birthday

ช่วงนี้ความเครียดสูงค่ะ ทั้งงานประจำนรก ทั้งนิยายที่ต้องเขียนให้จบอีก แล้วยังวีซ่าของทริปปารีสเดือน 9 นั่นด้วย อ๊ากกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว งานนี้ต้องไปปลดปล่อยความเครียดกันวะหน่อยแล้ว

 

นัทมันพวกเครียดสะสมค่ะ คือเครียดแล้วโวยวายก็จริงแต่ไม่อาจระบายมันออกไปได้ เมื่อก่อนใช้วิธีไปออกกกำลัง ไม่ก็เล่นเกม แต่ตอนนี้ไม่ได้ผลทั้งคู่ เพราะฉะนั้น เรากลับสู่วิธีดั้งเดิม การช้อปปิ้งบำบัด

 

เดือนนี้เดือนเกิดอีก ได้คูปอง 25% ของสกินฟู้ดมาด้วย หึหึ อีกสารพักยี่ห้อเลย ไปลุยกันดีกว่า  (ไปลุยวันที่ 25 เดือน 5 ค่ะ แต่เพิ่งได้ฤกษ์อัพวันนี้ เพราะเพิ่งออกจากโรงหมอค่ะ เดี๋ยวรอเอนทรี่หน้าจะเล้ฃ่าให้ฟังว่าติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นเช่นๆร)

 

หึหึ ที่นัทไปประจำคือเซ็นทรัลปิ่นเกล้าค่ะ วันนี้นัดบีเอเจ้าประจำไว้คือน้องอ้น ไปถึงห้างตอนสี่โมงนิดๆ ข้อแม้คือต้องกลับบ้านตอนหกโมง ไปดูของที่สอยมาวันนี้กันค่ะ

 

แหะๆๆ พอดีช่วงนี้เห่อลงรูป เพราะเพิ่งทำเป็นค่ะ

อย่างแรกที่ไปสอยมาก็คือเบสองุ่นเขียว ตอนแรกลังเลระหว่างเบสสาเกกับเบสเขียว แต่พอดีนัทผิวขาวเผือก ราวหลอดนีออนก็จริง แต่เม็ดสีไม่สมดุล คือแดงเป็นจ้ำๆ น้องเขาเลยทาให้ดู เปรียบเทียบแล้ว องุ่นดีกว่าเลยสอยมาตามความตั้งใจ

ต่อด้วยเซรั่มของ Black Rasberry ที่ค่อนข้างชอบ เพราะเซรั่มของพีช สาเกจะหมดแล้ว เลยนำมาใช้ร่วมกันค่ะ เพราะปกติใช่สาเกท้งชุด แต่ช่วงนี้ใช้เบส kiss เลยหน้าแห้งไปหน่อย แต่คุมมันเยี่ยม เลยต้องเปลี่ยนตัวบำรุงนิด เลยใช้ร่วมกันได้

แล้วก็ไปสอยมาร์สที่เล็งมานาน คือมาส์คข้าว ประกฎว่ากลับมาลองแล้วถูกใจ กรี๊ดกร๊าด เป็นที่ยิ่ง เพราะนิ่มมมมม มาก สมคพร่ำลือ เลยติดเลยค่ะ

แล้วก็ยาทาเล็บิก 2 ขวด คือสีม่วงเข้ามีกากเพชรวิ้งๆ สีทองๆ ทาแล้วขาวเชียว กับสีน้ำตาลช็อคโกแล็ต ว้าวๆๆๆโปรด

สรุปค่าเสียหาย สองพันกับเศษสิบกว่าบาท เพราะมีบัตรลด 25% วันเกิดค่ะ แล้วเลยต่อบัตรสมาชิกไปเลยด้วย ได้บัตรลด 20% มาต่อด้วย ไว้รอขอใกล้ๆ หมดแล้วค่อยว่ากะน เพราะใช้ได้ถึงตุลาแนะ

 

แล้วต่อด้วย The Body Shop เพราะอยากได้สบู่ล้างตัว ด้วยของที่ใช้อยู่ใกล้หมดแล้ว แล้วเขาลดอยู่ ก็เลยไปซื้อเพราะเดือนเกิดเขาลดเพิ่มนี่ค่ะ พอไปแล้วยื่นบัตร เขาก็เปลี่ยนบัตรให้ใหม่เลยได้คูปองมาด้วย หุหุ ดีค่ะ ชอบคูงปองลดนี่แหละ เพราะใช้หลายตัวอยู่ ไม่ได้ติดยี่ห้อนะคะ แต่นัทผิดแฟ้ง่ายมาก H2O ที่ใครๆ บอกว่าไม่แพ้ นัททาที่แขนเทสดู 5 วิเองค่ะ เห่อซะน่ากลัวมาก เลยต้องใช้แต่ของที่ใช้ได้ แล้วไม่แพ้จริงๆ ไม่งั้นตายแน่ ค่าหมอไม่ใช่ถูกๆ นี่คะ

และเดินไปดูมาสค่ร่า เพราะช่วงก้อนมาสคาร่าหมดอายุแล้ว ก็เลยไปต่อขนตา ที่ไม่ได้ต่อมานาน แต่ช่างประจำไม่อยู่แล้ว เลยต่อกะคนอื่นซึ่งโชคร้าย ไม่โปรเลย ออกมาไม่งาม แค้นใจสุดๆ พอออกหมดแล้วก็เลยกลับมาใช้มาสคาร่าเหมือนเดิม คราวก่อนใช้ใบไม่ แบบสองสี คราวนี้ลองแบบสีเดียวดู อืมเวิร์คใช่เลย แต่อยากลองมาจอลอก้าดูแฮะ กับ Kiss me Heroien ของญี่ปุ่นที่เขาว่าเด้งไม่แพ้กัน ไว้ลองเที่ยวหน้าแฮะ

อ้อเห ที่ดูเหมือนซื้อเยอะเนี่ย เพราะมีหลายสาเหตุนะคะ เพราะของหมดพร้อมๆ กัน แล้วก็ได้คูปองลดมาด้วย ไม่งั้นก็ซื้อแบบนี้ไม่ไหวหรอกค่ะ จนพอดี ขึนช้อปบ่อยๆ แบบนี้

เอนทรี่นี้พิมพ์ไว้นานแล้วพอดีจะอัพ เรื่องเข้าโรงบาลต่อ เลยมาอัพอันนี้ก่อน ไว้ค่อยยังชั่วแล้วจะมาพิมพ์เรื่องติดเชื้อในกระแสเลือดนะคะ จะได้เตรียมตัวกันถูก

วันนี้วันที่เจ็ดเดือนห้า เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ฉันได้ก่อกรรมอย่างหนึ่งไว้ค่ะ บาปกรรมครั้งนั้นช่างหนักหนาสาหัสเหลือเกิน เพราะมันทำให้บุพการีของดิฉันต้องเป็นกังวลและเจ็บปวดอย่างมาก

 

ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีนี้ท่านทั้งสองอาจจะกินอิ่ม แต่เชื่อไหมว่าท่านไม่เคยนอนหลับสนิทเลย เพราะท่านจะกังวลเสมอว่าลูกสาวของท่านนั้นจะเป็นยังไงต่อไปในวันข้างหน้า

 

จะเรียนหนังสือเก่งไหม เปล่าเลยท่านไม่ได้ห่วงหน้าตาของท่าน แต่ท่านกลัวว่าดิฉันจะไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ เมื่อท่านจากไปแล้ว

 

ท่านห่วงว่าจะมีเพื่อนที่ดีไหม เพราะท่านห่วงแทนลูกสาวคนเดียวที่จะเจอคนไม่ดีมาหลอกให้หลงผิด และต้องเสียใจ

 

จะได้เจอคนดีๆ มาเป็นคู่ครองไหม ไม่ได้กลัวลูกสาวจะขึ้นคาน เพราะท่านกลัวว่าจะได้คนไม่ดีมา แล้วถ้าเกิดเจอพวกผีพนัน หรือเมาแล้วซ้อมเมีย ท่านจะช่วยได้อย่างไรหากท่านจากโลกนี้ไปแล้ว

 

หากลูกคนนี้มีปัญหาที่แก้ไม่ตก จะหันหน้าไปหาใครหากท่านไม่อยู่ใกล้ๆ พี่น้องก็ไม่มี จะไปหวังพึ่งใครที่ไหนได้กัน

 

และอีกหลากหลายร้อยพันปัญหาที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะห่วงใยลูกของตัวเอง

 

จริงอยู่หลายท่านบอกว่า นั่นไม่นับว่าบาปหรอก แต่การทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ หรือไม่มั่นใจเวลาเห็นลูกมีปัญหานั้น เป็นสิ่งไม่ควรทำนะคะ ถ้าเราอยู่ห่างจากปัญหาให้ได้มากที่สุด คนเป็นพ่อแม่ก็จะอุ่นใจมากขึ้น

 

ตลอดชีวิตของนัท นัทพยายามเดินทางที่ปลอดภัยให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วง แต่บางครั้งอารมณ์ก็อยู่เหนือเหตุผล เช่นตอนม. 6 สอบเอเอฟเอสได้ไปอเมริกา ทั้งสองท่านคัดค้านอย่างรุนแรง ไม่ยอมให้ไปพยายามขัดขวาง แต่นัทก็จะไปให้ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องการ และหมายถึงอนาคตที่ดีกว่าแน่นอน... ก็ดื้อรั้นจนทะเลาะกัน

 

บาปมากนะคะ เพราะคุณแม่เสียใจมากที่ลูกไม่เชื่อฟัง และนัทเองก็เอาแต่อารมณ์ ลืมที่จะชี้แจงให้ท่านทราบว่าเพราะอะไร นัทก็แค่เด็กธรรมดา เรียนไม่เก่งหรอกค่ะและแน่นอนรู้ตัวดีว่าเอ็นท์น่ะ ไม่ติดแน่(คิดว่านะ) ถึงติดก็คงหืดขึ้นคอ และอาจจะไม่ใช่จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ทางที่จะได้ไปคือมหาวิทยาลัยเอกชนแน่นอน พอจบมาก็เหมือนๆ คนอื่น ทางรอดก็คือใช้ความสามารถที่มีให้เป็นประโยชน์

 

ไม่ได้อวดนะคะ แต่นัทมีหัวด้านภาษาอังกฤษค่ะ เป็นสิ่งที่เชิดหน้าที่สุด เลยไปสอบเอเอฟเอสเล่นๆ ดู ไอ้ตอนสอบคิดแค่ว่าเอาน่าลองดูสนุกสนาน เอาประสบการณ์แล้วพอได้ก็เริ่มเห็นทาง เลยคิดว่าต้องไปให้ได้ กว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้ก็แทบแย่

 

พอกลับมาก็แย่อีก เพราะถึงจะประคองตัวไม่ให้เสียหายอะไรกลับมาได้ แต่ความคิดหัวสมองน่ะเปลี่ยนไปพอควรเลย

ทั้งเถียง

ทั้งดื้อรั้น

ทั้งเอาแต่ใจ

ทั้งไม่ยอมคน

ทั้งไม่หัวอ่อน

มองโลกในมุมที่พ่อแม่ไม่เข้าใจ เพราะพ่อแม่นัทเป็นคนหัวโบราณ ลูกสาวไม่ควรกลับบ้านดึก ไม่ควรมีแฟนขณะเรียน ห้ามมีเพื่อนต่างเพศ (ที่ไม่ใช่แฟนก็ห้ามค่ะ)

 

แต่ลูกสาวคนนี้ก็ทำทุกอย่างที่กล่าวมา เพราะคิดและรู้ตัวว่าคุมตัวเองให้ไม่ทำอะไรเสียหายได้ แต่ท่านมองอย่างผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาก่อน ว่าระวังตัวอย่างไรก็ผู้หญิง... ที่อาจจะทนสิ่งยั่วยุไม่ไหวก็ได้ แต่ท่านลืมไปว่า ลูกสาวท่านคนนี้ เคยอยู่ในกรอบทุกอย่าง ไม่เคยคิดเอง เพราะพ่อแม่คิดให้หมด พอได้ไปปล่อยตัวให้สัมผัสกับอิสระนั้น ก็ยากจะกลับคืนมา

