book

ค่า... มหกรรมส่งเสริมการอ่านประจำปีครั้งที่ 1 เริ่มต้นแล้วนะคะทุกท่าน

วันนี้นัทก็ไปร่วมเสียเงินกะเขามาแล้วเช่นกัน ถึงแม้ว่าไปแล้วจะได้ไม่ครบก็ตามทีเถอะ

ที่ไม่ครบ 1 - แจ่มใสค่ะ ไม่ได้เลยสักเล่ม เพราะทางตัน กล่างคือคนแน่นมาก เห็นแล้ว ยอมซื้อด้านนอกแล้วค่ะ แพงกว่าก็ยอม

ที่ไม่ครบ 2 - เพราะมันยังไม่ออกน่ะสิคะ  ที่บูธ ณ บ้านวรรณกรรม คือของท่าน Fox ค่ะ ตรงไปหาเลย แล้วก็หยิบเรื่องบาดาลของลักษณาวดีเตรียมแล้ว แต่มองหาไม่เห็นเลยต้องถาม เขาบอกว่า ยังไม่ออกค่ะต้องอีก 2-3 วัน กรี๊ดดดดด  วางแล้วเดิน (แหวก) ออกค่ะ

 

เพราะฉะนั้น วันนี้เราขอเสนอเอนทรี่ส์การเตรียมตัวและข่าวสารของงานเที่ยวนี้แก่ท่าน โดยเริ่มจากของอะฮั้นเองก่อน 2 เอนทรี่ส์

http://forever16.exteen.com/20080402/book-fair-april-2008

และอีกอันค่ะ อันนี้เป็นข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ลองอ่านดูนะคะ

 http://forever16.exteen.com/20071020/tag

ส่วนนี่เป็นข่าวสารเรื่องการ์ตูนและนิยายบางส่วนที่ควรอ่านค่ะ จะได้เก็บข้อมูล + แลกของรางวัลไงคะ

http://tamanxzg.exteen.com/20090326/entry

 ส่วนนี่เป็นอีกกระทู้เตรียมตัวค่ะ

http://nighty.exteen.com/20090326/update-6-1-4

****ข้อเตือนภัยสำหรับงานหนังสือปีนี้**** 

งานปีนี้ประตูด้านโรงงานยาสูบปิดค่ะ  ทางเข้าและที่จอดรถไม่มีนะคะ ข่าววงในบอกให้ไปจอดตามสยาม สวนลุม เอสพลานาท (สะกดไงเนี่ย) หัวลำโพงแลเวนั่งรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินค่ะ โดยมีสแตมป์ที่หน้างานค่า

ส่วนถ้ายอมจ่ายเงินก็ฝั่งตรงข้ามที่สี่แยกก็ชั่วโมงละ 20 บาทค่ะ นัทไปจอดมาแล้ว ร้อนได้ใจ แต่ก็โอนะคะ

 

หนังสือที่ได้มาวันนี้มีของสถาพรและจอมนางคู่บัลลังก็เล่ม 4 ค่ะ ขอไปนอนอ่านโรงเรียนเสนาธิการเล่ม 3 ก่อนล่ะค่ะ

 

อาดิโอส ทุกท่าน

(Books Review) สะดุดรัก Love Touch

posted on 28 Nov 2008 22:35 by forever16 in Novel

สะดุดรัก Love Touch : เล่มแรกที่อ่านจาก 12 Books Challenge แต่เป็นเล่มที่ 3 ที่รีหวิว

สืบเนื่องมาจาก ...... ดันอุตริไปลงชื่อร่วมสัญญาใจและลงลายอักษรไว้ในบลอคนี้แหละค่ะ  

http://forever16.exteen.com/20080129/book-challenge-12-12">]รายชื่อที่ลงไว้> และต้นเหตุความตุ้บๆ ต่อมๆ ในหัวใจก็มาจาก http://vendetta.exteen.com/20080127/book-challenge-12-12">]เหตุแรกเริ่มจิ้มโลด หึหึ

