DVD

Celtic Woman วงนี้ผู้หญิงสวยจัง

posted on 26 Apr 2008 22:36 by forever16  in DVD

นัทไม่ค่อยแน่ใจว่าคนไทยจะคุ้นกับวงนี้สักแค่ไหนนะคะ เพราะในมุมมองของนัท วงนี้ไม่ใช่แนวดนตรีที่เราคุ้นชินแบบร็อค ฮิปฮอป หรือป๊อป แต่ดนตรีแบบนี้ที่เราจะคุ้นหูก็น่าจะเป็น Enya มั้งคะ อันที่จริง Enya นั้นนับเป็นนักร้อง + นักแต่งเพลงประเภท New Age ถึงแม้เธอจะปฎิเสธว่าไม่ใช่ก็ตามที

 

นัทเพิ่งจะมารู้สึกตัวเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมานี่เองค่ะว่า นัทกลายมาเป็นคนที่ชอบฟังดนตรีประเภทนิวเอจ โวคอล-แจ๊ส easy listening  บอสซ่า โนว่าและเคลท์-ติก   อืมอันที่จริงเริ่มหัดฟังร็อคมากขึ้นและเริ่มรับพวกฮิปฮอปได้ด้วยล่ะ ช่วงก่อนกลับมาเมืองไทย ครอบครัวที่อเมริกาเพิ่งได้วีดีโอการแสดงของ Riverdance กับ Lord of Dance มา ซึ่งนัทก็คลั่งไคล้สุดๆ ด้วยตอนนั้นรู้สึกทึ่งในความสามารถของพวกเขาจริงๆ การแสดงทั้งสองก็นับเป็นการแสดงประกอบดนตรีประเภทเคลท์ติกเหมือนกันนะคะ ท่าทางตอนนี้จะเหลือพวกเฮฟวี่เมทัลกับแร้พที่ยังไงก็ไม่ถูกสเป็คจริงๆ แหละ ขอบายค่ะ

 

ดนตรีเคลท์ติกถ้าจะบอกว่าเป็นไอริชก็ได้มั้ง แบบ The Corrs นั้นบางเพลงจะมีดนตรีแบบเคลท์ปนๆ มาด้วย แต่วงนั้นออกแนวสมัยใหม่มากกว่า ที่นัทจะนำมาแนะนำในวันนี้คือ Celtic Woman : A New Journey, Live at Slane Castle, Ireland ค่ะ เป็นดีวีดี คอนเสิร์ต (??? เหมือน Concert to Promote CD มากกว่าแฮะ) ของอัลบั้มที่สามของวงนี้ค่ะ ตอนแรกที่พิมพ์เอนทรี่นี้ก็คิดว่าจะรีวิวแบบละเอียดคือทุกเพลงเลย แต่ตอนนี้กำลังเจอมรสุมการงานแฮะ อยากรู้รายละเอียด ก็กลับไปอ่านเอนทรี่นี้ค่ะ  http://forever16.exteen.com/20080418/recommended-song-for-sound-testing

ตอนนี้เลยไม่แน่ใจว่าจะเลือกแค่เพลงที่ชอบหรือเปล่า เพราะเพิ่งได้แผ่นคอนเสิร์ต Live Earth มาด้วย + เจ๊มาลัยอีก เลยเริ่มมีคิวยาวแล้ว หุหุ อาวันที่จะอัพเอนทรี่นี้ก็ไปนรกได้มาอีก 2 แผ่นค่ะ Andrea Bocelli กับสาวสวยเสียงดี Hayley Westenra โอ้คิวฉัน

 

นักร้อง / นักดนตรีชาวไอริชที่รู้จักกันดีก็จะมี U2, Westlife, Boyzone, The Corrs

 

วันที่เจ็ดเดือนห้านี้วันเกิดด้วย เลยว่าจะทำเค้กไปทานกับพวกน้องๆ ที่ร้านเลยว่าจะซ้อมทำก่อน ...หาข้ออ้างละลายเงินจริงฉัน แต่วันเกิดมันวันพุธซึ่งมีประชุมตอนเย็นเลยว่าจะไปทานในประชุมเลย เอาให้นายมันจุกอกจะได้เลิกเร็วๆ ß นางมารเขี้ยวงอก หางแกว่งแล้วค่ะ

 