 

แต่คงเรียกว่านัททำบุญมาดีมั้งคะ เพราะยังรู้ดีผิดชั่วอยู่ กว่าจะปรับกลับมาเหมือนเดิมได้ ก็เป็นปี (เกือบตาย)

 

ลูกทุกคน จะดีจะชั่วแค่ไหนก็มีบาปติดตัวตั้งแต่เกิดทุกคนค่ะ บาปที่ทำให้พ่อแม่กังวลใจจนวันตาย

 

วันนี้คุณกลับบ้านไปขอโทษคุณพ่อคุณแม่หรือยังคะ

 

ถ้ายังก็หันกลับไปขอโทษท่านสักคำนะ บอกท่านว่ารักท่านสักหน่อยสิคะ ทำความดีไม่ต้องรอจนชาติหน้าหรอกค่ะ

edit @ 7 May 2008 22:11:33 by kurumi

วันที่ 7 เดือนนี้เป็นวันเกิดนัทค่ะ ปีนี้ก็.... เอาเป็นว่าแ... เอ๊ยอายุยืนขึ้นอีกหนึ่งปีแล้วกันนะคะ โฮะๆๆๆ

 

พอดีว่าพุธนี้มีประชุมด้วยก็เลยว่าจะทำเค้กไปตัดกันในที่ประชุมซะเลย เล่นง่ายมะ แบบแอบคิดว่าทำเค้กช็อคหน้านิ่มที่ชุ่มฉ่ำสุดๆ ด้วยการประโคมใส่โกโก้เข้าไปจน... ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าจะกินไหวไหมแล้วล่ะค่ะ เพราะเนื้อเค้กน่ะ กินได้แน่ เคยซ้อมมาแล้ว แต่ตัวราดหน้านิ่มนี่สิ ราดทับไป 3 รอบ พอราดไปรอบแรกก็นำเข้าตู้เย็น พอเริ่มจับตัวก็นำออกมาราดรอบสองแล้วก็ยัดเข้าไปในตู้เย็นอีกรอบ ...และเมื่อตะกี้นี้เองเปิดออกมาดู แฮ่~~~~ ตัวราดยังเหลืออีกอ่ะ อืมๆๆๆๆ  รอบสามเป็นทริปเปิลละกันนะลูก เมื่อคิดแล้วก็ลงมือราดเลยค่ะ โฮะๆๆๆชุ่มฉ่ำจนหนาเลยล่ะ

พอดีคุณ Terroristฯ บอกวิธีใส่รูปมาให้ค่ะ เลยลองทำดู

 

 

นี่เป็นชิ้นที่จะตัดในห้องประชุมนะคะ พอดีชิ้นที่แต่งเสร็จแล้ว อยุ่นอกบ้าน ไม่อยากวิ่งไปเอามาถ่ายเลยดูรูปนี้ละกัน นี่คือทริปเปิ้ลค่ะ มือใม่หัดทำ เลยไม่ค่อยสวยนะคะ แต่ชิมแล้วอร่อยค่ะ หึหึ ลาก่อนตาชั่ง อุตส่าห์ลดมาได้ตั้งหนึ่งกิโลกับหกขีด อ๊ากกกกก ดูแล้วมันเยิ้มๆ เลยล่ะค่ะ พรุ่งนี้จะถ่ายชิ้นตัวเอ็นมานะคะ

me/ เริ่มไม่แน่ใจว่าเราจะร่วมกินด้วยดีไหม เพราะท่าทางน้ำหนักน่าเป็นห่วงขืนกินเข้าไป ...

 

อบออกมาสองก้อนค่ะ พออบเสร็จแล้วเริ่มเย็นก็คว้ามีดไปล้างน้ำร้อนให้มีดอุ่นๆ ก่อนจะปาดฉับผ่าครึ่งมาปาดช็อคโกแล็ตไว้ตรงกลาง ซึ่งก่อนราดไส้กลางก็นำน้ำผึ้งมาทาซะก่อน มันจะหอมและอร่อยมากขึ้น แล้วก็ราดค่ะ พอราดก็เข้าตู้เย็นก่อนสักสิบห้านาทีแล้วราดอีกรอบตามด้วยประกบด้านบนคืนไป โฮะๆๆๆ <-- อ้วนนะตัวเอง

 

พอราดหน้าเสร็จ เข้าตู้เย็นได้ครบชั่วโมงก็นำออกมาราดอีกรอบแล้วโรยไวท์ช็อคเป็นตัวเอ็นค่ะ N จาก Nat ไงคะ ก้อนนี้ของที่ออฟฟิศกะเซอร์วิสเซ็นเตอร์ แต่ก้อนที่สอง ก้อนปราบมาร ไว้ตัดตอนประชุมค่ะ

 

หุหุ ก้อนปราบมารจะโรยอะไรดีหนอ ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะโรยไวท์ช็อคหรืออัลมอนด์ดี คิดว่าไงคะ อยากลงรูป แต่ลงไม่เป็น ไว้ต้องรอคำตอบจากเทพหมีกะน้องแยมซะแล้ว ว่าลงรูปยังไง หรือท่านใดสอนได้บ้างคะ อยากทำเป็นจังเลย ช่วยด้วยสิค้า~~~~

 

edit @ 4 May 2008 23:41:40 by kurumi

Birthday Party 2007

posted on 19 May 2007 17:13 by forever16 in Event

อ่ะ แหะๆๆ คือวันเกิดนัทน่ะ 7 พฤษภาคมค่ะ แต่ด้วยอาการขนขึ้น + ย้ายช้อปก็เลยไม่ได้อัพเลย วันนี้เพิ่งมีโอกาสมาอัพ แบบว่าขึ้นแต่หัวข้อไว้เลยจะครบหน้าแล้ว หุหุ โฮะโฮะ หึหึ ขอโทษค่า

วันนั้นก็วันจันทร์ที่ต้องไปทำงาน ก็ตกลงกะน้องๆ ที่ทำงานว่าไปหม่ำข้าวเย็นกัน โดยก่อนหน้าวันงานนั้น โทรไปล้อบบี้พี่ต่ายไว้ว่าให้พาคุณฝาละมี - คุณพี่วอร์ไปด้วย ซึ่งปกติพี่วอร์จะไม่มางานของที่ทำงานเด็ดๆ เพราะรู้สึกว่าคนละเรื่องเดียวกัน แต่งานน้องนัทพี่วอร์มาค่า โฮะๆๆๆๆ อภิสิทธิ์เต็มขั้นเลย

ปีนี้ก็ไปทานกันที่ River Bar อีกแล้ว ปีที่ 2 แล้ว แต่ปีนี้ไปแต่ B&O กับ Rolf Benz Sales ล้วนๆ เลย ยกโขยงไปหมด พวกชั้น 10 ก็ชวนแล้วแต่มาไม่ได้ ตอนนั้นยังไม่สนิทกะฝนด้วย พี่พีทไม่ไปเลยไม่มาด้วย ฮือเศร้า

ก็รีบปิดร้านไป แต่ก็ช้ากว่า Rolf Benz อยู่ดีพอไปถึง ส่วนใหญ่ไปกันแล้ว ขาดเล็กกะพี่นึง 2 คน ที่นั่งรถตามมา

ก็กินกันสุดเหวี่ยงเลย แต่ไม่ดื่มเหล้ากะเบียร์ สั่งแต่ค้อกเทลมากิน หึหึ 11 คน ทั้งหมด 4 พันถ้วน โย่ กินกันเก่งจังเลย

วันนั้นตอนกลางวัน พี่ FFman มาหาที่ร้าน ก็อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดี ว่านัทกลับมาเป็นมือปืนรับจ้าง ทำหนังสืออีกแล้ว ก็เลยมาคุยกัน แล้วพี่ก็ซื้อหมอนกระต่าย ขาวๆ กลมๆ อ้วนๆ นิ่มๆ น่ารักมากๆ เลยอ่ะ มาให้ กรี๊ดกร๊าด นิ่มมมมมมมม ชอบบบบบบบบบบบ ขอบคุณค่า ท่านอู๊สคุงก็มาด้วย โย่

แล้วที่สำคัญนะคะ สาวๆ Rolf Benz เขาร่วมหุ้นกัน ซื้อหมอนกระต่ายลายเดียวกัน ขนาดเดียวกัน สีเดียวกันกะพี่ FFMan มาให้ด้วย โอ้ได้มาสองอันอ่ะ มีแต่คนหัวเราะว่าใจตรงกันทั้งที่ไม่รู้จักแบบนี้ แสดงว่าเหมือน

พอนั่งคุยๆ อยู่ พนักงานก็ยกเค้กมาให้ล่ะ จากเล็กกะพี่นึง งี้ดๆๆๆๆ ดีใจจัง ก้อนเล็กแต่ก็อร่อยอ่ะ หึหึ

เป็นงานวันเกิดปีที่ 2 ที่จัดที่ River Bar แต่ก็ชอบมาก เพราะปีนี้ มีเฉพาะคนที่สนิทคือพวก Sales ด้วยกะนเอง เฮฮามาก ดีใจจริงๆ ปีหน้าก็คงจัดที่นี่อีก ถ้าไม่มีที่ไหนผุดขึ้นมาก่อนนะคะ โฮะๆๆๆๆ


edit @ 2007/09/18 13:29:14
edit @ 2007/09/18 13:29:25

ต่อๆๆๆ เอนทรีนี้คงเป็นอันสุดม้ายในเรื่องนี้นะคะ เพราะว่าคงจะลงถึงเรื่องงานจนจบเลยเลย

พอหกโมงกว่าๆ นัทก็เดินขึ้นไปดูสถามที่ เจอคนของทางโอเรียนทอลเอาอาหารถาดแรกมาวางไว้แล้ว ก็โอเค แล้วมีคนของพารากอนเอาแก้วแชมเปญมาวางไว้ กำลังทำหน้าลำบากใจ เราก็ยิ้มร่า สวัสดีค่ะ เริ่มเตรียมแล้วเหรอคะ

เขาก็หันมายิ้มแหยๆ บอกครับ แต่แก้วเรามีไม่พอน่ะครับ คือ 3 ใบนี้จะไม่เหมือนกับแบบอื่น เป็นอะไรไหมครับ แก้วไม่พอจริงๆ เพราะมันตั้ง 30 กว่าใบ

นัทก็ - อ๋อ งั้นเอางี้ กันไว้แล้วกันค่ะ 3 ใบนี้ให้เป็นแก้วผู้บริหารไปแล้วกัน

เขาก็ทำหน้าโล่งใจกันมากเลยนะคะ แบบว่า โชคดีไห เราก็ขำๆ

พอเริ่มจัดทุกอย่างเข้าที่แล้วก็ไว่อะไร เลยโทรไปเช็คกับเล็ก เล็กก็บอกว่าทางนี้ตกลงว่าจะทยอยไป แล้วบอกคุณคอนนี่ (CN) ไปแล้วว่าร้านทั้งหมดปิด 1 ทุ่มนะ

นัทก็เลยถามว่าตกลงจะล่อลวงคุณเจ้านายขาของเรามายังไงเนี่ย

เล็กก็บอกอ๋อคุณ ชาญชัย (CC) ตกลงกับโรเจอร์แล้ว ว่าจะทำเป็นพามาดูร้านที่ SPC แล้วชวนโรเจอร?มาดูโรงหนังที่นี่

เราก็บางอ้อ ตกลงโรเจอร์เล่นด้วยเหรอเนี่ย เออดี แบบนี้ต้องจัดไรเพิ่มไหมเนี่ย หุหุ เล็กบอกพอทุ่มตรงจะเด้งมาจากทาง ASP เลย เราก็ดี