และเดินพารากอนอยู่ดีๆ ก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มนี้เข้าก็เลยฉกกลับมาจ่ายเงินด้วยกะเล่มอื่นๆ ซะเลย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นรอไว้งานหนังสือค่อยซื้อก็ได้แท้ๆ หรือสั่งทางเวบน่าจะดีกว่า ก็เลยได้โอกาสมารีวิวซะเลย หุหุ

ชื่อ :

 

สะดุดรัก

รหัสหนังสือ :

 

ISBN 978-974-13438-5-0

ชื่อผู้แต่ง :

 

Chiaki

ราคาปกติ :

 

140

ราคาสมาชิก :

 

119

เรื่องนี้...จะสปอยล์แล้วนะคะ

เรื่องรักวุ่นๆ ของหนุ่มสาววัยทำงาน ภัทรา ครีเอทีฟสาวหน้าใสตื่นขึ้นมาในยามสายของวันหนึ่ง โดยมีชายหนุ่มหน้าสวยเปลือยกายนอนอยู่เคียงข้าง ด้วยความตกใจและเพราะมีประชุมร่วมกับบริษัทคู่ค้าในเช้าวันนั้น ทำให้หญิงสาวผลุนผลันออกจากโรงแรมโดยไม่เหลียวหลัง แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง...

.......... วิธู รีบรุดเข้าประชุมตอนเช้าโดยไม่มีแม้เวลาจะใส่ใจกับตัวเอง และเขาก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า คนที่เปิดประตูห้องประชุมให้เขา... คือหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้ตอนที่เธอถูกลวนลามเมื่อคืนที่ผ่านมา และจากวันนั้น เขาก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอโดยไม่ได้รับเชิญ กลวิธีจีบ (แกล้ง) ครีเอทีฟสาวจึงเริ่มขึ้น

ความคิดเห็นส่วนบุคคล (ไม่เห็นด้วยไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าจะด่า เชิญป้ายหน้า กรุณาพูดคุยภาษาดอกไม้)

เป็นอะไรที่ไม่ตรงสเป็คอย่างแฮง แฮงๆๆๆๆๆ คืออ่านไปตอนแรกเข้าท่าดี แต่พออ่านไปๆ ไม่ตรงแฮะ โชคดีที่เล่มบาง คือไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่ไม่ตรงอ่ะ

ก็พออ่านได้ เนื่องจากภาษาไม่ได้น่าเกลียดแบบพวกอีโมติคอนที่เขวี้ยงทิ้งไปตั้งกะหน้าแรก แต่เนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดบางครั้งมัน...เดาได้ แล้วก็เริ่มโหลในวันเวลานี้ที่อ่าน เลยไม่โปรดค่ะ

คิดว่าทางคุณ Chiaki น่าจะเขียนได้ดีกว่านี้ ถ้าตัดสินใจเพิ่มหน้ากระดาษอีกสัก 150 หน้า หรือเพราะนัทไม่สันทัดเรื่องสั้นด้วยกระมัง อืมมมม

 

ตอนนี้เริ่มลงมือคัดเลือกหนังสืออีกแล้ว แต่ว่า... ที่ยังไม่ได้รีวิวมัน... เยอะอ่ะ

edit @ 28 Nov 2008 22:43:48 by kurumi

edit @ 28 Nov 2008 22:46:37 by kurumi

และแล้วการรีวิวเล่มที่สอง มันก็ถึงวาระและโอกาสจนได้

หลังจากถูกเอนทรี่ย์ลูกใหม่ทั้งสองจากมณียาแซงไปเมื่อครั้งที่แล้ว

ค่ะทุกท่าน แอ็ตแทค แอ๊วผิด.. Attention Please โปรเจ็ค 12 Book 12 Challenge นั้น นัทยกธงไปแล้วล่ะค่ะ ถึงจะเหลืออีกเกือบ 6 อาทิตย์ และนัทอ่านไปแล้วกว่า 8 เล่ม แต่รีวิว ... มันต้องพิมพ์โว้ยยยย