อันที่จริงเพลงของ Celtic Woman นั้นเพราะทุกเพลงเลยค่ะ นัทเคลิ้มไปกับคอนเสิร์ตเขามาก แต่ชอบ Lisa Kelly เป็นการส่วนตัว (ไม่นับรวม Hayley ที่รู้จักอยู่แล้วจากอัลบั้มของเธอนะคะ)

 

เรามาพูดถึงเพลงเปิดการแสดงกันก่อนแล้วกันนะคะ The Sky and the Dawn and the Sun เพลงนี้เป็นรวมนักร้องทั้งห้าคนและนักโซโลไวโอลินค่ะ นัททึ่งในฝีมือของ Mairead โวโลไวโอลินมาก เพราะเธอสามารถมากๆๆๆ สีไวโอลินไป วิ่งไปโน่นกระโดดมานี่ หมุนตัวอีกต่างหาก ไม่เวียนหัวหรือเจ้าคะคุณ เพลงนี้เริ่มจากเสียงไวโอลินของเธอค่ะ ฟังแรกๆ อาจจะโหยหวนนิด แต่ก็เพราะนะคะ ตามด้วยเสียงจากสาวผมแดง Orla ค่ะ เวลาที่สาวว ทั้งห้ามาร้องประสานยืนเรียงหน้ากระดานแบบนี้ทำให้ดูออกเลยว่าใครร้องอยู่ พอฟังรอบหลังๆ เริ่มแยกเสียงได้แล้วค่ะ เพราทุกคนแก้วเสียงใสมาก แต่เอกลักษณ์ก็ยอดอีกเช่นกัน คือโคลเอ้ Chloe จะใสแบบหวานนางฟ้า แต่ Orla จะออกแนวผู้ใหญ่กว่า แล้วแต่คนชอบค่ะ

 

เพลงที่สอง The Prayer by Chloe ช่วงอินโทรของเพลงนี้จะสั้นๆ ค่ะ เสียงของโคลเอ้จะใสมากเลยนะคะ จริงๆ นัทชอบโคลเอ้พอๆกับเฮย์ลี่เลย แต่ลิซ่ายังมาวิน เสียงขลุ่ยนำมาบวกกับเครื่องดนตรีที่นัทไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไร เพราะไม่อาจตรัสรู้ได้ แต่ถ้าใครมีดีวีดีช่วยดูนิดนะคะ เพราะมันจะเป็นเหมือนแท่งโลหะแขวนติดกันเป็นพรืด มีไล่ระดับสูงต่ำด้วยค่ะ เวลาเล่นเขาจะนำมือไปกรีดผ่านๆ จะได่เสียงแหลมสูง ใสๆ เพราะดีอ่ะ ไว้จะหารูปมาให้ดู ตอนนี้ขอเรียกไอ้แผงกรีดเสียงก่อนละกัน ชอบหน้าของโคลเอ้อ่ะ น่ารักเชียว แต่เกลียดท่ายืนร้องเพลงเธอมาก คือวางแขนไม่สวยเลย แต่ก็เข้าใจว่าเป็นลักษณะเวลาร้องเพราะตั้งแต่เริ่มแสดง คุณเธอยืนอยู่ท่าเดียว

 

เพลงที่สามคือ Caledonia เพลงโปรด อันนี้รบกวนกลับไปหาอ่านที่เอนทรี่ก่อนๆ นะคะ ยาว...

 

เพลงที่สี่เพลงนี้คุณออร์ล่าเธอบอกว่าเด็กๆ หลบไป เจ๊ใหญ่ลุยเอง โฮะๆๆๆ ล้อเล่นค่ะ เคยอ่านเจอในเวบ ลิซ่าบอกว่าโคลเอ้เป็นคนออกแนวฮิปๆ Meav เป็นคนมีเหตุผล Mairead เป็นคนขยันมีกำลังเหลือเฟือ และออร์ล่าเป็นคนนิสัยดีมาก อืม เธอดูดีสุดๆ เลยค่ะ

 