แต่พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้ว เราก็เลยลงมาคิดจะหาน้ำดื่มหน่อย เพราะไม่ไหวแล้ว วิ่งวุ่นมาหลายวัน วันนี้ก็หัวหมุนตั้งแต่เช้า เลยลงมาที่ True Coffee แล้วก็เลยซื้อชั่วโมงอินเตอร์เน็ตนั่งพิมพ์บลอคเอนทรี่ที่แล้วต่ออีกหน่อย (ด้วยความเมามันแต่ไม่มีแรง เพราะจริงๆ ก็คือที่นั่งมันเต็ม เหลือแต่เน็ตคาเฟ่ เลยต้องซื้อชั่วโมงค่ะ ฮือออ ไม่อาจกลับร้านเพราะมันทุ่มกว่าแล้ว คาดว่าน้องๆ คงออกไปแล้ว) พอนั่งพักได้สักพัก เห็นว่าทุ่มครึ่งก็ย้ายร่างอวบระยาสุดท้ายของพะยูนน้อยไปชั้น 5 ระหว่างทางก็เจอพี่หลิวเลยเดินไปด้วยกัน

พอเดินเข้ามาในบริเวญงานก็เห็นว่ายังบ่มีไผมาเลย ก็เลยเดินเช็คโน่นนี่ จนทยอยมาทีละคนสองคน นัทจำไม่ได้หรอกนะคะว่าใครมาก่อน แต่จำได้ก็คือพวกจากร้าน ASP คือโกลด์ ปิ๊ก กะน้องใหม่ แล้วก็พี่พีทที่ทั้งสองกลุ่มนี้เกิดหาไม่เจอ (เพราะเราจัดแบบลึกลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อนกะฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานแล้วหมกศพไว้แถวนั้นเลย เอ๊ยไม่ช่ายยย)เลยต้องโทรมาให้เราบอกทาง คือเราก็จะบอกว่าให้เดินมาทางร้านสตาร์เบื้อก เอ๊ย บัคส์ แล้วจะเจอพะยูนเผือกเดินออกไปรับฮ่ะ แล้วพะยูนก็จะพากันกวาดต้อนเดะๆในเล้า เอ๊ะ คนร่วมชะตากรรมเข้าคอก เอ๊ย เล้า เอ๊ย งาน (-_-^ เหอะๆ รั่วบ่อยจริงๆ)

เล็กก็ตามมาพร้อมเปิ้ลกะพี่เชอร์รี่ พอเปิ้ลมาก็ถามว่าจะเอาไหมเอแคล์น่ะ พอเปิ้ลได้ยินปุ๊บ แม่คุณกระโจน โดดดึ๋งมาทันทีบอก เอา --> นี่เราล่อหลอกเพื่อนได้ขนาดนี้เลยเรอะ จากคนไม่กินเอแคล์กลายเป็นชอบกินไปเลย บอกแล้วนัทเก่งเรื่องขนมและอาหาร เพราะฉะนั้นใครอยากได้คำแนะนำเรื่องนี้ ถามได้ค่ะ

ก็ทยอยๆ ตามๆ กันมาเรื่อยๆ เราก็เริ่มนับจำนวนเชือด แต่ก็เถียงกันไม่จบเรื่องเทียน เพราะจะให้ปักทั้ง 40 กว่าแท่งก็ไม่ไหวแฮะ เลยบอกเอาเลข 8 หรือ 9 ไหม คนฮ่องกงเขานิยมเลข 8 นี่ เลยเออ8 ก็ 8 แล้วเล็กก็ซักซ้อมกันว่าพอคุณ CNมาเราจะพูดอะไรกัน จะแอบกันยังไง แล้วก็มีสายโทรมาบอกว่าคุณเจ้านายขาของนัทออกมาแล้ว แต่แยกกันมากับนายเขอของคุณแนน

ทุกคนก็ฟอร์มกันว่าไม่มีอะไร กลับบ้านกันหมดแล้ว แล้วโรเจอร์อยากดูร้านที่พารากอน พอดูเสร็จคุณชาญชัยจะชวนโรเจอร์ไปชมโรงหนังที่นี่ พอนายๆ มาถึงร้านที่พารากอน เอ็กซ์ก็แอบโทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว ทางด้านงานก็วิ่งหยิบแชมเปญเตรียมเปิดเตรียมจัดกันใหญ่ Final Round เตรียมปิดม่าน

เล็กก็ลงไปรับนายๆ ข้างบนก็รีบรวมตัวกัน โทรไล่ตามคนที่ยังมาไม่ถึงกันใหญ่ พอใกล้จะขึ้นมาแล้วนี่ก็เกร็งกัน แต่เปิ้ลยังมีการถามอีก เออแล้วเราต้องพูดว่าอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย --> นี่หล่อนไม่ได้ฟังตอนบรีฟเมื่อกี้เหรอจ้ะ

เคยบอกแล้วใช่ไหมคะว่า ผู้ชายที่นี่พึ่งไม่ได้ ตอนนี้ต้องบอกว่า "ทั้งบริษัท" เรื่องใช้แรงเนี่ย ต้องออกปากกันตลอด ขนาดบอกจะเดินไปเอาแชมเปญขอคนช่วยหน่อย นิ่ง... เงียบ... ไร้เสียงตอบรับจากเลขหมายปลายทาง เราเลยฉุนเล็กน้อย ใครรู้ตัวว่าเป็นผู้ชายช่วยเดินมาหน่อยได้ไหม... เงียบอยู่ดีเลยเรียกชื่อเลยโกลด์ โกลด์เลยรีบเด้งขึ้นมา ปิ๊ก(หญิง)เลยบอกนี่ไงพี่นัทโกลด์ไปแล้ว

เราเลยหันไปบอก ลองไม่ลุกสิ เรียกชื่อแล้วเนี่ย แล้วหันไปเรียกโอ๊ตต่ออีกคน เพราะ 5 ขวดนะ ไม่มีความสามารถขนาดใช้ปากคาบมาได้

ที่ช็อคมากก็คือทำไมคนของโรงหนังเปิดแชมเปญไม่เป็น ในเมื่อคุณเปิดไวน์เป็นน่ะหา งงมาก ในเมื่อมันเหมือนๆ กัน เลยบอกไม่เป็นไร เอ้าน้องๆ เอาไปให้พี่พร ผู้ชำนาญการด้านนี้เลย วิ่งน้องวิ่ง พี่พรอยู่โน่น พี่พรก็พยายามเปิดแชมเปญใหญ่ แต่เปิดไม่ออก เพราะแบบนี้เขาไม่ใช้ที่เปิดแต่ดึงเอา เลยต้องใช้แรงหน่อย

แต่กำลังลุ้นๆ กันอยู่ เสียงคุณ CC ก็ดังอยู่นอกม่าน ทุกคนเลยเงียบ (แต่ยังซุบซิบกันเซ็งแซ่เลยแฮะ มันเงียบตรงไหนเนี่ย) แบบว่า เฮ้ยมาแล้ว แล้วก็บอกให้เงียบๆ กัน หายใจได้อย่างเดียว แต่ทุกคนจะมองไปสองที่คือม่านกับพี่พรซึ่งอยู่คนละด้านกันเลย ประมาณว่าเปิดได้ยัง เฮ้ยม่านจวนเปิดแล้วนะพี่

กำลังลุ้นกันสุดชีวิต พี่พรก็ ป๊อก ดังลั่นเลย ทุกสายตาแบบพี่พรทำไมทำแบบนี้ พี่พรหน้าเสียเลย โทษทีก็มันเปิดเองอ่ะ

เสียงคุณเจ้านายของคุณแนนก็เออมีอะไรซ่อนอยู่หลังม่านนี้เนี่ย นัทกฌพี่พรเทเลยเทเลย เร็วๆๆๆๆ

ม่านก็เปิดเห็นคุณผู้ชายก่อนเลย แล้วพอเห็นคุณภรรยา ทุกคนก็ Surprise เสียงดังลั่นเลย

คุณคอนนี่ยืนอึ้ง อ้าปากค้าง งงไปเลย ประมาณว่าไม่รู้จริงๆ อึ้งไปประมาณ 5-10วินาทีได้ ถึงได้สติเริ่มพูดว่าตกใจหมดเลย อ๊ะพวกยูจำวันผิดหรือเปล่าคะ วันเกิดไอพรุ่งนี้นะคะ วันที่ 8 วา (คนฮ่องกงติดคำลงท้ายว่า วา เหมือนคนสิงคโปรที่ติดลาน่ะค่ะ)

คุณชาญชัยก็ต้อนคุณคอนนี่เข้ามาในงาน เดินยิ้มร่าเลย ทั้งคุณคอนนี่ คุณชาญชัย โรเจอร์ แล้วก็พวกเอ็กซ์ ฮ้อตที่ตามเข้ามาทัน ก็ต้อนมาแถวเค้กก่อนเลย

พอคุณคอนนี่เห็นนัทก็บอกเวลว่า ยูอยู่นี่เอง ไอไปหายูที่ร้านหาไม่เจอ เขาบอกยูกลับไปแล้ววา

นัทกำลังอารมณ์ดีมาก เพราะเห็นแกตกใจจริงๆ และดีใจมากด้วย ตอนนั้นนี่ยิ้มอย่างเดียวเลยเรา เลยตอบไปว่า แหมคุณคอนนี่คะ ถ้าคุณคอนนี่มีแขกมีเหรอคะนัทจะกลับก่อน แต่นัทต้องรีบมาเตรียมงานนี่คะ Happy Birthday ค่ะ ก็ขอบอกขอบใจไปตามเรื่อง

ก็ไปยืนหน้าเค้กรสส้มของร้านต้นกก ขนาด 5 ปอนด์ (มหึมามากในความคิดเรา) พี่พรก็ยังพยายามรินแชมเปญต่อไป เพราะ 30 กว่าแก้วนี่มันไม่น้อยนะคะ

คุณชาญก็ให้มี speech ตามธรรมเนียมก่อนตัดเค้ก ก็เลยมีการถามย้ำอีกทีว่านี่พวกเราไม่ได้จำวันผิดใช่ไหม วันเกิดคุณคอนนี่ (เธอแทนตัวว่าคุณคอนนี่เสมอ) มันวันที่ 8 นะคะ พรุ่งนี้นะ แหมตกใจมาก เซอร์ไพรซ์จริงๆ นะ

คุณชาญรีบบอกเลยว่าเนี่ย ไอเป็นคนต้นคิดนะ ให้เขาเหมาโรง (ขอแอบค้อนหน่อยเหอะ แง่ง) ฉลองวันเกิดยูไง

ก็กล่าวกันประมาณ 5 นาทีได้ แบบว่าหิวอ่ะ เมื่อไหร่จะจบ พอคุณคอนนี่ตัดเค้กชิ้นแรกก็ส่งต่อให้คนอื่ยช่วยตัด เพราะมีตัวแทนมอบของขวัญและการ์ดให้ ซึ่งการ์ดใหญ่มาก พอเห็นแบบนั้น นัทก็วิ่งก่อนเลย เพราะที่พารากอนไม่มีใครได้เซ็นต์ เดี๋ยวเกิดเสนอหน้าอยู่จะโดนพอดีว่าของยูอยู่ไหนคะ

แหมก็วิ่งจัดงานให้จะไปมีเวลาเซ็นต์ได้ไงกัน

พอดีพี่แหยมมาถามเอาไงดี นายให้เอากุหลาบซ่อนไว้ในรถ พี่เกิดหยิบมาอ่ะ นัทเลยคว้าหมับ ซ่อนข้างหลังแล้วเดินถอยหลังเอาตัวบังไปที่เคาน์เตอร์ ฝากซ่อนไว้ก่อน และขอน้ำโค้กไปให้พวกในงานด้วย

พอเดินกลับมา เสียงนายอ่านการ์ดอยู่ เรียก นัทๆ เราก็วิ่งขาๆ มาแล้วค่ะ ปรากฎ พี่อุ้ยบอกของพี่นารถค่ะคุณคอนนี่ ไม่ใช่นัท อ้าว หน้าแตก แง้~~~ อับอาย

แล้วก็เริ่มลงมือกินกันทันที เพราะเป็นค็อกเทล เลยสบายๆ ก็ยก 3 ชุดให้นาย 2 คน+โรเจอร์ไป ที่เหลือแต่ละคนฉกค่ะ เพราะบอกทางโอเรียนทอลไปว่า 30 ที่ เลือกอาหารไป 6 รายการ แต่จัดมาอย่างละ 30 ที่ (แต่ละที่จะเป็นถ้วยเล็กๆ พอดีคำ-สองคำค่ะ) เพราะนี่คือปริมาณของ 30 คนที่จะทานกัน ตอนแรกก็ถามว่าทำไมมีแค่อย่างละ 20 คพ สั่งไป 30 นะคะ จนเขาต้องมาอธิบายกัน เฮ้อ เหนื่อย

