่ดีมา แล้วถ้าเกิดเจอพวกผีพนัน หรือเมาแล้วซ้อมเมีย ท่านจะช่วยได้อย่างไรหากท่านจากโลกนี้ไปแล้ว

 

หากลูกคนนี้มีปัญหาที่แก้ไม่ตก จะหันหน้าไปหาใครหากท่านไม่อยู่ใกล้ๆ พี่น้องก็ไม่มี จะไปหวังพึ่งใครที่ไหนได้กัน

 

และอีกหลากหลายร้อยพันปัญหาที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะห่วงใยลูกของตัวเอง

 

จริงอยู่หลายท่านบอกว่า นั่นไม่นับว่าบาปหรอก แต่การทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ หรือไม่มั่นใจเวลาเห็นลูกมีปัญหานั้น เป็นสิ่งไม่ควรทำนะคะ ถ้าเราอยู่ห่างจากปัญหาให้ได้มากที่สุด คนเป็นพ่อแม่ก็จะอุ่นใจมากขึ้น

 

ตลอดชีวิตของนัท นัทพยายามเดินทางที่ปลอดภัยให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วง แต่บางครั้งอารมณ์ก็อยู่เหนือเหตุผล เช่นตอนม. 6 สอบเอเอฟเอสได้ไปอเมริกา ทั้งสองท่านคัดค้านอย่างรุนแรง ไม่ยอมให้ไปพยายามขัดขวาง แต่นัทก็จะไปให้ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องการ และหมายถึงอนาคตที่ดีกว่าแน่นอน... ก็ดื้อรั้นจนทะเลาะกัน

 

บาปมากนะคะ เพราะคุณแม่เสียใจมากที่ลูกไม่เชื่อฟัง และนัทเองก็เอาแต่อารมณ์ ลืมที่จะชี้แจงให้ท่านทราบว่าเพราะอะไร นัทก็แค่เด็กธรรมดา เรียนไม่เก่งหรอกค่ะและแน่นอนรู้ตัวดีว่าเอ็นท์น่ะ ไม่ติดแน่(คิดว่านะ) ถึงติดก็คงหืดขึ้นคอ และอาจจะไม่ใช่จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ทางที่จะได้ไปคือมหาวิทยาลัยเอกชนแน่นอน พอจบมาก็เหมือนๆ คนอื่น ทางรอดก็คือใช้ความสามารถที่มีให้เป็นประโยชน์

 

ไม่ได้อวดนะคะ แต่นัทมีหัวด้านภาษาอังกฤษค่ะ เป็นสิ่งที่เชิดหน้าที่สุด เลยไปสอบเอเอฟเอสเล่นๆ ดู ไอ้ตอนสอบคิดแค่ว่าเอาน่าลองดูสนุกสนาน เอาประสบการณ์แล้วพอได้ก็เริ่มเห็นทาง เลยคิดว่าต้องไปให้ได้ กว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้ก็แทบแย่

 

พอกลับมาก็แย่อีก เพราะถึงจะประคองตัวไม่ให้เสียหายอะไรกลับมาได้ แต่ความคิดหัวสมองน่ะเปลี่ยนไปพอควรเลย

ทั้งเถียง

ทั้งดื้อรั้น

ทั้งเอาแต่ใจ

ทั้งไม่ยอมคน

ทั้งไม่หัวอ่อน

มองโลกในมุมที่พ่อแม่ไม่เข้าใจ เพราะพ่อแม่นัทเป็นคนหัวโบราณ ลูกสาวไม่ควรกลับบ้านดึก ไม่ควรมีแฟนขณะเรียน ห้ามมีเพื่อนต่างเพศ (ที่ไม่ใช่แฟนก็ห้ามค่ะ)

 

แต่ลูกสาวคนนี้ก็ทำทุกอย่างที่กล่าวมา เพราะคิดและรู้ตัวว่าคุมตัวเองให้ไม่ทำอะไรเสียหายได้ แต่ท่านมองอย่างผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาก่อน ว่าระวังตัวอย่างไรก็ผู้หญิง... ที่อาจจะทนสิ่งยั่วยุไม่ไหวก็ได้ แต่ท่านลืมไปว่า ลูกสาวท่านคนนี้ เคยอยู่ในกรอบทุกอย่าง ไม่เคยคิดเอง เพราะพ่อแม่คิดให้หมด พอได้ไปปล่อยตัวให้สัมผัสกับอิสระนั้น ก็ยากจะกลับคืนมา

 

แต่คงเรียกว่านัททำบุญมาดีมั้งคะ เพราะยังรู้ดีผิดชั่วอยู่ กว่าจะปรับกลับมาเหมือนเดิมได้ ก็เป็นปี (เกือบตาย)

 

ลูกทุกคน จะดีจะชั่วแค่ไหนก็มีบาปติดตัวตั้งแต่เกิดทุกคนค่ะ บาปที่ทำให้พ่อแม่กังวลใจจนวันตาย

 

วันนี้คุณกลับบ้านไปขอโทษคุณพ่อคุณแม่หรือยังคะ

 

ถ้ายังก็หันกลับไปขอโทษท่านสักคำนะ บอกท่านว่ารักท่านสักหน่อยสิคะ ทำความดีไม่ต้องรอจนชาติหน้าหรอกค่ะ

edit @ 7 May 2008 22:11:33 by kurumi

Comment

Comment:

Tweet