เพลงที่ห้า เพลงนี้คือเพลง Sail Away ของ Enyaน่ะแหละค่ะ แต่ทำไมทาง Celtic Woman เรียกว่า ก็ไม่ทราบได้นะคะ แต่ถ้าเข้าใจไม่ผิด คุณเธอจะนำไปแปลเป็นอังกฤษอีกที (มั้ง) อืมมมม ขอเวลาค้นค่ะ คุณเอ็นเธอร้องเดี่ยวใช่ไหมคะ แต่ทางนี้บอกไม่ เรามาเป็นทีมค่ะ เธอเลยแท็คทีมมาสามเลย ตอนเริ่มต้นก็เหมือนๆ กับเอนย่า เสียงดีดไวโอลิน คืดว่าเรียกดีดนะคะ คือเหมือนนำคันชักมาสะกิดกับไวโอลินน่ะค่ะ เสียงจะชัด ไม่มีเอคโค แล้วเสียงกลองก็แน่นดี อาจจะไม่หนักมาก แต่ดีค่ะ กลางเพลงจะมีเสียงปี่สก็อต ชอบเสียงปี่สก็อตอ่ะ เพราะมากแล้วคอรัสเขาก็ทำดีเชียว เลือกเสียงดีๆ มาทั้งนั้นเลย

 

 

เพลงที่เจ็ดเป็นลิซ่าในเพลง The Blessing ไม่ได้ลำเอียงนะคะ แต่เพลงนี้ดีตรงที่ว่าใช้เครื่องดนตรีชิ้นเดียวคือเปียโนค่ะ ลองพยายามฟังดูว่ามีเสียงอื่นนอกจากเสียงเปียโนหรือเปล่า แล้วมีอะไรบ้าง จะมีเสียงปรบมือตอนแรกกับตอนท้ายเพลงค่ะ

 

เพลงที่เก้า เป็นเพลงบรรเลงค่ะ ออกแนวสนุกสนาม เหมือนเพลงที่เล่นตามงานแฟร์ของฝรั่งแบบสนุกสนานน่ะค่ะ ขอทึ่งหนู Mairead เธออีกทีเถอะ เล่นได้ไง เรารึแค่เดินธรรมดายังมีหกล้มกันเลย นี่เธอเล่นไวโอลินไป เต้นไป เฮ้อ

 

เพลงที่สิบ เพลงที่เราหลายคนน่าจะรู้จักกันดีจากเรื่อง The Wizard of Oz เพลงนี้ทุกคนมาร้องรวมกันค่ะ ถ้าลำโพงเสียงแข็งนะ บอกได้เลย เพลงนี้ตายไปซะเถอะ เพราะรวมสาวๆ เสียงหวานแบบนี้ ตาย

 

เพลงที่สิบเอ็ด เพลงนี้ชอบตอนอินโทรค่ะ ถ้าท่านรู้จักคัสทราเน็ต (สะกดอาจไม่ถูกนะคะ) เครื่องดนตรีของสเปนเวลาเต้นฟลามิงโกน่ะค่ะที่ถือในมือแล้ว..อืมมมม อธิบายยากแฮะ เอาเป็นว่ามีคัสทราเน็ตอยู่ชิ้นเดียวแล้วเล่นทั้งเพลงน่ะค่ะ ลองฟังดูดีๆ เพราะเล่นประสานกับอย่างอื่นด้วย แต่ไม่กลบเสียงเจ้าคัสทราเน็ตไปนะคะ

 

เพลงที่สิบสาม เพลงนี้หนูเฮย์ลี่ร้องโซโลค่ะ เสียงหวานใส สูง สามคำนิยามของเธอ ดูสิว่าลำโพงจะเล่นไหวไหม หุหุ ไม่ดีล่ะเราจับผิดง่ายๆ เลยนะคะเนี่ย

 

เพลงที่สิบสี่ เพลงนี้ต้องบอกว่าเล่นกับลำโพงค่ะ เพราะเพลงนี้มีเครื่องดนตรีอยู่ชิ้นเดียวคือฮาร์ปค่ะ เล่นยังไงเหรอคะ ก็เล่นว่าลำโพงจะหลุดเสียงอื่นนอกจากเสียงร้องกับเครื่องดนตรีมาให้เราจับฟิดหรือเปล่าน่ะสิคะ สำหรับครึ่งแรกจะไม่มีอะไรเลย แต่พอครึ่งหลังจะมีไวโอลินเข้ามาบรรเลงร่วม ตอนนั้นก็พิสูจน์ความหวานของลำโพงล่ะค่ะ ว่าจะหวานหรือแข็ง

 