 

ตายชัวร์ ไอ้พิมพ์เนี่ย

เลยเบนเข็มมาที่ ทำให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วปีหน้าฟ้าใหม่ ก็เอาใหม่ ลองดูเก็บสถิติดีกว่า

ขอได้รับความขอบคุณที่ร่วมลงขันทนดูเราพล่ามเรื่องนี้ค่ะ

 

งั้นเรากลับมาธุระของเรากันนะท่านนะ

">]ไปดูต้นเหตุ

<A HREF="http://forever16.exteen.com/20080129/book-challenge-12-12">]ไปดูผลที่ตามมาค่ะ

">]แล้วปลายเหตุที่ 1

ส่วนปลายเหตุที่ 2 ก็... ข้างล่างค่ะ

อ้อ ขอขอบคุณ ท่านคีที่ช่วยสอนเรื่องลิ้งค์ข้างบน หุหุ โง่มานาน

ชื่อ :

 

คืนใจให้รัก

รหัสหนังสือ :

 

ISBN 974-93078-5-2

ชื่อผู้แต่ง :

 

กรมาศ

ราคาปกติ :

 

190

เรื่องย่อ-ใครไม่เคยอ่านโปรดข้าม สปอยล์ล่ะนะ (จากเวบ http://www.pimkham.com )

 

ดร. ปรม เศวตเดโช อาจารย์ประจำวิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งกองทัพ ได้รับจดหมายจากสถาบันอาร์มฟอร์สอินสทิติวต์ หรือเอเอฟไอ ที่เขาเคยไปทำวิจัยประกอบวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอก เนื้อความในจดหมายบ่งบอกให้เขาไปที่สนามบินเพื่อรับคนคนหนึ่งที่มาจากเอเอฟไอ เมื่อไปถึง ดร. ปรมก็ได้พบคนที่รอเขาอยู่

 

เธอคือ อเล็กซ์ เด็กหญิงซึ่งมีความเฉลียวฉลาดเป็นพิเศษ สิ่งที่อเล็กซ์นำมาส่งให้แก่ ดร. ปรมก็คือ งานวิจัยชิ้นสุดท้ายที่ ดร. ลิเดีย นักวิจัยสาวสวยแห่งสถาบันเอเอฟไอ อดีตคนรักของเขาได้ทำไว้ก่อนเสียชีวิตเมื่อสองปีก่อนด้วยอุบัติเหตุ ...เป็นงานวิจัยชิ้นสุดท้ายที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ ดร. ปรมอย่างล้นเหลือ

 

...หรือนี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้ติดต่อกับคนรักที่จากไปอีกครั้ง คืนใจให้รัก นวนิยายเรื่องที่สองของ กรมาศ เป็นเรื่องรักโรแมนติกปนกลิ่นอายของศาสตร์ล้ำยุคที่จะทำให้ผู้อ่านสุขสรรค์และชื่นฉ่ำหัวใจอีกครั้ง

 

ความคิดเห็นส่วนบุคคล (ไม่เห็นด้วยไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าจะด่า เชิญป้ายหน้า กรุณาพูดคุยภาษาดอกไม้)

 

เล่มนี้เขียนก่อนค่ะ คือมิถุนายน 2548 เอิ๊กๆๆๆ ดองมาสามปีกะห้าเดือน เอิ๊กในที่สุดเราก็กำจัดมันไปได้อีกเล่ม

อืม เพราะเราไปอ่านเล่มผีก่อนหรือไงนะ เลยรู้สึกว่าความประทับใจเล่มนั้นมันมากกว่า แหมเวลาผ่านฝีมือก็พัฒนาเนอะ แต่เล่มนี้เขียนก่อนแต้ๆ แต่เจ้าก็เขียนดีเน้อเจ้า