คุณคอนนี่ยังบ่ได้กินเลย ต้องอ่านการ์ดไปด้วย ให้คนอื่นช่วย เพราะพี่ช่างกับบางคนเขียนเป็นภาษาไทย คุณคอนนี่พูดและฟังได้ แต่อ่านเขียนไม่ได้เลย คุณเจ้านายขอของคุณแนนกับโรเจอร์แยกวงไปกินก่อนแล้ว หุหุ

ชอบเกี๊ยวน้ำจังเลย ในถ้วยเล็กๆ มีเกี๊ยว 2 ตัวกับหมูแดง 2 ชิ้นกับผัก อร่อยอ่ะ

พอเริ่มกินไปได้หน่อยก็ขอนั่งดีกว่า พอดีเจอพี่พีทนั่งอยู่เลยคุยกันนิดหน่อย แล้วก็วิ่งทำโน่นนี่ ก่อนย้ายไปนั่งข้างคุณคอนนี่ ถามว่าเป็นไงมั่งคะ ชอบไหม คุณคอนนี่บอกชอบมาก ไม่รู้จริงๆ เลยคุยกันสักพักก่อนจะแยกไปดูเรื่องอื่น

พอจวนเข้าโรง คุณชาญชัยก็บอกว่าให้เล่าสิว่าหนังเรื่องอะไร ก็เริ่มแจกตั๋วให้คุณคอนนี่กับคุณชาญก่อน เอาแถวเอ 7-8 ไปละกันค่ะ โรเจอร์นั่ง เอ 6ที่เหลือก็ตัวใครตัวมันละกัน เพราะสรุปคือนัทถือตั๋ว ใครจะนั่งไหนเชิญ

พอคุณคอนนี่กำลังจะเดินผ่านก็เลยเรียกไว้ก่อน แล้วยื่นขนมเอแคล์ให้ มีใส้ครีมกล่องใหญ่กับช็อคโกแล็ตกล่องเล็ก เธอเลยบอกจะเอาไปกินในโรงด้วย

สุดท้าย เราหนีไปนั่งแถวซี 6 เอาง่ายเข้าว่า แต่ก็แค่เอาของวางไว้ก่อนเพราะต้องเดินไปเช็คความเรียบร้อย ถามนายๆ ว่าจะดื่มอะไร เพราะเขามีให้เลือก ก็เดินออกไปบอกน้องเขาแล้วเดินเช็คคนว่าใครนั่งไหน ที่เต็มหรือยัง เพราะตกลงกับทางโรงไว้ว่า ถ้าคนเกินจะบอกให้ไปออกตั๋วเพิ่มอีก พอวิ่งนับคนจนครบ 3 แถว แถวละ 12 คนก็เดินกลับไปนั่งบ้าง

พอนั่งปุ๊บ อ้าว เวร กล้องหายไปไหนเนี่ย นึกได้ว่าพี่หลิวเอาไป เลยไปทวงคืน แถวดันไปนั่งแถวเอ 3 อีก ฮ่วยไกลนะ พอได้มาก็เดินกลับมานับคนอีกที แล้วก็ถ่ายรูปบางคนไปด้วย แต่... กรรมเวนมีจริง เพราะกะจะเอาไปแกล้งเขาวันงานปีใหม่ แต่ลืมเปิดแฟลช โฮ มารู้ตัวอีกทีเลยได้รูปเอ็กซ์กะอะตอมมารูปเดียวที่ใช้ได้อ่ะ ฮืออออ

พอนั่งลงอีกทีฮ้อตก็บอกว่ารัสเรียก ปรากฎว่าคนเกิน 1 คน รัสเลยต้องไปนั่งแถวดีคนเดียว ขอโทษนะรัสนะ

พนักงานก็เริ่มเสริฟน้ำกับข้าวโพดคั่ว (ราคารวมในตั๋ว) ตอนนั้นเหนื่อยมาก เปรยกับฮ้อตเลยว่าจะหลับคาโรงไหมเนี่ย แต่ก็ไม่หลับแฮะ เพราะหนังเรื่องนี้เนี่ย เจ๊ดันจริงๆ หน้าอกหน้าใจเนี่ย ดันกันเข้าไป เฮ้อ ไว้รีวิวเอนทรีหน้า ตอนนี้เอาแค่งานก่อน

พอหนังจบ นัทก็รีรอขอฟังเพลง+อ่านเนื้อแปลหน่อย เพราะเคยอ่านเจอว่าควรจะนั่งอ่านเนื้อเพลงแปลตอนจบด้วยเลยนั่งอ่านเกือบจบ ก็ต้องลุกเพราะทุกคนลุกหมดแล้ว

เลยเดินมาทันคุณคอนนี่ นัทถามว่าชอบไหมคะคุณคอนนี่ เธอบอกชอบมาก

นัทก็ชอบนะ เพราะส่วนตัวนิยมกง ลี่ เธอสวยและเก่งมากๆ คุยไปคุยมาคุณคอนนี่บอกว่าไว้มาดูกันอีกดีกว่า คราวหน้ามา 2 คนนะ นัทก็ค่ะ

ตอนออกจากโรงมาก็ลากัน แล้วเลยไปลาโรเจอร์ด้วย บอกไปว่าหวังว่าคงไม่เบื่อนะคะ ในโรงน่ะ โรเจอร์ก็ไนซ์มาก บอกไม่เบื่อเลย ภาพสวยมาก นัทก็หัวเราะ โดยเฉพาะสาวๆใช่ไหม เลยยิ่งหัวเราะกันใหญ่

แอบแซว (กัด) เล็กน้อย ขอให้ได้ Serene กับ Earset 2 เร็วไนคะ เพราะนัทขายลูกค้าไปแล้ว ตอนนี้รอของอย่างเดียว

- Serene - เป็นมือถือของ B&O ที่ร่วมมือกับ Samsung สวยมาก ไฮเทคสุดๆ ราคาแพงมาก

-Earset 2 - เป็น Bluetooth ของ B&O

โรเจอร์ยิ้มบอกว่าจะพยายาม แล้วก็หัวเราะ

แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยนัทกลับกับพี่ออม และโกลด์ขอติดรถมาลงทางผ่านกับฝนลงที่ BTS แล้วตรงกลับบ้านนอนค่ะ หมดแรง

ภาคต่อฉบับที่ 3 วันงาน 07/02/2007

เอาตั้งแต่เช้าเลยนะคะ แต่ตอนเช้าที่ไปประชุมงานนี่ขอข้ามแบบย่อไปละกัน หมดอารมณ์ เพราะจากที่เวลาไปประชุมไซท์ลูกค้า นัดกับทาง Interior และ Consultant นี่แทบจะทุกไซท์ที่มีเวลาเตรียมกันตั้งแต่บ้านยังไม่ได้ปิดผนังปิดฝ้านี่ จะเถียงกันหน้าดำหน้าแดง เพราะเราไม่ปล่อยงานเด็ดขาด งานไม่ดี งานไม่ครบ งานไม่เนี้ยบจริงอย่าหวังว่าฉันจะหยวนคุณเลย ยิ่งถ้างานไหนที่ลูกค้า VIP ของนาย หรือพวกไฮโซ ฉันไม่ปล่อยย่ะ เพราะงานตรงนั้น ถ้าออกมาดีมันคือการต่อยอด ปลูกต้นไม้ไว้หาตัดกินในวันข้างหน้า

พอมาวันนี้ จะพูดอะไรยังไม่มีแรงเลย อารมณ์มันหมด จนทุกคนสังเกตได้ มีคนทักเลยว่ามีอะไรหรือเปล่า ดูไม่ค่อนสดชื่นเลย นัทก็รีบขอโทษขอโพยแล้วก็บอกว่าพอดีช่วงนี้ยุ่งมาก เครียดแล้วเหนื่อยน่ะค่ะ เลยแรงไม่มี (มีแต่ไขมัน) เขาก็เลยแซวกันว่า สงสัยขายไม่ทันเลยล่ะสิครับเนี่ย (สาธุ) ก็ยิ้มๆ ไป

พอเที่ยงนิดๆ เล็กก็ส่งข้อความว่านัดทางโรงหนัง + โอเรียนทอลมาเจอกันเพื่อคุยเรื่องจัดเซ็ตติ้งและลำดับงานตอนบ่าย 2 --> นี่เธอจะนัดอะไรไม่ถามไถ่กันเลยรึไงว่าฉันจะว่างไหมเนี่ย เกิดฉันติดพันไปไม่ได้จะทำไง ใครจะป๊ายยยยย

พอสักบ่ายโมงนิดๆ ก็คลานกลับมาพารากอนได้ เหลือบไปเห็น sms จากเล็กเมื่อเช้า แบบว่าไม่ได้อ่านทันทีค่ะ แหะๆ

แหงะ โรเจอร์จาก HQ Singapore มานี่นา เล็กส่งบอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว--> กรรมลืมสนิท ลืมกำ เอี๊กกกกกกกก อยู่กะคุณเจ้านายขาของนัทแล้วด้วย โอ้ตาย

ลารส์ ไมหรับ (Lars Myrup) ก็มาด้วย แต่เป็นพรุ่งนี้ กรี๊ด สุดหล่อมา แต่เราหยุดนี่นา จะเข้า shopด้วย ฮือ เศร้า อดเจอเลย เป็นคนที่ไนซ์สุดๆ อายุก็ไม่น้อยแล้วแต่น่ารัก เลยเรียกรวมว่าหล่อค่ะ--> เอ่อ เดี๋ยวนะเพ่ จะเข้าเรอะ เฮ้ยร้านยังไม่ได้เก็บเลย พี่ๆ (ข้าพเจ้าเอง) น้องๆ ทำรกกันมากี่ชาติแล้วเนี่ย โอ้วิญญาณแจ๋วเข้าสิงด่วน

อืม เอาแชมเปญมาแล้ว 5 ขวด เอาไปฝากแช่สำหรับงานด้วย --> แล้วใครจะขนขึ้นป๊ายยยยยยย 5 ขวดน่ะหนักนะยะ พวกผู้ชายที่ร้านก็พึ่งไม่ได้ซักกะตัว เราอีกน่ะสิ เฮ้อ

พอคิดได้ดังนั้น ยุทธการผักชีโรยหน้าก็เกิดขึ้นทันที

1. โกยทุกอย่างที่อยู่บนเทรย์ออกมาแล้วดูว่าอะไร พอจะจัดให้อยู่บนเทรย์ได้เมื่อ "คุณเจ้านายขาของนัท" มารื้อ-ค้น-ตรวจ-หา-สแกน ทุกตารางมิลลิเมตรของเทรย์ดูแล้วพบเข้าจะได้ไม่โดนประหาร 9 ชั่วโคตรแล้วตัดหัวไปเสียบประจานหน้าร้าน และปรับชิ้นละ 500 บ้าง ก็จะเอาไว้ค่ะ นอกนั้นก็จะกวาดๆๆๆๆ ใส่ถุงแล้วนำไปไว้ในรถทันที สิ่งของต้องห้าม อย่าให้คุณเจ้านายขาของคุณแนนและคุณ (เจ้า) นายขาของนัทมาเจอมีคร่าวๆดังต่อไปนี้

1. Tax Invoice & Receipt & Quotation ที่ลูกค้าตกลงซื้อแล้ว แต่เรายังไม่ได้ปริ้นท์ เอาท์ออกมา หรือยังไม่ได้เอาเข้าไฟล์ให้เรียบร้อย --> ก็แหม บางทีมันวุ่นๆ จนไม่มีเวลานี่คะ /me ขี้เกียจ

2. เทปผีซีดีเถื่อนทั้งหลายทั้งปวงที่ไม่ใช่ของจริงหรือ Copy Right ต่อให้เป็นแผ่นซีดี ดีวีดีที่ไรท์รูปถ่ายก็ไม่ได้ เพราะจะโดนประนามหยามเหยียดอย่างรุนแรง และคุณเจ้านายขาของคุณแนนจะบอกว่าจะบอกว่าที่นี่ที่ทำงาน คุณเอาพวกนี้มาดูในเวลางานได้ยังไง ไม่มีความรับผิดชอบ