เลงที่สิบห้า เพลงนี้เวลาฟังทีไรนั้นขอบอกว่าต้องอมยิ้มทุกที Sing Out!  ฟังแล้วรู้สึกเฮฮา ยิ้มมมม อารมณ์ดี๊ดี  ตอนแรกจะร้องกันแค่สี่สาว แต่พอกลางเพลงพอกลองเล่นแล้วต่อด้วยคอรัสนั้น รู้สึกว่าอาราณ์มันคึกคักขึ้นนะคะ เป็นเพลงที่ใช้กลองสองแบบ คือแบบที่ใช้ไม้ตีแบบปรกติที่เห็นกัน กับแบบที่ใช้มือค่ะ คือแบบกลองตามเกาะน่ะแหละ ชอบแฮะ

 

เพลงที่จังหวะคึกคัก หนึ่งในไฮไลท์ของชุดนี้ค่ะ Spanish Lady ชอบตรงที่เพลงนี้ออกมาครบห้าคนเลยน่ะค่ะ แล้วก็ผลัดกันส่งเพลง เพราะฉะนั้นจะได้ยินเสียงหวานๆ ในแบบที่ต่างกันครบทุกคน

 

เพลงที่สิบเก้า เป็นเพลงบรรเลงโดยไวโอลินและกลองค่ะ เพลงนี้ลองฟังดีๆ เพราเสียงกลองจะแบ่งข้างชัดเลยว่าซ้ายหรือขวา เพราะมีกลองสองตัว ตัวละข้างค่ะ ตอนแรกจะช้าๆ จะนึกว่าจะหลับหรือเปล่านี่ แต่พอผ่านมาสักสองห้องก็จะเร็วแล้วล่ะค่ะ แถมเดี๋ยวเดียวคนฟัง

 

เพลงที่ยี่สิบ The Voice เริ่มด้วยเสียงของลิซ่าคลอกับ...คิดว่าไวโอล่านะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าไวโอลินหรือไวโอล่า พอกลางค่อนปลายเพลงจะมีเสียงกลองเข้ามาชัดมาก และท่อนสุดท้ายนั้น ลิซ่าเธอโชว์พลังเสียงได้สุดยอดเลย

 

เพลงที่ยี่สิบสาม Mo Ghile Mear เพลงนี้แปลไม่ออกค่ะ ไร้สิ้นซึ่งความสามารถในการแปลคำนี้ แต่ชอบค่ะ เริ่มจากเสียงคอรัสแล้วตามด้วยเสียงคุณ Meav เป็นเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีน้อยอีกแล้ว นัทว่าดีนะคะ เพราะเราจะสังเกตเสียงเครื่องดนตรีง่ายกว่าเสียงดนตรีคลอทุกวินาทีเลยทีเดียว กลางเพลงจะมีตอนที่กลองสองตัวเขาโซโลกันเองด้วยค่ะ

 

เพลงที่ยี่สิบสี่เป็นเพลงคัฟเวอร์ค่ะ You Raise Me Up เพลงนี้หลายคนคงคุ้นเคยกับเวอร์ชั่นของ Westlife นัทก็ชอบนะวงนั้น แต่เพลงนี้พอผู้หญิงร้องก็ให้ความรู้สึกแปลกออกไปค่ะ เพราะต่างกัน

 

ในด้านภาพนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับว่าโทรทัศน์ของคุณจะสามารถแสดงออกมาได้สวยแค่ไหนแล้วล่ะค่ะ เพราะสำหรับนัทนั้นคงต้องเล่นให้ดูแล้วชี้แต่ละจุดว่าเห็นอะไรบ้าง จะว่าไปแล้ว ทางร้านนัทมีตัว HD DVD Player หลายเครื่องกะลังกลุ้มใจว่าจะเอายังไงดี เพราะตอนนี้ทาง Blu-ray ชนะไปแล้ว เฮ้อ

 

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วหลายท่านคงเข้ามาอ่านในบลอคแล้วตกใจว่านัทบ้าอะไรขึ้นมา ถึงมากรีดร้องในบลอคแบบนั้น ก็เอาเป็นว่า นายโทรศัพท์ข้ามประเมศ + ข้ามทวีปมาด่าถึงที่เลยค่ะ ทั้งๆ ที่นัทไม่ผิดด้วย เพราะถ้าผิดแล้วด่านะ นัทไม่โวยหรอก นี่ตัวเองผิดเองแล้วมาจำไม่ได้เลยขอด่านัทไว้ก่อน นัทเลยของขึ้น ไม่พูดไม่จากับนายเลย เพราะโดนขนาดนั่งร้องไห้ในร้านเลยค่ะ วันรุ่งขึ้นเลยมาสายทั้งๆ ที่ช่วงนี้มาทำงานเช้าขึ้นจนฝ่ายบุคคลโทรไปถามว่าจะมาหรือเปล่า ทั้งๆ ที่เลยเวลาตอกบัตรไป 5 นาทีเนี่ยนะ ที่แท้เขากลัวนัทหนีไปเลยไม่มาทำงานแล้วนี่เอง เฮ้อคนเรานะ

