วันจันทร์ที่ผ่านมา นัทเกิดอาการ ไม่สบายอย่างเฉียบพลันค่ะ ไม่เคยมีอาการใดๆ เลยมาก่อน เพราะวันจันทร์นัทยังไปเย้วๆ สอนน้องใหม่ที่ทำงานได้เลย กินอยู่ปกติ ไม่ได้ออกนอกเขตกรุงเทพเลยไม้แต่เมตรเดียว ไม่ได้กินไก่-ไข่ดิบ ไม่ได้กินเนื้อวัว ไม่กินอาหารดิบเลย ตั้งกะวันศุกร์ด้วยซ้ำ

แต่คืนวันจันทร์ประมาณ 3 ทุ่ม พอกลับบ้านอาบน้ำปกติ อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนจะมีไข้ค่ะ เลยวัดไข้ดู 37.5 ก็เลยทานพาราเซ็ตตามอล 500 มก. ไป 2 เม็ด  + เจ็บทอนซิลข้างซ้าย เลยคว้าแอมมอกซิลินมาทานด้วย แล้วรีบนอนทันที พอซัก ตี 2 ลูกมาเข้าห้องน้ำ - แอบลงมานอนห้องพระมารดา เพราะรู้ตัวว่าไม่สบายค่ะ คือนอนปลายเตียงท่านแม่ท่านพอ แล้วติดห้องน้ำ พอลุกมาเดินก็ลุกไม่ไหวแล้วเลยต้องคลานไปเข้าห้องน้ำ พอทำธุระเสร็จก็คลานมาที่ฝูก แล้วเรียกพระมารดาว่าไม่ไหวแล้วค่ะ ยาหมดฤทธิ์ ท่านเลยตื่นไปเอายามาให้ แต่พอทานเสร็จ ท่านก็ยังไม่ได้คิดอะไร

เพราะเราก็ไม่ได้บอกว่าหนักมาก พอได้ยาก็ค่อยยังชั่ว แต่พอตี 4 ก็นอนไม่ได้แล้ว เพราะพลิกกระสับกระส่ายมาตลอด แล้วหนาวมาก ทั้งที่อุณหภูมิ 25 องศาแท้ๆ ต้องคลานลงมาเงียบๆ เพราะพูดไม่ได้ ส่งเสียงไม่ออก ลงมาด้านล่าง เพราะหนาวเกินทน มีแต่หมามาเฝ้า ไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงแตกตื่น คิดว่าทนให้ถึงเช้าแล้วค่อยบอก เพราะไม่งั้นท่านต้องแบกไปโรงหมอตอนนั้นแน่

พอหกโมงคุณพ่อลงมาดู เพราะตื่นมาหาลูกไม่เจอ ประกฎ อาการเพียบแล้วค่ะ พูดไม่ได้ ส่ายหน้าไม่ไหว สั่นจนหมดแรง แต่ทำใจแข็งแค่นยิ้มให้พ่อแม่ พอเจ็ดโมงท่านให้ไปเปลี่ยนเสื้อหาหมอ ก็คลานค่ะ ห้องอยู่ชั้นสาม แต่ทรงตัวไม่ได้ ขาสั่นพั่บๆ

เปลี่ยนเสื้อเสร็จก็หยิบหนังสืออ่านเล่น 2-3 เล่ม โยนใส่กระเป๋า กับของสอง-สามอย่างค่ะ โยนใส่กระเป๋าถือ แล้วโยนเมคอัพบางตัวออก เพราะไม่ได้ใช้แน่ถ้าแอดมิท เช่นมาสคาร่า เบส ลิปสติกบางสี เหลือแค่ลิปมันพอ พอลงมาคุณพ่อพยายามให้ทานอะไรบ้างก็กัดขนมปังไปได้แค่คำเดียว กับน้ำส้มอีกแก้วใหญ่ๆ เพราะกระเดือกลงได้แค่นั้น แต่ตอนนั้นน่ะ ทอนซิลข้างซ้ายไม่เจ็บมาก แต่ข้างขวาอย่างกะจะระเบิดออกมา พอส่องกระจกดูก็รู้แล้ว เพราะขนาดดูเองยังเห็นหนองซะเยอะเลยทั้งสองข้าง ก็คิดแล้วว่า ไม่รอดแน่ พยามยามโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ แต่หาเบอร์ไม่เจอ ทั้งๆที่เบอร์อยู่ตรงหน้า แต่กดไม่ได้ค่ะ เบลอมากแล้ว พร้อมจะสลบทุกเมื่อ 

