Event

วันเกิดและ during เป็น Verb

posted on 07 May 2010 17:34 by forever16 in Event

อยู่ในช่วงหลีกหนีความจริงค่ะ

 

คือวันเกิดตัวเองวันนี้ ก็เลยหาเรื่องอัพซะหน่อยแก่ขึ้นอีกปีแล้ววันนี้ ก็ได้แต่หวังว่า ปีนี้จะมีเรื่องดีๆ แก่ชีวิตบ้างนะคะเหอๆๆ

 

ตอนนี้เรียนซัมเมอร์มาเกินครึ่งทางแล้วอันการเรียนภาคฤดูร้อนของปริญญาโทนี้ ต้องขอบอกว่า เรียนภาคการศึกษาปกติว่าหนักแล้วฤดูร้อนนี้นรกกว่า!!!

นัทเรียนแค่สองตัว แต่ราวกับเรียนซะแปดวิชาเพราะมันช่างเร่งรัดราวกับตามจรวดมิสไซล์หายอะไรแถบนั้น คนอื่นเขาตามกระบืออิป้านี่ตามจรวดแล้วค่ะ)

แถมยังอยากจะลงโทษตัวเองยิ่งนักที่ดันสะเออะไม่ทำตามที่ตั้งใจว่า ในเมื่อตัวเองจบมนุษยศาสตร์ภาษาอังกฤษภาคอินเตอร์มาแล้ว คราวนี้ก็ขอเรียนด้านการสื่อสารในวิชาเลือกแล้วกันเพราะป. โทก็อินเตอร์นี่นา แต่ดันคิดว่าวิชาน่าสนใจเลยลง แต่ SLA นี้ไฉน กลับเป็นเรื่องทฤษฎีการเรียนภาษาล้วนๆเลยล่ะเจ้า

 

อันวิชา SLA นี้ก็คือ Second Language Acquisition หรือการเรียนภาษาที่สองที่มิใช่ภาษาแม่ของผู้เรียนค่ะ

 

ตามปกติแล้วนักเรียนและบุคคลทั่วไปในเมืองไทย(นับอิฉันด้วย) จะเข้าใจตรงกันว่า ภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยแล้วนับเนื่องเป็นภาษาที่สอง แต่เมื่อนัทได้เรียนในขั้นนี้จึงรู้ว่าภาษาอังกฤษนั้นหาใช่ภาษาที่สองของคนไทยไม่ มันคือภาษาต่างประเทศต่างหาก!!!

 

โดยในทางวิชาการจริ งๆ นั้นภาษาที่สองคือสำหรับผู้เรียนจะต้องอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษานั้นๆ เป็นภาษาราชการเช่นคนจีน ญี่ปุ่น เยอรมันที่อยู่อาศัยในอเมริกาเจ้าค่ะเพราะบุคคลเหล่านั้นจะพูดภาษาของตนเป็นภาษาที่หนึ่ง หรือภาษาแม่แล้วเรียนอังกฤษเป็นภาษาที่สอง หรือคนไทยไปเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วหัดเรียนภาษาญี่ปุ่น นั่นคือเรียนภาษาที่สอง โดยคนๆ นั้นอาจจะได้อังกฤษฝรั่งเศส เวียดนามอยู่แล้ว ก็ยังนับเป็นภาษาที่สองนะคะ ถึงแม้จะนับเป็นภาษาที่สี่หรือห้า หรือหกแล้วก็เหอะ นัทไม่แน่ใจว่าอธิบายแล้วจะมีคนเข้าใจไหมเนี่ยคือนัทเข้าใจแล้วแต่อาจจะอธิบายไม่ดี ยังไงบอกด้วยนะคะ

 