 

นี่น้องๆที่ร้านที่พารากอนมาลาออกไปสามคน ทีเดียวสามคน เฮ้อสลบ

พอนายทราบเลยหยุดด่ากระทันหัน เพราะกลัวใจนัทค่ะ กลัวนัทจะออกอีกคนมั้ง เชอะ คนเรานะถ้าทำดีกับลูกน้อง ก็ไม่มีใครหนีหรอกค่ะ ถ้าไม่เหลืออดในสถานการณ์แบบนี้ ใครจะอยากออกไปเตะฝุ่นกัน คนเรา

edit @ 1 May 2008 22:24:18 by kurumi

อิอิ วันก่อนเดินๆ อยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็เข้าไปดูร้าน MVK เจ้าประจำที่เราจะซื้อพวก CD DVD จากที่นี่ประจำ เพราะราคาค่อนข้างถูกกว่าร้านอื่น ก็เหลือบไปเห็น DVD Concert PSD Live from London ก็เลยซื้อมา

ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าภาพมันสวยล่ะก็จะเอาเสนอนายให้ซื้อเข้าร้านไว้เล่นให้ลูกค้าดู แต่พอวันนี้เปิดดูกับพลาสม่า 50 นิ้วแล้ว อืม... ว่าไงดี คือตัวเสียงน่ะโอเคนะ แต่ภาพนี่บางช่วงดี แต่บางช่วงมันสั่นน่ะ ขนาดเล่นกับ HDMI Phillips แล้วนะ แปลกจัง แต่พอไปเปิดพวก MV ก็ค่อยยังชั่ว

คือเราก็ชอบตรงที่ภาพมันสว่างนะ แต่ตัวแผ่นอัดมาไม่ค่อยดีเลย ไว้ต้องลองเปลี่ยนเครื่องเล่นดู เผื่อเล่นกับตัวอื่นจะดีกว่านี้

แต่ดูแล้วแอบคิดว่าบางเพลงมันลิปซิ้งอ๊ะเปล่าเนี่ย คือไม่เห็นมือกลองกีตาร์เลยอ่ะ มีแต่ตากล้อง บางเพลงก็เห็นๆ แหละว่าร้องจริงชัวร์ แต่บางเพลงก็ อืมมมมม ไม่แน่ใจ

แต่ที่แน่ๆ สาวๆเขาสวย เซ็ก เอ็กซ์ อึ๋ม เย้ายวนเป็นที่สุด

แต่ที่ขัดใจที่สุดคือ เห็นพ่อแม่ฝรั่งบางคนเอาลูกน่าจะ 7 -8 ขวบไปดูอ่ะ คือ โอเค ทำกิจกรรมร่วมกัน ดีค่ะ ครอบครัวจะได้แข็งแรง แต่เด็กแบบนั้นจะซึมซับเอาแบบอย่างแบบนักร้องพวกนี้เนี่ยนะ คือเราน่ะชอบแหละสวยๆ งามๆ แต่!!! เด็กจะติดภาพผู้หญิงต้องผอมสวยหุ่นชะลูดเท่านั้น(กะผี)หรือเปล่า ต้องแต่งตัวเปิดๆๆๆๆๆๆ และเปิด ใช้ผ้าให้น้อยที่สุดถึงจะดี(ตรงไหนวะ)หรือเปล่า น่าคิดนะคะตรงจุดนี้

นั่งดูจนตาแฉะเลยแฮะ 5 ขั่วโมง โอ้คุณแม่ขา 3ภาครวด อืมมมม นับถือความอดทนของตัวเองนิดๆ แฮะ

หลังจากที่ดูฉบับรีเมคของฮอลลีวูดไปแล้ว The Departed เป็นหนังรีเมคที่เรียกว่ารวมภาค1-3ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว (หรือเปล่า) แต่เท่าที่เราดูมา The Departed จะมีเหตุผลความน่าเชื่อถือได้น้อยกว่า Infernal Affairs นะ อาจเป็นเพราะInfernal นั้นตัวเหลียงเฉาเหว่ยเป็นลูกมาเฟียเลย แต่ตัวของลีโอนาโดนั้นพ่อเป็นคนในตระกูลมาเฟียแต่แยกออกมาประกอบอาชีพสุจริตล่ะมั้ง