ส่วนคุณ (เจ้า) นายขาของนัทก็จะเติมคำว่า นัทยูเป็นรุ่นพี่แล้วนะคะ เป็น senior แล้ว ทำไมทำแบบนี้ ถ้าทำแบบนี้แล้วรุ่นน้องจะทำตัวดีได้ยังไง ในเมื่อยูยังเป็นแบบนี้เลย (ด้วยน้ำเสียงประนามสุดๆ) <--โอ๊ยยยย ไอ้ประโยคหลังนี่เจอบ่อยทั้งต่อหน้าทุกคนและลับหลัง จนน้องๆ เอาไปเล่นมุขล้อเลียนเวลาโดนด่าแล้วค่ะ เซ็ง

แต่จริงๆแล้ว คนที่เจอบ่อยคือน้องๆ แฮะ นัทไม่ค่อย เพราะนัทมักจะเอาโน่นนี่มาเสนอนายให้ซื้อเข้าร้าน ส่วนใหญ่สนองตัณหาตัวเอง คือรสนิยมนัท แต่ก็เอาแบบดีๆ มานะคะ เคยลากคุณเจ้านายขาของคุณแนนให้ลองฟัง IL Divo ตอนที่ออกชุดแรกใหม่ๆ ได้ จากที่คุณเจ้านายขาของคุณแนนดูปกแล้วท่านโยนทิ้ง ไม่เอาไม่อยากลอง ขี้เกียจ นัทก็เข็นจนยอมฟัง พอฟังเท่านั้นแหละ ควักเงินให้ไปซื้อเข้าร้านเลย พอดีวีดีคอนเสิร์ต Encore แผ่นแรกออกมา ด้มาก็เปิดให้ดู คราวนี้สั่งเลยค่ะ ไปหาใท้งสองร้านเลย แล้วพออันล่าสุด IL Divo Live at Greek Theater ออกมาปุ๊บ นัทคว้าปั๊บ เปิดปุ๊บ คุณเจ้านายขาของคุณแนนสั่งเล่นแผ่นนั้นเลย จนนายไปได้ The Corrs Unplug มานั่นแหละถึงเปลี่ยน

ความบ้าวงนี้ของนัทเล่นเอาคุณเจ้านายขาของคุณแนนกับคุณเจ้านายขาของนัทถึงกับบินไปดูคอนเสิร์ตที่สิงคโปรเมื่อเดือนมกราคม 07 เลยทีเดียว เพราะพอช่วงปีใหม่นาย 2 คนเดินเข้ามา เราก็ถามว่าจะไปดูคอนเสิร์ตที่สิงคโปรไหมคะหรือจะไปมาเลเซียดี คุณเจ้านายขาของนัทก็ถามเลยว่าจะมีเหรอ นัทก็ค่ะ ขอรายละเอียดด้วย เดี๋ยวคุณคอนนี่จะให้เพื่อนที่โน่นซื้อให้เลย แล้วก็อย่างที่ทราบกัน โฮะๆๆๆ บินไปดูจริงๆ

3. พวกแผ่นซีดีเปล่าที่ยังไม่ได้ไรท์ใดๆ เพราะจะกลายเป็นว่า คุณเอาคอมของบริษัทมานั่งทำแบบนี้เนี่ยนะ ใช้ได้ยังไง --> ขนาดเอามาไรท์แปลนให้ลูกค้ายังโดนเลย เฮ้อ

4. หนังสือทุกประเภท นิตยสาร หนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ และความบันเทิงทุกรูปแบบ --> อ้อล่าสุดมีเมโมมา ห้ามเล่นอินเตอร์เน็ตระหว่างเวลางาน เจอเมื่อไหร่ ปรับ 500ทันที ใครโง่ขนาดเล่นให้นายเห็นเนี่ย อยากรู้มากเลยว่าคร้ายยยยยย แล้วเซลล์ที่นี่ก็ไม่ใช่เซลล์วิ่งงาน แต่เป็นเซลล์ที่อยู่กับร้าน รอลูกค้ายุรยาตรมาเนี่ยนะ หึหึ เหี่ยวตายคาร้านค่ะท่าน

แต่ถ้าห้ามนัทอ่านพวกนี้ นายๆ จะรู้เหรอว่ามีไรมั่ง เพราะแต่ละท่านไม่อ่านพวกนี้เลยนี่ เพราะคุณคอนนี่เป็นคนฮ่องกงเลยอ่านไทยไม่ได้ แต่พูดชัด ส่วนคุณเจ้านายขาของคุณแนน ขนาดน้องปิ๊ง ลูกสาวคุณแป๋มที่เรียนที่อังกฤษสัมภาษณ์ลงพลอยแกมเพชร ยังไม่ทราบเลย จนนัทเอาไปเปิดให้ดูนั่นแหละถึงบางอ้อ เออใช่หลานผมจริงๆ ด้วย (น้องๆ ที่ร้านยังงง หลานตัวเองลงยังไม่ทราบ) เล่มล่าสุดที่ลงคุณเคิร์ท GM โอเรียนทอลด้วยน่ะค่ะ

5. ของกิน - อันนี้เรารอด เพราะถ้าเราไม่เอาของกินมา ทุกคนจะอดหมด คุณนายๆ ทั้งหลายจะไม่มีขนมใหม่ๆ กิน เวลามีแขกแบบไม่ทันตั้งตัวก็จะได้ขนม ของกินเราเองนี่แหละเลี้ยงดูปูเสื่อให้ดูดีด้วย เพราะที่นี่มีชา กาแฟ น้ำอัดลม ไวน์ แชมเปญเตรียมพร้อมตลอดยกเว้นของกิน-เพราะเราอยู่ นายเลยบอก ไม่ต้องห่วงหรอก นัทอยู่ สบายมาก -ค่าสบาย แง่ง

ถ้าที่ออฟฟิศยังต้องให้น้องเมดวิ่งลงไปซื้อเล้ยพี่ช่างเวลามาทำงานให้จะโวยวายไม่มีของกินให้มีแรง เลยเป็นอภิสิทธิ์ ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้(ใครจะอยากล่ะ) เพราะคุณ (เจ้า) นายขาของนัทยกให้เราคนเดียว และไม่มีใครคิดจะแทนที่ เพราะไม่กล้า (ขี้เกียจอ่ะดิ)

6. ใบงานต่างๆ ที่ไม่เรียบร้อย เพราะเจอล่ะก็...สวัสดีค่ะท่านยมทูต

แล้วทุกท่านคิดดูนะคะ ในร้านมีกล้องดูอยู่ 4 ตัว เชื่อมต่อเข้ากับเน็ต เพื่อให้คุณ (เจ้า) นายขาของนัทสามารถส่องดูร้านได้ทุกเมื่อแบบ 7-11 ทั้ง 2 ร้าน หุหุ เก็บไปก็เสียวไปนะเนี่ย จะโดนส่องเมื่อไหร่ไม่รู้

ฮ้อตเคยโดนครั้งหนึ่ง เรื่องปิดประตูระหว่างแบคออฟฟิศกับหน้าร้านไม่สนิท พอเดินออกก็ปิดตามหลัง แล้วดวงมันก็ซวยสุดๆ พอละมือจากประตูไม่ถึง 5 วินาที

กริ๊งงงงงงง

โทรศัพท์ดังค่ะ ฮ้อตก็รับ สวัสดีคร... -ยังไม่ทันจบครับเลยค่ะ

ทำไมยูปิดประตูแบบนี้คะ ทำไมไม่ทำให้ดีๆ บลา บลา บลา ขอไอคุยกับนัทหน่อยสิคะ เจ้าฮ้อตก็ซื่อ ส่งมาให้โดยไม่บอกว่าจากใคร หรือใบ้อะไรเลย

นัทก็สวัสดีค...

ทำไมไม่สอนรุ่นน้องคะ ทำไม........... อืมมมมมม ปวดหัว

คุกยังดีกว่าเลยมั้งเนี่ย

นัทใช้เวลาโกยทุกอย่างในเทรย์และล็อคเกอร์ส่วนตัว เพราะเคยโดนกันโดยถ้วนหน้าคือให้เอามาสเตอร์คีย์มาเปิดตรวจดูความเรียบร้อย แล้วผลก็....เชิญรับศพที่ห้องดับจิตค่ะ

เพราะด้านนอกสวยหรูทุกอย่างดีหมด ด้วยเหตุที่ทุกคนหมกเข้าล็อคเกอร์หมดเลย เลยเจอสภาพแน่นเอี๊ยดสุดๆ จริงๆ ของพวกนี้ไม่ว่าเทรย์หรือล็อคเกอร์ มันคือของส่วนตัวไม่ควรเข้ามายุ่งแท้ๆ เทรย์ถ้าบอกให้จัดยังเข้าใจแต่ตู้เนี่ยสิ เฮ้อ

พอบ่ายโมงสี่สิบ นัทก็เริ่มเก็บเสร็จ หันไปลำเลียงขวดแชมเปญออกมาจากตู้เย็น หึหึ เคยบอกแล้วใช่ไหมคะว่า ผู้ชายร้านนี้ อย่าหวังพึ่งอะไรเด็ดขาด เพราะมันพึ่งไม่ได้

ขอแรงช่วยหิ้วขึ้นไปส่งที่ชั้น 5 ทีสิ (ที่ร้านชั้น 2) สองตัวมันตอบว่าไม่ว่าง หิ้วไปเองสิพี่นัท (มันรู้ตัวไหมว่ามันน่ะผู้ชาย เราน่ะผู้หญิง)

เราก็โมโห กัดฟันหิ้วไปเอง แต่ค่อยๆตืบนะคะ เพราะหนักมาก พอไปเกือบถึงก็เรียกพนักงานผู้ชายหน้าโรง ขอความช่วยเหลือรับไปให้หน่อย ค่อยยังชั่ว เหอะๆ ไอ้สองตัวที่ร้าน รอก๊อนนนนน จะกลับไปฆ่าให้ตาย หาเรื่องผิดคนย่ะ ฮึ

ก็ไปก่อนเวลาเองแหละ 10 นาที เดินไปบอกเขาว่ามาแล้ว เขาก็บอกว่ารอคุณด้าก่อนนะครับ แล้วก็ถามว่าจะรับน้ำอะไรดี ก็เอาน้ำดปล่าก็ได้ค่ะ แล้วเลยไปหยิบ Elle มาอ่านรอ แล้วโทรบอกเล็กว่ามาแล้วนะ รออยู่

เล็ก-อ้าวทำไมไม่ไปเจอกับคนของโอเรียนทอลที่ร้านข้างล่างก่อน (เสียงตกใจมาก)

นัท-ทำไมล่ะ ตัวบอกเขาไว้เหรอ (เริ่มงงในชีวิต ทำไมตรูข้านี้ต้องเดินลงไปหาผู้ชายพายเรือถึงขนาดนั้นล่ะ ไม่ได้จะจีบเป็นแฟนนี่)

เล็ก-เปล่า นึกว่าจะเดินลงไปก่อน เผื่อคุณจอม (คนของโอเรียนทอล) จะไปไม่ถูก+ไปพร้อมกันเลย

เอ่อ ท่านคะ นี่ปี 2007 ค่ะ ไม่ใช่ 2007 ปีก่อนคริสตกาลนะคะ มือถือมี ปากมี ขามี มาเองไม่ได้ก็โทรได้นี่คะ เบอร์อะฮั้นก็มี แถมอะฮั้นแบกขวด 5 ขวดมาด้วยนะฮะ หนักฮ่ะ