คือวิชานี้เริ่มจากท่านอาจารย์ Stephen Krashen  คิดค้นเจ้า Input Hypohesis หรือ i + 1 ขึ้นมาลองไปหามาอ่านดูสิคะ จะรู้สึกเคารพรักท่านมาก เพราะเวลาอ่านเผินๆนี่ทำให้ฟังดูแล้ว ถ้าเราเรียนตามที่ท่านคิด คนไทยคงเรียนอังกฤษเก่งไปนานแล้ว แต่!!!!!!! ขึ้นชื่อว่านักวิชาการแล้วไฉนเลยจะง่ายเล่า ยิ่งนักวิชาการฝรั่งที่นิยมอะแฮ่ม แบ่งค่ายเพราะไม่มีอะไรทำ เอ๊ย ตบตี เอ๊ะ ไม่ใช่ล่ะแบ่งค่ายถกความคิดกันแล้ว เหอๆๆ

 

สรุปได้เพียงประโยคเดียวค่ะ "นรกแก่ผู้เรียน(ที่ไม่ชอบทฤษฎีเยี่ยงอิฉัน)"

 

วิชานี้ นับเป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับทฤษฎีล้วนๆ เพรียวๆไม่ปนอย่างอื่น แถมหนังสือที่คุณ Marysia เขียนนั้นอยากจะบอกว่า ถ้าท่านมีอะไรทำอย่างอื่นนอกจากจนตรอกไม่มีคลาสอื่นให้ลงนั้นขอเตือนว่า อย่าลงเลยค่ะ

 

เพราะมัน ABSTRACT สุดๆที่สุดในจักรวาลแล้ว

 

ขนาดนั่งอ่านไปก่อนพอจะจับจุดได้ ไปเรียนแบบมั่นใจกลับโดนอาจารย์ที่เคารพ (เป็นคณบดีด้วยอ่ะ แง) ตีแตกหมดเลยค่ะ ไม่เข้าใจไม่ว่าแต่เข้าใจผิดหมดเลย แล้วพออาจารย์อธิบายตัวทฤษฎีเสร็จเอาล่ะ...แต่ผู้เขียนนั้นเขาแย้งว่า ไอ้ทฤษฎีที่ว่านั้นใช้ไม่ได้ผล ห่วยแตกยังไง

เฮ้ย เรายังกำทรายในมือไม่มั่นเลย เจอแบบนี้เข้าไปไอ้ที่พอจะกำได้กลับหลุดหมดเลยเว้ยเฮ้ยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดด  แถมไม่ใช่แค่ทฤษฎีเดียวนะคะ ทุกทฤษฎีเลยด้วยฮือๆๆ ฝังกันเลยเหอะค่ะอาจารย์ขา หนูโง่เกินอภัย

 

คืออาจารย์เองก็ทราบนะคะว่ามันยากมากท่านก็พยายามสอนโดยอธิบายต่างๆ นาๆ ก็ค่อยยังชั่ว แต่ด้วยเวลาเรียนมันกระชั้นมากอ่านทวนของเก่าได้รอบเดียวต้องเตรียมของใหม่แล้วบางครั้งทวนได้แค่ครึ่งเดียวด้วยซ้ำไป มันช้ำชอกระกำใจมากเลยค่ะ ฮือๆๆวันนี้เลยไปคุยกับอาจารย์ประมาณว่าไม่ไหวแล้วค่ะ ไม่เข้าใจเลย เมื่อวานนี้พี่ติ๋วเพื่อนนัทมาที่บ้านหลังจากไปทานวันเกิดนัทล่วงหน้ากันก็มาช่วยดูหนังสือแล้วแนะนำแนวทางให้ ด้วยพี่ท่านจบโทจิตวิทยามาแล้ว ก็เรียกได้ว่าชี้ให้เห็นทางสว่างค่ะ

 

เพราะนัทมัวแต่กังวลกับเรื่องทฤษฎีต่างๆ เกินไปแต่พี่เขาก็แนะว่า สังเกตดูแผนภูมิสรุปแล้ว เหมือนกับวิชาอื่น แหละ คือทฤษฎีหลังๆจะเป็นการพัฒนามาจากทฤษฎีแรกสุด