เลยได้สติโทรหาพี่ออม พี่ที่บริษัทว่าไม่ไหวแล้ว ไปหาหมอล่ะ เพราะเราบ้านใกล้กัน เลยบอกไว้ก่อน เกิดไม่มีแรงหรือสลบไปก่อนได้บอกที่บริษัทจะได้มีคนรู้ว่า เออตรูตายไปแล้วนะ

แล้วคนขับรถมาพอดี ก็เลยลากกระเป๋าให้คุณพ่อ คุณพ่อก็รู้แล้วว่าเตรียมพร้อมไว้ค่ะ เพราะบ้านนัทนี่การเข้าโรงหมอ เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเตรียมตัวไว้ก่อน จะได้ใช้หรือไม่ก็ช่าง แต่ต้องเตรียม แต่คราวนี้พลาดค่ะ ลืมพวกมอยส์เจอร์กับมาร์ส เพราะหน้าจะอีสานร้องไห้มาก ด้วยจะแตกสุดๆ แต่คราวนี้ลืมค่ะ ลืมดับ

คนขับรถก็ซื่อค่ะ พาออกหลังบ้านที่อ้อมโลกมาก ดีที่ออกตั้งกะยังไม่แปดโมงดี ไม่งั้นรถคงติดตาย แล้วคงขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ "ดับอนาถคารถติด เพราะคนขับรถพาอ้อม" อนาถสุดๆ

พอถึงยันฮี ก็ให้เขานำรถเข็นมาเลย เราก็มือสั่นพับๆ หยิบบัตรประชาชน ใบรับรองสิทธิ์ประกันสังคม ประกันกลุ่มของบริษัท ประกันสารพัดที่เราทำไว้ คือ 5-6 ใบ โยนเลย เชิญค่ะ ยื่นบัตรตอนก่อนแปดโมงไงคะ แล้วเข็นไปนั่งรอที่เคาน์เตอร์ จนเก้าโมงกว่าก็ยังไม่เรียกเลย เราก็เรียกพยาบาลว่าไม่ไหวแล้วจะช่วยหน่อยได้ไหม ถ้าคิวยาวมาก เราไม่ใช้ประกันสังคมแล้วจะจ่ายเงินเอง ช่วยดูให้ด้วย เขาก็อิดออด บอกจะลัดให้แล้วกัน ไปนั่งข้างในนะคะ เราก็เออ จะทำไรก็ทำ พอรออีกนานมากก็บอกจะจ่ายเงินค่ะ ช่วยพาไปหาหมอข้างนอกที

 เขาก็อิดออด พอเราเสียงแข็ง แล้วเริ่มตาลอยๆ แล้วก็เลยพาไป แล้วพยาบาลก็มากรุ้มรุมว่าไม่ได้นะคะ คุณยังไม่ได้ยื่นบัตร เราก็จะบ้าเหรอ ฉันยื่นตั้งกะก่อนแปดโมงแล้ว เขาก็บอก ไม่ได้ยื่นค่ะ ต้องไปยื่นใหม่ ต่อคิวใหม่

 คุณจะบ้าเหรอ ไข้ 40 แล้ว ให้ไปต่อใหม่ จะฆ่ากันเลยใช่ไหม ไม่หาประกันสังคม ไม่เบิกอะไรทั้งนั้น จะจ่ายเงิน พาไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลยไป

เขาก็บอกไม่ได้ค่ะ คุณไม่ได้ยื่นบัตร คุณไม่มีญาติมาด้วย เราไม่ทำ - เริ่มเสียใจที่ไม่บอกแม่ว่าเราหนักแค่ไหน แต่ตอนนั้นเกลียดโรงพยาบาลยันฮีมากที่สุด ตั้งใจว่าจะร้องเรียนด้วยคอยดูศึกครั้งนี้นะคะ จะเอามาลงประจานให้ดู-

เราก็บอกว่าคุณคะ ดิฉันไม่เบิกประกันสังคมแล้ว คนจะตายอยู่แล้ว จะหาแบบธรรมดาค่ะ จะจ่ายเอง ไม่เบิกประกันก็ได้ แต่คุณช่วยไปจัดการมาแล้วกัน

รู้ไหมคะเขาว่ายังไง - ถ้าคุณปฎิเสธสิทธิ์ประกันสังคมตอนนี้ คุณจะเบิกไม่ได้อีกเลยนะคะ

นัทอยากจะบอกว่า นัททำงานในวงการประกันสุขภาพมาก่อนนะคะ นัทรู้ว่าขอบเขตของประกันอยู่ที่ไหน และเบิกได้แค่ไหน แทบจะอยากบอกว่าคุณต้องการดูบัตรเครดิตดิฉันเป็นหลักฐานไหมว่าดิฉันมีเงินจ่าย แค้นมากเลย เฮ็งซวยมากที่สุด