นัท-คุณขา เขาทำงานในพารากอนนะคะ ถ้ามาไม่ถูกก็โทรมาได้นี่ นัทเอามาทั้ง 2 เบอร์เลย

เล็กก็โอเคๆ

พออ่านไปได้ 2-3 หน้า เขาก็มีบอกว่าวิตามิน บี 9 (มั้ง หรือ 6 หว่า) ดีต่อคนท้อง ช่วยเรื่องการเติบโตหรือพัฒนาของสมองทารกในครรภ์และทำให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้นถ้าทาน 6 วัน ต่อสัปดาห์ เลยนึกถีงหนูอุ้มที่ท้องอยู่ ก็โทรไปหาเลย คุยกันเรื่องหลานสักพัก อุ้มบอกว่ามันอยู่ในวิตามินชุดที่หมอจัดให้แล้วล่ะและตอนนี้กำลังเครียดเรื่องยื่นภาษีอยู่

อ้าว ไม่เคยยื่นเรอะ หรือที่ทำงานไม่ทำให้

อุ้มบอกทั้ง 2 อย่าง นัทก็บอกให้ไปหาเวบของกรมสรรพากรมาโหลดโปรแกรมช่วยคิดซะ แล้วก็ไปเตรียมเอกสารนะ มีบัญชีฝากประจำไหม ประกันชีวิตล่ะ ตกลงตอนแต่งงานจดทะเบียนไหม ให้ไปหามาให้ครบ แล้วโทรมาบอก จะช่วยดูให้ เพราะนัททำพอได้ (ท่านแม่สอนมาดี เรื่องนี้เลยได้ เพราะตอนต้นปีมานั่งคิดใหญ่เลยว่าตกลงจ่ายไหมเนี่ยหรือคืนเท่าไหร่) ไว้วันหลังมาคุยเรื่องยื่นภาษีดีกว่านะคะ

พอวางสายคุณจอมโทรมาบอกหาไม่เจอ หลงอยู่ชั้น 5 ครับ

เวรกรรม ร้านอาหารของโอเรียนทอลอยู่ชั้น M ถ้าเบเกอรี่จะอยู่ชั้น G แต่ก็อยู่ในพารากอนนะคะแค่นี้ยังหลงเลย -"-

พอมาแล้วคุณด้ายังไมอีก นัทเห็นคุณจอมยุ่งๆ เลยชวนเดินไปดูสถานที่จริงเลย เชอะ ฉันพาเดินได้ย่ะ รอมา 30 นาทีแล้วนะยะ ก็เลยคุยรายละเอียดกันจนจบในส่วนของโอเรียนทอล พอคุณจอมจะกลับ คุณด้าของโรงหนังเพิ่งโผล่ ทำไมไม่รอจนเรากลับหมดค่อยมาล่ะคะคู๊ณณณณณณณณณณณ

เลยเคลียร์ทั้ง 2 ด้านเสร็จ คุณจอมกลับก่อน โดยนัดกันว่า

6 โมง พารากอนตั้งโต๊ะ

6.30 โอเรียนทอลเริ่มตั้งของ

6.45 นัทขึ้นมาเช็คและอยู่ยาวจนงานเริ่ม

แต่!!! เกลียดคำนี้ชะมัด

คุณด้าต้องเป็นอัลไซเมอร์ชัวร์ จู่ๆก็กลับคำให้การ เอ๊ยกลับคำพูดกระทันหัน บอกว่า เราจัให้คุณ 1 ท่านต่อน้ำดื่ม (โค้ก ชาร้อน กาแฟร้อน น้ำเปล่า) 1 แก้วเท่านั้น จะให้เสิร์ฟตอนไหนครับ เอาก่อนเข้าโรงหรือเตรียมพร้อมไว้ในโรงเลย

นัทก็หันขวับ ที่เราคุยกันตั้งแต่แรกคือมี drinks flow ตลอดนะคะคุณด้า

คุณด้าทำหน้าอึดอัด - แต่มันตามตั๋วเป็นแบบนี้น่ะครับ

นัทก็-อ๋อเหรอคะ (เสียงเรียบมาก แต่ในใจนึกถึงขวานจามหัวตุ๊กตาวูดูฮ่ะ) สักครู่นะคะ --> หยิบโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่า วี3 ออกมาจากกระเป๋า กดโทรเบอร์ล่าสุดโดยไม่มองจอเลยแม้แต่น้อย ปากฉีกยิ้มหวาน ตาจ้องหน้าคุณด้าเฉยๆ ไม่กระพริบ หูได้ยินเสียงเพลงรอสายที่คุ้นเคย และแล้วปลายสายก็รับ "ฮัลโหล ว่าไงนัท"

นัท-เล็กคะ ตกลงว่าเรื่องดริ้งค์เนี่ยคุยครั้งล่าสุดก่อนเซ็นต์เอกสารเป็นยังไงนะคะ

เล็กก็-อ๋อ แบบนี้ๆๆๆๆๆ นะ

นัท-อ๋อเหรอคะ (คุณด้าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้) เล็กคะ คุณด้าว่าอย่างนี้นะคะ ... เอาไงดี

เล็กก็-ไม่ได้นะ ไม่ใช่แบบนั้น

นัท-สักครู่ คุยกับคุณด้านะคะ (ยื่นวี3 ที่รักให้คุณด้า) คุณวันเฉลิมค่ะ

หลังจากนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจค่ะ นัทมองโน่นนี่ไปตามเรื่อง โฮะๆๆๆๆ เชิญเจอเล็กจิกกัดไปตามสบายฮ่ะ อิฉันรอดูผล

คุณด้า-คุณนัทครับเรียบร้อยแล้วครับ ทุกอย่างจะ flow ตลอดนะครับ

นัทก็ยิ้ม ขอบคุณค่ะ

คุณด้าเลยถามว่าเคยไปดูโรง 1 หรือยังครับ นัทก็เลยกัดตอบเลยว่า ยังค่ะ เพราะคราวก่อนเราคุยกันแต่โรง 2 จนคุณบอกว่าไม่ได้ไงคะ เลยไม่เคยดู คุณด้าเลยพาเข้าไปดูโรง 1

อืม 6แถว แถวละ 12 ที่นั่ง 6 คู่ที่นั่งปรับได้ นอนได้โดยกดปุ่มไฟฟ้า มีหมอนและผ้าห่มค่ะ เบาะหนังสีครีมน้ำตาล โอเคผ่าน แต่เสียงตอนปรับระดับน่ากลัวไปนิด

คุณด้ายังมีการถามตอนเดินเข้าโรงอีกว่า เออนี่งานวันเกิดเหรอครับ

ค่ะ งานวันเกิด (ที่บอกไปตอนแรกนี่ไม่ได้ฟังใช่ไหมเนี่ย)

คุณชาญชัยเองเลยเหรอครับ

คุณคอนนี่จารุวัสตร์ ภรรนาคุณชาญชัยจารุวัสตร์พี่ชายแท้ๆของคุณแป๋ม ชฎาทิพย์ จูตระกูลค่ะ และรู้จักกับเจ้าของเครือเมเจอร์เป็นอย่างดีด้วย (ตายได้หรือยังคะคุณ เจออิฉันกัดแบบนี้ คิดว่าเราเป็นพวกโรคจิตชอบแกล้งเรียกร้องความสนใจรึไง)

แล้วเลยพูดต่อนิดว่า จริงๆ เมื่อวานนายนัทก็โทรมาถามว่าต้องใช้กำลังภายในไหมเหมือนกันนะคะ แต่ก็ตอบไปว่าเอาแค่ระดับล่างก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ได้ค่อยโทรไปเถอะค่ะ เพราะนัทไม่ชอบใช้เส้น ถ้าทำได้เราก็ทำ ถ้าไม่ได้ค่อยเล่นทางพิเศษ

พอเจอแบบนี้หน้าเสียเลยค่ะ (เออ รู้แล้วว่านัทเริ่มเลว ก็กวนนี่) คราวนี้รีบอธิบายแบบละเอียดยิบ ถามอะไร ขออะไร ได้ครับได้

แล้วก็กลับร้านเพราะเจ้าเอ็กซ์ออกไปบ้านลูกค้า ฮ้อตอยู่ร้านคนเดียว พอถึงก็โทรหาเล็ก แล้วก็วาง

สักพักก็มีโทรศัพท์หาพี่ช่าง เพราะจะให้ไปเอาเค้ก 10 ปอนด์ (2ก้อน ก้อนละ 5) ปรากฎช้าไปค่ะ พี่ช่างไปหมดแล้ว เลยไปตามหากันใหญ่ แล้วพี่อ้วนกับปิ๊กก็หิ้วมาให้ เราเลยวานให้ถือไปให้หน่อยที่ชั้น 5 ก็เอาไปฝากไว้ กำชับให้แอบสุดชึวิต ถ้านายมาเห็นล่ะคุณตายแร่ แฮ่

ไม่ไหวแล้ว ง่วง เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อการเตรียมงาน Surprise Party และรีวิวหนังนะคะ ตอนนี้ขอไปนอนก่อน

หึหึ นี่คุณแนน ถ้ามาอ่านก็ลงชื่อบ้างนะคะ หรือจะบอกเลขาคนอื่นของคุณเจ้านายขาของคุณก็ได้ ไม่ว่า แต่อย่าให้ถึงหูนายๆ แล้วกัน เดี๋ยวนัทจะเดี้ยงซะก่อน คุณจะขาดเพื่อนเม้าท์นายนะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน

มาต่อจากเมื่อคืนที่พิมพ์ๆ ไปชักไม่ไหว ซัดไทลินอลไป 2 เม็ดแล้วนอน หมาเหมอที่บ้านไม่สนใจแล้ว มันวิ่งตามขึ้นไปขอนอนด้วยยังไม่ให้นอนเลย หมานัทก็เลยร้องโหยหวนจนแม่ท่านต้องมาเอาไปแน่ะค่ะ

ต่อไปนี้ขอแบ่งแยกคำศัพท์นะคะ

คุณชาญชัย - เจ้านายขาของคุณแนน

คุณคอนนี่ - เจ้านายขาของดิฉัน

หลังจากที่วางสายคุณชาญชัยและคุณแนนที่โทรมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นเสียงลั่นไปเลย ก็วิ่งรอกรับสายโอเรียนทอลค่ะ ขอยกเลิกคานาเป้ เพราะนายขาของคุณแนนบอกว่า "ผมคนไทย และคนที่ไปก็คนไทย ตอนเย็นแบบนี้ไม่ใช่ทานน้ำชายามบ่ายนะ (เอ่อ นายขา 2 ทุ่มนี่เย็นเหรอคะ มืดค่ะมืด เวลากลับบ้านลูกน้องค่า ครอบครัวรออยู่) คุณเอาคานาเป้มาได้ยังไง เอาพวกสาคูสิ ข้าวตัง เนื้อสัตว์โน่น

เราก็โทรไปหาเล็ก ต่างคนก็ต่างเซ็ง เพราะวันนี้เปลี่ยนมาแล้ว 2 รอบค่ะ นี่รอบที่ 3 อืมนับรอบเลยดีกว่าไหมคุณจะได้รู้ว่ากี่รอบแน่ หึหึ ตกลงว่าให้นัทเลือกเค้กใช่ไหม ด้ายยยยยย เอาช็อคโกแล็ตแล้วกัน เบื่อชีสเค้ก จบ

อิฉันก็วิ่งโทรศัพท์ไปโอเรียนทอลสั่งเค้กช็อคโกแล็ต 3 ปอนด์ก่อน ยกเลิกคานาเป้ + เซ็นต์เอกสารกลับไปแล้วด้วย กรี๊ดดดดดดด จะบ้า

แล้วลูกค้าก็เข้า เราก็ขายของ พอดีลูกค้าซื้อ BeoSound 2 MP3 player ที่คุณแนนมีปัญหาใช้ไม่เป็น (อันนี้น้องบอกคำนิยามมา) ก็ต้องโหลดเพลงใช่ไหม คุณ อิฉันเจ็บตัวฮ่ะ กำลังนั่งโหลด SD Card อยู่ โทรศัพท์เข้า น้องๆ อยู่ข้างหลังหมด นัทก็รีบจะมารับ ปรากฎว่า โครม!!!!! ปลาวาฬตกเก้าอี้ลงมาเกยตื้นบนพื้นค่ะ ลูกค้าตกใจหันขวับเลย ลูกค้าต่างประเทศด้วย แต่นัทก็ไม่สนใจ เจ็บน่ะเจ็บนะคะ แต่วิ่งไปรับโทรศัพท์ก่อน เกิดนายคุณหรือนายอิฉันโทรมารับช้านี่โดนแน่