 

โอ้พี่ขา กราบขอบคุณอย่างสูงค่ะ เพราะอิฉันลืมสังเกตไปเลยโง่มาก

 

พอไปคุยกับอาจารย์อาจารย์ก็บอกคุณเข้าใจนี่ครับ เหอๆๆอยากจะร้องไห้เป็นภาษาสวาฮีลี มันไม่ได้มาจากสมองไร้รอยหยักของหนูค่ะอาจารย์ขาถ้ามาจากของหนู จะดีใจมาก

 

ไอ้ที่พล่ามมาไม่ใช่อะไรค่ะ คืออยากจะนำเรื่องตลกๆแต่ถ้ามองจากมุมอาจารย์อาจจะตลกไม่ออกนะคะ แต่นักศึกษาตลกค่ะ ตลกขริงและตลกร้ายมาก ถ้ามองว่านี่คืออนาคตของชาติ เวิ่นเว้อมาเยอะแล้ว เล่าเลยเนอะ

 

คือถ้าคนที่ติดตามบลอคจะทราบว่านัทเรียนโทที่ไหนขอบอกแค่คณะแล้วกันนะคะ Language & Communication ค่ะ

คืออาจารย์ที่สอนนัท วิชาทฤษฎีนี้จะเป็นคณบดีค่ะท่านก็จะหาเรื่องมาเล่าให้ฟัง ที่ชอบมากก็คือน้องจัสตินกับคุณสำเภา(คิดว่าจะชื่อถูกคือไม่แน่ใจว่าสำเภาหรือลำเภา)แต่วันนี้เราจะเล่าเรื่องนักศึกษาปริญญาโท อนาคตของชาติไทย ในคณะอื่นๆ ให้ท่านฟัง

คือเวลาเรียนป. โทเนี่ย จะมีการปรับพื้นฐานใช่ไหมคะ แต่คณะอื่นๆที่อาจจะไม่ได้สอบภาษาอังกฤษเนี่ย... บางท่านความรู้เรื่องนี้อาจจะ..... อืม...ติดลบเลยแหละ แล้วพอเจอแบบนี้ เป็นนัท นัทคงทำอะไรไม่ถูกค่ะ

จะมีคลาสหนึ่งที่เป็นแหล่งรวมเด็กอ่อนด้วยภาษาที่มิใช่คณะภาษา เพราะคณะนี้ไม่มีทางไปเรียนในคลาสนี้ได้หรอกค่ะ ด้วยมาตราฐานด้านภาษาโอเคกว่าคือเด็กใกล้จบแล้ว แต่ต้องรีเกรดวิชาภาษาอังกฤาด้วยไม่ค่อยมีอาจารย์ท่านไหนอยากจะไปสอนนักเพราะจะปวดหัวกว่าเด็กในคณะห้าร้อยล้านเท่า แต่คณบดีชอบค่ะคงท้าทายความเป็นครูมั้งคะ ชั่วโมงแรก เข้าไปก็ให้ดูประโยค เอาล่ะใครบอกผมได้บ้างครับนักศึกษา ว่ากริยาหลักอยู่ที่ไหนผิดถูกผมไม่ว่าครับ ลองดูเลย

 

ป.ล. กรุณาเข้าใจว่าคณะอะฮั้นเข้าไปปุ๊บจะเจอ Core Partอยู่ไหน และประโยคภาษาอังกฤษมีเจ็ดรูปแบบตายตัวก่อนเลยฮ่ะ

 

นักศึกษาเงียบค่ะ

จนมีผู้กล้ายกมือ ขอผมลองได้ไหมครับอาจารย์

ด้วยความดีใจ อาจารย์ก็รีบเชื้อเชิญโดยเร็วพลันผู้กล้าก็ก้มลองมองประโยคแล้วตอบว่า

During ครับ

เงียบค่ะท่าน พวกอิฉันที