เนื่องจากไม่ได้ดูภาคโรงนะคะ เลยบอกได้แต่ในดีวีดี เขาเอามาตัดต่อเรียงลำดับเวลาใหม่ เพิ่มฉากที่ตัดออกไป ตามปกว่างั้นนะ ถ้าคุณเป็นแฟนหนังฮ่องกง หรือโตมากับหนังฮ่องกงพวกอุ้ยเสี่ยวป้อ ฉบับเหลียงเฉาเหว่ยล่ะก็พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ยกเว้นว่าท่านทำใจกับเวลาที่พรากความหนุ่มจากเฮียหลิวกับเฮียเหลียงไม่ได้เท่านั้นแหละ

ดารารุ่นเล็กก็ทำได้ดีนะ แต่ชอบคนที่เล่นเป็นแมรี่เมียแซมน่ะ สวยคลาสสิคดี แถมเล่นเก่งมากๆเลยด้วย ไว้ไปหาชื่อก่อน หน้าคุ้นมาก แต่นึกชื่อไม่ออก อืม

เนื่องจากไม่สบายนอนซมไปหลายวัน เพราะเริ่มจากคออักเสบไปเป็นหลอดลมลามไปเรื่อยๆ เลยนอนอยู่บ้าน แต่อันที่จริงอยากเอาไปแพร่ให้น้องๆที่ร้านมาก จะได้ไม่สบายทุกคนแล้วหยุดหมด ปิดร้านไปเลย เชอะ

นอนอยู่ก็เอาหนังเรื่อง Helen, The Baby Fox เธอขื่อเฮเลนมาดู (อยากรู้มากใครเป็นคนตั้งชื่อภาษาไทยเรื่องนี้เนี่ย ขอถามหน่อยเหอะ ชื่อมันแบบ... ไม่เพราะเลย)เป็นหนังของญี่ปุ่นที่สร้างจากเรื่องจริง ดีวีดีเรื่องนี้ได้มานอนกอดไว้นานแล้ว ตอนมันเข้าโรงก็อยากดูมาก แต่ไม่มีเวลา+การจำกัดวงฉายอีก เลยทำให้พลาดไปแบบ Sugar & Spice แต่พอดีวีดีออกก็ไม่พลาเนการจัดหามาเก็บไว้ในครอบครอง เลยต้องควักมาดู

หนังเรื่องนี้นักแสดงน่ารักมาก โดยเฉพาะลูกสุนัขจิ้งจอกนั่น โอ้น่ารักสุดๆ เล่นเอาละเมออยากเลี้ยงไปเลย แถมพอเหลือบไปเห็นเจ้ามี่ ทิมมี่ที่สีเหมือนเฮเลนอีก เลยฝืนสังขารลากมันมากอด มันก็ดิ้นขลุกขลัก เนื่องจากอันที่จริงฟัดมันมากกว่าฮ่ะ

หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนดูทุกเพศทุกวัย เป็นเรื่องที่ผู้หญิงดูแล้วจะซึ้ง น้ำตาไหลอย่างไม่อาย และผู้ชายก็ไม่อายที่จะแอบเช็ดน้ำตาแน่นอนค่ะ อยากให้ลองไปหามาดูกันจัง จะได้ระลึกถึงความรู้สึกที่เราหลายคนลืมกันไปแล้วว่า การที่เรารักและให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนั้น เป็นยังไง ความรักที่บริสุทธิ์สะอาดนั้น เรายังมีเหลือให้กันไหม

คือว่าเดินเล่นที่แมงป่องอยู่ดีๆ ก็เหลือบไปเห็นหนังสุริโยไท ฉบับห้าชั่วโมงแบบวีซีดีกำลังลดราคาเหลือ 119 บาท เราก็หืม??? แล้วหันไปดูราคาดีวีดี โอ้ห่างกันหลายร้อยแฮะ อืมมม

จะว่าไปนัทเป็นคนแปลกอยู่อย่าง เวลาบ้าคลั่งเองอะไร ก็จะบ้าชนิดตามเก็บ ตามหา ตามซื้อจนได้ครบ ไม่งั้นจะหงุดหงิดมาก เช่นเวลาบ้าหนังเรื่องอะไร จากที่ซื้อแค่ Movie Time กับ Starpic 2เล่มที่เป็นนิตยสารหนัง ก็จะดูว่าเล่มไหนมีเรื่องที่กำลังบ้า/อยากอ่านอยู่ลงด้วย ก็จะไปซื้อมาอ่าน ที่ซื้อเพิ่มประจำก็ Bioscopeหรือ Pulp อะไรแบบนี้