เก้าอ้งเก้าอี้ล้มกันระเนระนาดเลย นัทหัวกระแทกด้วยล่ะ เจ็บ จนเรารับโทรศัพท์พูดไปแล้ว 2-3 คำ น้องๆ ถึงโผล่เศียรออกมา โห ทำไมไม่รอให้พี่นัทเลือดไหลหมดไป 2 ลิตรก่อนค่อยออกมาล่ะคะคุณน้องขา (อดขนมไป 1 อาทิตย์เลยนะ ไม่ซื้อมาเลี้ยงแล้ว)

กลายเป็นโทรยืนยันกับโอเรียนทอลว่าเอาแต่เค้กอีกรอบ เฮ้อ แล้วก็นั่งนึกว่าจะไปสั่งอาหารที่ไหนอีก เลยโทรหาคุณแนน ปรากฎก็ปวดหัวกันอีก ฮืออออออออออ กรรม

สุดท้ายนัทเลยต้องลากสังขารขาเจ็บๆ แบบนั้นลงไปเดินถามตาม ร้านอาหาร+เบเกอรี่ทุกร้าน!!!! ในพารากอนไล่ลงไปจาก เกรย์ฮาวด์ คาเฟ่ที่ชั้น1 ลงไปชั้น G ถามมันทุกร้านค่ะ แล้วลองนึกภาพห้างพารากอนที่ใหญ่ขนาดนั้น + สยามเซ็นเตอร์+สยามดิสฯ แล้วดิฉันเดินทุกร้านดูสิคะคุณ คุณว่าขาควรเดี้ยงไหม

พอเดินไปเกือบครบแล้วเหลือร้าน Manna กับ Cafe Chilli ในพารากอนที่ตอนแรกไม่ถาม หึหึ กำลังคิดถึงคุณอีน (ลูกค้าของนัทเองค่ะ) อยู่ เพราะเธอมีหุ้นในร้านตรงนั้นว่าลองโทรไปรบกวนขอร้องให้ช่วยรับจัดให้ดีไหม แต่คิดอีกที อย่าดีกว่า เรื่องแบบนี้ไปรบกวนเธอก็น่าเกลียด

เลยโทรบอกเล็กว่า เออ ได้มาร้านหนึ่งนะ แต่มันเป็นแบบกล่อง ไว้ไปกินในโรงได้มีคาวหวาน แต่เปลี่ยนอาหารได้ของ Vanilla

แต่ว่า...

ฟ้าก็ไม่เป็นใจ

เล็กบอกว่าไม่เอาแล้ว เจ้านายขอของคุณแนนเปลี่ยนใจอีกแล้ว (รอบที่ 4)

ตอนแรกจะเอาคานาเป้ มาเป็น cocktail ทานหน้าโรง นับ 1

แล้วก็เป็นอาหารคาวแบบไทย ทานแบบ cocktail หน้าโรงแล้วก็เอาไปกินในโรงต่อด้วยอีก นับ 2

แล้วก็เป็นแบบถ้าไม่ cocktail ก็กล่องๆ ทานในโรงหนัง นับ 3

คราวนี้กลับมาเป็นอาหารคาวแบบไทย ทานแบบ cocktail หน้าโรง ไม่เอากล่อง เอาจานแก้ว มี food flow ตลอด นับ 4

พอได้ยิน หึหึ นัทกำลังยืนอยู่หน้าร้าน Cafe Chilli มันจะมีม้านั่งของทางพารากอนวางอยู่พอดี นัทก็นั่งแปะไปเลย ตอนนั้นถามว่าโมโหไหม ไม่เลยนะ โกรธไหม ไม่เลยค่ะ ไม่ได้โกหกเลยนะ แต่เหนื่อย เข่าอ่อนเลย เจ็บขาก็เจ็บ เหนื่อยก็เหนื่อย เดินไกลมาก หาร้านทุกร้าน แต่สุดท้าย คุณเจ้านายขาของคุณแนน ย้ำของคุณแนน ก็เปลี่ยนอีกแล้ว

นัทนั่งคุยเลย ไม่มีแรงแล้ว เหนื่อย เพลีย เซ็ง เบื่อ หมดอารมณ์ เพราะนั่นหมายความว่านัทต้องเริ่มเดินหาใหม่หมด ก๊าซซซซซซซซซ ล้มโต๊ะมันเลยดีไหมเนี่ย คุณแนน คราวหลังคุณเอานายขาของคุณเก็บเลยนะคะ แง่งๆๆๆ

สรุป หลังจากเดินไปทั่ว 3 ห้างและโทรไปหาคุณแนนเพื่อขอคำแนะนำเพราะคุณก็เลขา น่าจะมีรายชื่อเจ้าประจำนี่นา เนอะ หุหุ ไว้จะแบ่งรายชื่อที่ได้มาให้ทาง IOD ไปจัดการเหมาโรงมั่ง เราจะนั่งหัวเราะให้ดู
นัทหมดแรงค่ะ นั่งเคลียร์กับเล็กอยู่ ว่าไม่มีนะ แล้วบอกกระชั้นขนาดนี้ ไม่มีที่ไหนจะรับให้หรอก โอเรียนทอลน่ะ คนคุ้นเคยกัน มันก็ได้อยู่แล้ว เล็กก็เลย เออๆ เดี๋ยวไปคุยกับคุณเจ้านายขาของคุณแนนกับเล็กดูอีกที จะบังคับเอาไม่เอาแล้ว

นัทก็ เพิ่งจะคิดได้เหรอแก๊ ขาเราเจ็บจะตายไปแล้ว กรี๊ดดดดดดดด --> เสียงกรีดร้องในใจค่ะ อย่าสนใจมากเดี๋ยวบ้าตาม

พอคุยเสร็จ อ้าว ลูกค้าเรามา อ๋อย ขอนั่งพักได้ไหมคะ ไม่ไหวแล้ว แต่ก็ต้องสวมวิญญาณพนักงานดีเด่น ยิ้มร่าเดินเข้าไปสวัสดีค่ะ แต่ในใจนี่ร้องไห้ไปแล้วค่ะด้วยความเจ็บ

พอสักสามทุ่มกว่าๆ หรือสี่กว่าๆ นี่แหละ เล็กก็โทรมาบอกว่า เออ ตกลงเอาโอเรียนทอลแล้วนะ

นัทในตอนนั้นหมดแรงกรีดร้องไปแล้วก็ เออ โอเค ไว้ว่ากันพรุ่งนี้นะ ไม่อยากคุย ไม่ไหวแล้ว เซ็งจิต

ต่อจากนั้นก็ไปนั่งพิมพ์บลอคเอนทรีที่แล้วอย่างที่อ่านกันมาด้วยความเมามัน เพราะพออัพขึ้นไป เจ้าเหมียวคีก็ออน MSN พอดีเลย (เลี้ยงพรายหรือจ๊ะ ยังไม่ทันจุดธูปเลย หรือหนานไปเรียก)เลยให้อ่าน หลังจากที่ตอนขากลับบ้านโทรไปโวยวายมารอบแล้ว มันก็เลยมีคอมเม้นท์มาอย่างที่อ่านกันเป็นอันแรกในเอนทรีนั้นนั่นแหละค่ะ

หุหุ วันนี้ตอนเที่ยงๆ เราโทรไปหาคุณแนน ตัวก็ไม่รับ เลยส่ง SMS URL ไปให้ หุหุ อ่านแล้วบอกมันดี ไว้รอของวันนี้ก่อนค่ะ เอนทรีหน้า ถ้ามีแรงพอจะรีบกลับมาพิมพ์ให้ แต่ตอนนี้ใกล้เวลางานแล้วต้องไปเตรียมตัวต่อ

นี่ถ้าทำขนาดนี้แล้วยังโดนว่าว่าทำไม่ดีนะ จะประท้วง คอยดู

เนื่องจากวันที่ 8 เดือนนี้เป็นวันเกิดคุณคอนนี่ นายเราเอง

ตอนแรกก็นึกขึ้นได้ก่อน ก็เลยส่ง sms ไปถามว่ามีแพลนอะไรไหมวันอาทิตย์นี้ จะขอเลี้ยงหนังวันเกิด (วันเกิดมันวันพฤหัส แต่มันวันหยุดนัทนี่คะ ก็เลยเอาอาทิตย์ที่เลิก 1 ทุ่มแทน)

พอกลับมาที่ร้านก็คุยกับเล็ก เออ จะเอายังไง เพราะเราจองอันนี้ไปแล้วนะ ระวังอย่าซ้ำ เล็กก็แบบว่ารวมตัวกันไหมแล้วหาของขวัญในนามทุกคนจากส่วนเรา ก็เออดีนะ แล้วก็เลยกลายเป็น sales ทุกคนไปดูหนังโดยหารกัน ก็เอาเป็นแบบนั้น

ตกเย็น คุณชาญชัยโทรมา ก็คุยเรื่องงานกันอยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นได้เลยถามไปว่าวันเกิดศรีภรรยาจะทำอะไรรึเปล่าคะ เจ้านายขาก็เออ ยังไม่ได้คิดอะไรแตกต่างออกไปเลยแฮะ คงเหมือนทุกปีมั้ง

นัทก็ คุณชาญชัยขา นัทจะเลี้ยงหนังคุณคอนนี่ค่ะ อย่าเพิ่งพาไปดูนะคะ คงเป็น Curse of Golden Flower (เพราะคุณคอนนี่เป็นคนฮ่องกง เวลามีหนังจีนเข้า ไม่ว่าจะจีนกลาง หรือกวางตุ้ง เราจะบอกเธอแล้วยกพวกไปดูกัน)

เจ้านายขาของคุณแนน (เลขาอีกคนของคุณชาญชัย ที่อีกบริษัท) ก็ เออดี เอาด้วย เอางี้สินัท ยูขึ้นไปเลยนะ ไปถามพารากอนข้างบนน่ะ ว่าเหมาโรงเท่าไหร่ แล้วผมไปด้วย

นัทก็งง --> ขา เหมาเลยเหรอคะ (ตอนแรกนึกถึง Pavalai)

นายขาก็ อืมเหมาเลย แล้วเราไปกินข้าวกันก่อน แล้วมาต่อด้วยหนัง

นัท เอ่อ เอาแบบเหมา หรือเอาแบบ Special Seat คะ ที่มันจะบนสุดของโรงน่ะค่ะ (คือว่า เอาให้แน่ใจ เพราะกลัวใจนายสุดๆ ว่าเราไปถามผิดคงโดนเชือดตายกลางร้าน)

เจ้านายขาก็ เฮ้ย เอาแบบเหมาสิ เอาแบบโรงดีๆ เลย ที่นี่เขามีนี่ ไอ้เข้าไปนั่งแบบเป็นแถวเรียงเป็นตับนี่ผมไม่เอานะ ไม่ดีเลย วันเกิดนะ

เราก็ ค่ะๆ

เลิกงานก็วิ่งขึ้นไปดู (อิฉันเลิก 1 ทุ่มนะคะ วันอาทิตย์) ก็เลยไปดูโรง Enigma ก่อน อืมมมมมม หรู สวย แพง ที่นั่งใหญ่ปรับนอนได้ มีระดับ เก๋ไก๋น่าจะถูกใจเจ้านายขา และคุณคอนนี่ ราคาเหมาโรง THB 50,000 รู้สึกจะ 18 คู่ 36 ที่นั่ง ที่ละ 1,500 มีส่วนเลาน์จให้ มี น้ำ soft drinks ชา กาแฟ ก็เลยบอกราคาเล็ก + คุณชาญชัยไป ก็เรียกว่าราคารับได้ เพราะเล็กคยถามของ Pavalai เป็นแสน (192,660)

แต่พอขอใบเสนอราคาก็รอแล้วรออีก ไม่มาซะที วันรุ่งขึ้นเลยไปดู Nokia Ultra Screen แทน เชอะไม่ง้อก็ได้