นัทตอบไปว่า ไม่เบิกค่ะ คุณจะวัดไข้เพื่อจะดูอาการดิฉันไหม ว่าทำไมดิฉันถึงรอไม่ได้  คนจะตายอยู่แล้วนะคะ เขาก็ยังอิดออด ไม่ให้ตรวจ

ขอถามท่านที่มีจรรยาบรรณสักนิดเถอะ ว่าถ้าคุณเห็นคนไข้ตาลอยพร้อมช็อค ไข้สูง นั่งรอมาเป็นชั่วโมงแล้ว พร้อมจะจ่ายเงินเอง มีประกัน 5 ใบพร้อม คุณจะช่วยรักษาไหมคะ หรือจะปล่อยให้คนมันตายไปตรงนั้นเลย เพราะกลัวไม่ได้ค่ารักษา ตายไปตรงนั้นแหละรกโลก ขอทวงถามความยุติธรรมหน่อยเถอะ

พอดีคุณแม่เดินมาค่ะ  เลยรอดไป เพราะคุณแม่ช่วยจัดการให้ แล้วยังมีการบอกว่าต้องเซ็นต์ยินยอมให้รักษา และจะไม่ขอเรียกร้องรับการใช้สิทธิ์ประกันสังคมก่อนนะคะ ถึงจะตรวจได้

อันแรกน่ะเข้าใจ แต่อันที่สอง คุณจะบ้าเรอะ ถ้ามันเบิกไม่ได้มันก็ reject มาเองแหละ แต่ตอนนั้น่ะ เอามาเหอะ ขอหมอก็พอแล้ว เรามาจัดการทีหลังได้ เพราะเรารู้กฎหมายพวกนี้ดี รอก่อนเถอะ นังหน้าสวย เดี๋ยวโดนแน่

ก็พอไปนั่งรออีก 21 นาทีค่ะ แล้วถึงเรียกไปวัดไข้ อ้างว่าเราจะใช้สิทธิ์ประกันสังคมก่อนเองนี่ ประวัติเลยไปอยู่โน่น เลยต้องไปเรียกคืนมาก่อน เออเวร

พอวัดไข้ 40 องศา แล้วความดัน 140 - 100 ความดันสูงอยู่แล้วหรือเปล่าคะ เราก็ขวับ เพราะพวกคุณมัวชักช้าจนเถียงกันเมื่อกี้ไงคะ เลยโกรธ ความดันขึ้น มันเลยเงียบ

พอวัดเสร็จ เขาบอกว่านั่งรอค่ะ อีก10 นาทีได้ พอหมอตรวจก็ถามเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อคืนค่ะ

ไปต่างจังหวัดมาไหม ไม่ได้ออกนอกเขตกทม.มาแล้วเกือบปีค่ะ

กินเนื้อวัวดิบมาไหม ไม่ค่ะ

เนื้อไก่หรือไข่ไม่สุกล่ะ ไม่ได้กินค่ะ

 ไปตากแดดแรง ตากฝนไหม ไม่ค่ะ เพราะทำแต่งานไม่ได้ออกมาเจอแดดเจอฝนเลย

หมอก็เอะใจ เป็นทอนซิลบ่อยไหม ปีที่แล้วเป็นเดือนเว้นเดือนค่ะ แต่ปีนี้เพิ่งป่วยครั้งแรกเลย

หมอขอดูคอนะ หนองทั้งสองข้างเลย ไอไหมเจ็บคอล่ะ บลาๆๆๆๆ

เอาล่ะขอแอดมิทเลยนะ แล้วไปรอข้างนอกเลย หมอขอสั่งยาหน่อย นัทกะแม่ก็ค่ะ

พอดีคุณคอนนี่ เจ้านายขาของนัทเพิ่งได้รับ sms ที่นัทขอให้แม่ส่งไปให้ พร้อมๆ กะพี่พีทและที่โทรไปบอกพี่อีฝ่ายบุคคล เสียงนายขาที่ด่าออกมานั่นแทงใจมากเลย เรียกเอาหมอและแม่ตกใจมากเพราะด่าซะไม่มีดี ด่าว่าที่เราไม่สบายเพราะอยากอู้งาน ขอให้หมอแอดมิทใช่ไหม .... จนหมออึ้งไปเลย แม่นัทนั่งหน้าแดงโกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไง นัทก็ได้แต่อธิบายว่าคุณคอนนี่คะ นัทไม่สบายจริงๆ จยนายเขาด่าพอแล้วเลยวางหู หมอเลยบอกว่า คนไม่สบายน่ะ พระเจ้าก็ห้ามไม่ได้หรอกนะ นัทนี่หน้าชาเลย