ตอนหนังสุริโยไทเข้า นัทก็ไปดูรอบเดียวนะ แต่ว่าก่อนเข้าโรงหนังนี่ อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องเช่นเบื้องหลัง หรือพวกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆที่เอามาเขียนนี่อ่านไปประมาณ 5 เล่มเป็นอย่างต่ำ อาจจะเพราะพื้นคือคนชอบอ่านอยู่แล้ว แล้วก็อยากรู้อยู่ด้วย เลยอ่านดะ ประกอบกับที่บ้านก็อ่านกันเลยรู้สึกว่าซื้อมาไม่เสียของมากนัก เพราะอ่านหลายคน

ทีนี้ตอนสุริโยไทออกแผ่นมา ตอนนั้นนัทยังไม่นิยมดูดีวีดี เพราะราคาสมัยนั้นนับว่ายังสูงอยู่มากประกอบกับยังเรียนอยู่ เลยไม่เอาซื้อวีซีดีมาแทน แต่ตอนที่คอปโปลามาตัดต่อ นัทก็ไปซื้อมานะ เพราะนัทอยากดูว่าพอผู้กำกับระดับนั้นมาตัดต่อแล้วจะเป็นยังไง แม่ก็งง บอกว่าจะดูทำไม มันก็เหมือนๆ กัน โธ่คุณแม่ขา ที่ลูกนัทอยากดูจนต้องไปขวนขวายหามาดูน่ะ คือ"มุมมองของคน" ค่ะไม่ใช่ตัวหนัง มุมมองของคนแต่ละคนจะไม่เหมือนกันนะคะ ต่อให้ปากบอกปาวๆ ว่าเหมือนกันเป๊ะแต่เอาเข้าจริงๆ พอสำรวจลึกลงไปแล้ว บอกได้เลยว่าจะมีสิ่งที่ไม่เหมือนกันค่ะ แล้วนี่ฝรั่งมาตัดต่อหนัง "ประวัติศาสตร์ไทย" นะคะ เลยซื้อมาดู

กลับมาพูดถึงตัว 5 ชั่วโมงกันต่อ ฉากต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามานับว่าเล่นให้ละเอียดขึ้น ในแง่เนื้อหานะคะ มีฉากหลายฉากที่ดูแล้วรู้สึกเข้าใจว่าการดำเนินงานวางแผนกระทำการใดๆ มันละเอียดกว่า อย่างฉากที่ท้าวศรีสุดาจันทร์ตอนเด็กเข้ามาถวายตัวอยู่ในความดูแลของพระสุริโยไทนั่นก็มีการอธิบายกันหลายประโยค พ่อแม้ควรหามาให้ลูกดูเพื่อให้เข้าใจอะไรหลายอย่างดีขึ้น นัทว่าการดูแบบนี้ทำให้เด็กอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เข้าใจง่ายขึ้นนะคะ เพราะเด็กดูหนังแล้วไปอ่านจะง่ายกว่าอ่านแล้วนึกภาพไม่ออก แต่ผู้ใหญ่ต้องมีความเข้าใจประวัติศาสตร์มากพอจะอธิบายได้นะ ไม่ใช่สักแต่โยนให้เด็กดู แต่พอเด็กถามบอกไม่รู้ เด็กจะเสื่อมความศรัทธาได้

นัทจำได้ว่าตอนสร้างหนังเรื่องนี้มีบางกระแส บางกระแสนะคะเขาถกเถียงกันว่าพระสุริโยไท มีตัวตนอยู่จริงไหมในประวัติศาสตร์ไทย ตอนนั้นนี่โกรธนะ โกรธไอ้คนคิด คิดได้ยังไง ไม่เคยเรียนเรอะ ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยมีใครบ้าง หรือจะเกิดไม่ทันมาดูละครช่อง 3 ที่เมื่อสิบกว่าปีก่อนมีทำละครน่ะ เคยอ่านหนังสือไหม บรรพบุรุษคนไทยเจออะไรมามั่งไม่เคยอ่านเรอะ ทุเรศที่สุด ไอ้คนพวกนี้ต้องเจี๋ยน