ที่ดูก็คือโรงเล็กสุด Nokia Ultra Screens 2 มี 16 คู่ 32 ที่นั่ง เบาะหนังและกำมะหยี หรูไม่เท่า Enigma แต่สวยโอเค เป็นส่วนตัวกว่า พอเห็นแล้วรู้สึกชอบมากกว่า

ราคาเหมาโรง วันจันทร์-พุธ THB 16,000

พฤหัส-อาทิตย์ THB 19,200

มีส่วนเลาน์จเหมือนกัน ไม่หรูเท่าแต่ว่า!!!! มีที่นวดไฟฟ้าให้ค่ะ และเสาร์อาทิตย์ก็จะเลือกได้ว่าเอาแบบคนนวดหรือเก้าอี้ไฟฟ้านวด โอ้พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ชอบมากกว่า Enigma อีก(แต่ยังอยากไป Enigma อ่ะ มันต้องเมมเบอร์+ค่าที่นั่งละตั้ง THB 1,500)ก็คุยรายละเอียดกันสักพัก ก็โทรไปบอกเล็กที่นั่งประชุมกับคุณชาญชัย ก็เลยถามเพิ่มอีกหลายข้อ สรุปรอใบเสนอราคาวันรุ่งขึ้น (วันนี้) บอกว่าจะส่งมาก่อนเที่ยง หึหึ

แล้วไงคะท่านผู้บริหาร ลูกน้องท่านบอกก่อนบ่ายโมง นี่มันบ่ายสองกว่าแล้วก็ยังไม่มา นัทเลยลากสังขารไปตามค่ะ ลงมาก็เลยได้โทรคุยกับคุณด้าที่เป็นการตลาด เพราะมีส่วนเปลี่ยนแปลง โรง 2 ไม่สามารถฉาย Curse ได้ ต้องเป็นนเรศวรเท่านั้น เพราะโปรแกรมเขาจัดมาแล้วสำหรับ 7 วัน ถ้าเป็นวันพฤหัสจะเลือกได้ เพราะเปลี่ยนโปรแกรมพอดี แต่วันพุธทำไม่ได้

(ตอนแรกแอบเถียงกับเล็กว่า ทำไมไม่ให้คุณชาญชัยใช้กำลังภายในโทรไปหาเจ้าของเมเจอร์ค้า~~~ คุณ ให้นายกับนายคุยไปเลย เพราะพนักงานที่นี่ โอเคมารยาทดี ใช้ได้ แต่ไม่แม่นในตัวสินค้า(โรงหนัง) พอถามว่าจุกี่ที่ มีจัด function ได้ไหม ก็อึกอัก ตอบไม่ได้ ต้องหันไปถามอีกคน แล้วก็ถามเป็นทอดๆ ประมาณ 4-5 ทอด คุณขาไม่ใช่เปิดวันแรกนะคะ เล่นเอาหงุดหงิด+ผิดหวังนิดหน่อย แง่งๆๆเล็กบอกว่าเอาน่าลองดูก่อนไม่ได้ค่อยว่ากัน)

ที่คุยกันไว้คือ ถ้าเหมาโรงก็เลือกหนังได้ทุกเรื่อง ย้ำทุกเรื่อง ที่กำลังฉายอยู่ ณ วันที่ดู พอวันนี้ ได้ดูใบเสนอราคาก็งง คือหาเรื่องให้หงุดหงิดอีกแล้วต้องโทรไปหาคุณด้าตอนได้แฟกซ์เวลาบ่ายแก่ๆ

นัท- ทำไมโรง 2 เป็น Curse ล่ะคะ หรือว่าหาทางให้ได้แล้ว

คุณด้า- อ้าว ขอโทษครับ ผมลืมแก้ ต้องนเรศวรครับ ไม่เป็นไรมั้งครับ ผมบอกคุณแล้วว่าได้นเรศวร (นัทก็เกิดอาการปรี๊ดขึ้นมาแว้บนึง แบบว่าพูดแบบนี้ได้ไงเนี่ย)

นัท- คุณด้าคะ ช่วยแก้ไขให้ใหม่แล้วส่งมาได้ไหม เพราะถ้าแบบนี้ นัทไม่สามารถเสนอนายได้นะคะ แล้วถ้าทางนายนัทโอเคกับใบนี้ แล้วเวลาเข้าโรง 2 เข้ามาแล้วเป็นนเรศวร ทางนัทน่ะเอาเรื่องทางโรงได้นะคะ เพราะถือว่าผิดสัญญา ช่วยส่งใหม่ด้วยค่ะ

คุณด้าก็ - ครับ

เอ้าวางสาย รอประมาณ 5 นาทีก็ได้อันใหม่ก็ส่งไปทางโน้นให้เล็กดู ทางนั้นก็งง เพราะนัทส่งให้เป็นใบเสนอราคา 2 ใบ 2 แบบ โฮะๆๆ งงล่ะสิ ฮือๆๆๆ เวรของนัท เพราะต่อให้เหมาโรง 2 ที่ทุกคนลงมติโอเค เอาที่นี่ ก็เอาไม่ได้แล้ว เพราะหนังไม่ใช่ คุณคอนนี่ นายขาของนัทคงจะดูรู้เรื่องหรอกนะคะ ต่อให้พูดไทยน้ำไหลจนไฟดับได้ก็เหอะ คนไทยดูเอง บางทียังงง แล้วนี่ถ้าเอาไปดู Final Score จะเก็ทไหมเนี่ย เฮ้อ

ก็เพราะเหมาโรง 2 ไม่ได้เพราะเหตุจากหนังก็เลยคุยกันว่าเอาแบบนี้นะคะ ทำใบเสนอราคามา 2 แบบ

1. แบบโรง 2 ที่ฉายนเรศวร แต่ในใจเราคิดว่าถ้าเรื่องมากนัก ก็ให้นายโทรคุยเองละกัน วันเกิดศรีภรรยาไม่หาทางทำก็ให้มันรู้ไป

2.เอาโรง 1 แต่ กันที่นั่งแถวบนทั้งหมด 3 แถวให้ด้วยค่ะ และต้องได้!!!! เป็นตายยังไง งานนี้คุณต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรมาเลยว่าจะกันที่ไว้ให้ แล้วฉาย "คำสาปดอกทอง" นี่ด้วย

เล็กก็ถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็เลยเล่าให้ฟัง แล้วก็เกิดอาการเซ็งทั้งคู่ เล็กก็ขอไปดูรายละเอียดก่อน แล้วถามเบอร์คุณด้าไป เราก็ให้ไป แบบว่า อย่ามาถามอะไรอีกนะ แง่ง กัดด้วยล่ะ

สักพัก เล็กก็โทรให้นัทลงไปคุยกับโอเรียนทอลเรื่องอาหารเอาคานาเป้+เค้ก เราก็ลงไปจัดการเรียบร้อย ให้เขาแฟกซ์ใบราคามาพร้อมเมนู ก็ส่งต่อ+เอามานั่งเช็ค

พอคุณชาญชัยโทรมาอีกทีก็กำลังคุยกับลูกค้า เลยต้องเรียกฮ้อทมารับต่อไป เราก็เลี่ยงไปคุยเรื่องนี้

คุณชาญชัย-เตรียมไปถึงไหนแล้ว เราช่วยเล็กเขามั่งหรือเปล่า

นัท-(ในใจ-โห ถ้าแบบนี้เรียกไม่ช่วยแล้วแบบไหนจะเรียกว่าช่วยคุคุณเจ้านาย แล้วก็กรีดร้องโหยหวนมาก) ก็ช่วยค่ะ แต่คุณชาญชัยขาคนที่นี่ ...(เล่าเต็มที่ว่าเจออะไรบ้างแบบไม่ไหวแล้ว)

คุณชาญชัย- จะต้องใช้กำลังภายในไหม

นัท-ก็ดีค่ะ ถ้าได้ก็ดี แบบว่าอยากได้โรง 2 แต่เอาเรื่อง Curse ...(เล่าเหตุหารณ์ตั้งแต่ต้นจนจบไป) แต่ไว้ลองดูก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยใช้ค่ะ (นัทรู้ว่าคุณชาญชัยรู้จักเจ้าของ แต่คุณแนนรู้แน่ว่ารู้จักกันแค่ไหน)

คุณชาญชัย-โอเค ไว้บอกแล้วกัน เรื่องอาหารล่ะ ว่ายังไง

นัทก็หยิบมาอ่านให้ฟังว่าราคาเท่าไหร่ มีอะไรบ้าง คุณเอ๊ยยยยยยยยยยยย นัทหูชาค่ะ พอวางสายคุณชาญชับปุ๊บ คุณแนนโทรมามือถือทันที (แอบฟังไม่ดีนะคะคุณแนน ตอนมาอ่านแล้วเปลี่ยนด้วย) ถามว่าเป็นคนขี้ฟ้องตั้งแต่เมื่อไหร่ (แบบเล่นๆ) บอกว่าที่ IOD น้องๆ ตกใจ เสียงลั่นล้งเล้งไปเลย

โหยคุณแนน~~~ เจอมั่งไหมล่ะค่ะ นายคุณน่ะ ต้นเรื่องนี้น่ะนัทแท้ๆ เลยนะคะ กะไปแค่ 2 คนกะคุณคอนนี่นายอิฉัน ง่ายๆ สบายๆ ไม่มีอะไรมาก ไหงมันลามไปขนาดไฟท์บังคับไปทั้งบริษัทได้ล่ะ อ้อ พี่แหยมอดล่ะคุณ น่าสงสารมาก

แถมนัทมารู้ทีหลัง หึหึ นายคุณสั่งนัทอย่างหนึ่ง กับเล็กก็อีกอย่าง แล้วสั่งพี่อรอีกแบบ เรียกว่า 3 คน3 แบบ คุณว่านัทจะจัดถูกไหมคะ ไม่ใช่พระเจ้านะคะ แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ไม่ช่ายยยยยยย (เออเขาว่าหนังสือจะออกหลังหนังฉาย 8 วันล่ะค่ะ ว่าจะเตรียมเงินไปซื้อ --> นอกเรื่องแล้ว)

นายคุณสั่งยกเลิกโอเรียนทอล แถมจะเอาอาหารไทยแบบ ข้าวตัง หมูสะเต๊ะ ปอเปี๊ยะ คุณขา ไป-ทาน-ใน-โรง ทั้งก่อนเข้าโรงคือทานแบบคอกเทลและระหว่างดูหนังนะคุณ ใครจะจัดให้ท่านได้ทันบอกเย็นเอาพรุ่งนี้ ไม่ใช่แม่ครัวนะ แง้ว

พอถามเค้ก ก็โยนว่าคุณสั่งมาสิ เอาอะไรที่คิดว่าคุณคอนนี่ชอบ

นัทก็บอกเลยว่า คุณชาญชัยขา นัทไม่เคยเห็นคุณคอนนี่ไม่ทานขนมที่นัทซื้อมาให้เลยนะคะ เห็นทานหมดทุกที (เพราะเราเลือกแต่ที่อร่อยๆ ให้น่ะสิ ชิ ไม่อร่อนจะเสนอหน้ามาให้นายทานได้ไงกัน เสียชื่อหมด) คุณชาญชัยจะเอาอะไรคะ ตอนนี้มี 2 ทางเลือก เค้กช็อคโกแล็ต กับบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก เอาอันไหนคะ

นายขาของคุณแนนบอกว่า แล้วแต่สิ

กรี๊ดดดดดดดดดด นัทจัดไม่ถูกนะคะคุณชาญชัย มาขโมยไอเดียเราไปแบบนี้แล้วยังโยนกลองอีกอ่ะ งานนี้จัดดีก็เท่าทุน ไม่ถูกใจก็เละอยู่ดี โฮฮฮฮฮฮฮ <--เสียงกรีดร้องในใจนัทค่ะ

แล้วก็วาง หึหึ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพิมพ์ต่อ ตอนนี้ขอตัวไปกินยาแก้ปวดหัวก่อน รอก่อน พรุ่งนี้จะพิมพ์วีรกรรม วีรเวรการตามหาอาหารให้ทุกคนอ่าน อ๊าคคคคคคคคคคแปลงร่างเป็นก๊อตซิล่าพ่นไฟทำลายพาราก้อนซะดีไหมเนี่ยตรู