พอออกมาพยาบาลบอกไป x-ray เลยค่ะ ขอดูปอดกับคอด่วนเลยนะคะ แล้วจะขอเจาะเลือดส่งแล็บเลยนะคะ

เราก็ได้ค่ะ เพราะรู้ว่าจำเป็น พอไปทำเสร็จ เขาก็ส่งขึ้นห้องเลย พอได้เบอร์ห้องก็โทรไปบอกพี่อร พี่อรก็ถามว่า นายด่าเหรอ เราก็ร้องไห้เลย เพราะเจ็บใจมาก พี่อร นัทไม่ตั้งใจนะ ไม่อยากให้นายด่าหรอก แต่คนไม่สบายจริงๆ  ไม่งั้นก็ไม่หยุดหรอก นี่เป็นครั้งแรกที่นัทเข้าโรงบาลตั้งแต่เข้าทำงานเลยนะ และครั้งแรกของปีนี้ที่ sick leave ด้วย นัทขอโทษที่ทำให้โดนด่าไปด้วย พี่อรก็ปลอบใจไป แต่เราไม่ไหวแล้ว

พอวางสาย แม่บอกว่าถ้านายด่ามาอีก ให้บอกเลย ว่าลาออกแล้ว ลูกคนเดียวแม่เลี้ยงได้ นี่เขาเป็นงี้ประจำเหรอ เราบอกว่าแค่นี้ยังน้อยไป แม่บอกว่า แม่ไม่ทนแล้วนะ ด่ายังกะเราเป็นหมูเป็นหมา เรายังไม่เคยด่าหมาเราแบบนี้เลย ถ้าแกว่ามาอีกคำเดียวลาออกทันที แม่ไม่ทนแล้ว

เราก็บอกว่า แม่ไม่บอก ลูกก็ไม่ทนแล้วค่ะ ถ้าตามมาด่าอีกทีก็ยกมือปางห้ามญาติแล้วบอกลาเลย

พยาบาลก็เข้ามาเจาะเลือดใส่น้ำเกลือให้ยาฆ่าเชื้อโรคทันที แบบยาตามมาเป็นพรวน หิวแสบท้องมากเลยด้วย พอเที่ยงๆ หมอเดินเข้ามาบอกว่า ติดเชื้อในกระแสเลือดนะครับ นอนนิ่งๆ ทานยาให้ครบ แล้วตรวจเลือดทำตามที่สั่งแล้วเรามาดูกันอีกที

วันนี้ขอพิมพ์แค่นี้ก่อนนะคะ เพราะเริ่มเหนื่อยแล้ว แต่ตอนนั้นนะอยากระเบิดมากว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วโลกเบี้ยวๆ แบบนี้เซ็งค่ะหมอ

ขอแก้ไขนะคะ เพราะพิมพ์ผิดเยอะมาก พยายามแก้แล้ว แต่ก็ไม่น่าจะหมด จะค่อยๆ แก้ค่ะ

edit @ 5 Jun 2008 22:44:33 by kurumi

Comment

Comment:

Tweet

เจ้านายใจร้ายมากๆค่ะ
บริษัททำไมไร้น้ำใจยังงี๊

#5 By mutsuki on 2008-08-31 00:51

นายแกแล้งน้ำใจอะนัท ชั้นชักเข้าใจแล้วว่าทำไมแกบ่นอยากลาออกตลอด

#4 By cat in the kitchen on 2008-06-25 22:33

ยังไม่ได้อ่านเลย !!

เห็นแค่ชื่อหัวข้อก็สยิ๋วแล้ว

หายไว ๆ นะครับ . . . . .

#3 By L.Statagem on 2008-06-06 20:27

ขอบคุณค่ะ นี่ถ้าหมอไม่ให้แอดมิทสงสัย คงต้องไปตายในบริษัทให้นาแเน่ๆ

#2 By kurumi on 2008-06-05 22:46

โห ขอให้หายเร็วๆนะครับ เอาใจช่วย
เจอเจ้านายขี้วีนแบบนี้เป็นผมออกตั้งแต่ 2 อาทิตย์แรกแล้วล่ะครับ ไม่ทนอยู่ให้ปวดเฮดหรอก งานอื่นทำแล้วสบายใจกว่ามีเยอะแยะ

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2008-06-05 22:35