กว่าจะพิมพ์เอนทรี่นี้จบใช้เวลาหลายวัน เพราะไม่สบาย แต่ก็พยายามเอามาดูและลงรีวิวให้จบก่อนจะไปดูพระนเรศวร เพื่อเวลามาลงรีวิวจะได้ไม่งง ไว้มีเวลา+หายดีแล้วจะเข้ามาพิมพ์รีวิวพระนเรศวรต่อนะคะ เซฟไว้แล้วแต่ยังพิมพ์ไม่จบ

อืม อันที่จริงตอนนี้ Internal Affairs แบบดีวีดี 3 ภาคกำลังนอนแอ้งแม้งกวักมือเรียกอยู่หลายวันแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดูเมื่อไหร่ และจะลงรีวิวเรื่องไหนก่อนดี เพราะดูมาเยอะ แต่ยังจัดเวลาอยู่เลย หุหุ


edit @ 2007/01/24 20:58:35

พอดีอยากเพิ่มหมวด Catagory อีกอันไว้รวม Review พวกซีดี ดีวีดี หรือดีวีดีคอนเสิร์ต ที่ได้ดูมาแต่มันแอดไม่ได้น่ะค่ะ เลยเอามาใส่พวกหนังไว้ก่อนแล้วกัน ไว้หาทางแอดได้ค่อยย้ายไปนะคะ

เมื่อเดือนก่อน เพื่อนบอกว่าในหนังเกาหลีมีสินค้าของที่ร้านโผล่ไปอยู่ในหนังด้วย เลยเป็นหน้าที่เราที่จะต้องไปหาพวกดีวีดีเข้าร้านไว้เดโม่ให้ลูกค้าดู แต่ทีนี้ The Art of Seduction ยังไม่ออกดีวีดี เราเลยได้วีซีดีมาดูก่อน

เป็นเรื่องของคาสโนว่าหนุ่ฒกับคาสโนวี่สาวมืออาชีพเวียนมาเจอกัน โดยลิขิต(นรก)จากสวรรค์ ที่ต้องการความปั่นป่วน (หัวใจ) มาเป็นบทลงโทษพวกชอบบริหารเสน่ห์แบบสองคนนี้ เนื้อเรื่องไปดูกันเองนะคะ เพราะสนุกดี แต่ไม่อยากสปอยล์น่ะ

พระเอกหน้าตาโอเคนะ ในบรรดาดาราเกาหลีที่ดูมา (เราเป็นคนไม่ค่อยดูหนังเกาหลีน่ะ เพราะไม่มีเวลา วงเลยแคบมาก) รูปร่างโอเคเลย

นางเอกก็น่ารักดี สวย แต่ร้ายใช้ได้ แสดงดีทั้งคู่เลย ว่างๆ น่าจะหามาดูกันแก้เครียดจากเหตุการณ์บ้านเมืองนะคะ

ถ้าดูตอนต้นที่ออฟฟิศนางเอกตอนที่กำลังจิบกาแฟแล้วเลขาบอกว่าคุณปุง - เศรษฐีบ้านนอกมาน่ะ ก่อนนั้นที่มีเครื่องเสียงอยู่ข้างๆนางเอกน่ะ เครื่องเสียงของ Bang & Olufsen เองค่ะ ร้านที่เราทำอยู่ เป็นรุ่น BeoSound 9000 เป็น 6 CDs Changer คือใส่ซีดีได้ 6 แผ่น เป็นรุ่นยอดนิยมเลยกับลำโพงคู่ใจ BeoSound 8000 และรีโมตที่นางเอกกดก็คือ Beo 4B Remote Control ที่เป็นปุ่มสีๆ

คนเกาหลีค่อนข้างจะนิยมเครื่องเสียงของ B&O มาก ถ้ามีเงินพอถลุงนะคะ เพราะบ้านคนธรรมดาเขาก็ใช้ของในประเทศกัน แต่ถ้ามีเงิน+ต้องการโชว์ว่าตัวเองมีฐานะและรสนิยมดี ส่วนใหญ่จะใช้ของ B&O กัน

พวกนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเวลามาเมืองไทยจะชอบมาดูที่ร้าน แล้วหิ้วกลับไป แต่พอพวกนี้บุกที เสียงจะดังมาก มาเป็นกลุ่ม เราก็ได้แต่กลอกตามอง แล้วยิ้ม เฮ้อ เหนื่อยเลย