ให้คนละอารมณ์กันเลย แต่ก็ชอบนะคะ คือสนุกดี แต่มันออกจะไซไฟไปนิ๊ดดดดดด

แต่ก็อ่านได้ไวนะคะ เพลินๆ แบบแอบชอบคุณพี่กะคุณน้องของพ่อด็อกเตอร์ค่ะ

น่าจับเข้าฮาเร็มนิดๆ

ส่วนพราวนี่น่ารักดี แล้วหมอยอดก็น่ารักมาก อยากได้คนแบบนี้อ่ะ หุหุ พอๆ กะหมอมุ่งเลย ชอบ

ปมเปิมก็เฉยๆ นะ สำหรับคนไม่พิสมัยอะไรนอกจากแนวที่ตนเองอ่านแบบดิฉัน แต่คิดว่าคนน่าจะอ่านได้เยอะ เนื่องจากภาษาที่ลื่นไหลกว่านิยายวัยรุ่นแถมมีเหตุและผลรองรับ ไม่มั่วแบบบางสำนักพิมพ์

ความหนาที่ไม่หนักมากขนาดปลาอานนท์แบกโลก หรือแฮร์รี่ผู้ทำหม้อก็เลยทำให้อ่านจบได้เร็ว

สงสัยต่อไปนัทคงได้ใช้บริการคุณกรมาศอีกบ่อยๆ ล่ะค่ะ เพราะจากสองเล่มที่ครอบครองอยู่ รู้สึกถูกใจแนวของเธอพอควร ยกเว้นคุณผีนี่แหละ วิ่งหาพระเลย ฮือ

**แก้โค้ดค่ะ

edit @ 25 Nov 2008 18:43:08 by kurumi

นัทดองค่ะ สารภาพอย่างหน้าชื่นมาก โครงการนี้นัทดองมากๆๆๆคือเขาให้อ่าน 12 เล่มใน 1 ปีแล้วมารีวิวกัน แต่อะฮั้นเพิ่งมารีวิวเล่มแรกฮ่ะ มีอีก ประมาณ 4-5 เล่มที่ดองไว้ ก็ประเดิมด้วยเล่มนี้ละกัน อ้อกระทู้ต้นแบบฮ่ะ

http://vendetta.exteen.com/20080127/book-challenge-12-12

เริ่มจากรายละเอียดไปก่อนนะคะ ขอขอบคุณ http://www.pimkham.com/

 

ชื่อ :

 

รักสุขสันต์ หัวใจหรรษา

รหัสหนังสือ :

 

ISBN 978-974-70400-9-8

ชื่อผู้แต่ง :

 

กรมาศ

ราคาปกติ :

 

230

เรื่องย่อในเวบ + ปกหลัง - ผู้ยังไม่เคยอ่านโปรดข้าม

 

รักต้องหวีดของคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งเป็นสาววิศวกรซ่อมบำรุงและออกแบบบ้านผีสิง ผู้มีจิตที่สื่อกับวิญญาณได้ คืนหนึ่งเธอถูกขอร้องจากวิญญาณผู้หญิงให้เข้าไปทำงานในสวนสนุกที่ชื่อ สุขสันต์หรรษา ซึ่งเป็นคู่แข่งกับสวนสนุกที่เธอเคยทำงานมาก่อนหน้า ภายใต้มาดนิ่ง ๆ ของเธอนั้น ซุกซ่อนไว้ด้วยปมในใจที่ไม่ปรารถนาให้ใครล่วงรู้ อีกคนหนึ่งเป็นหนุ่มวิศวกรที่ออกแบบรถไฟเหาะตีลังกาโมเดลใหม่ชื่อ เดอะ ซีโร่ เพื่อติดตั้งและเปิดบริการให้ทันวันครบรอบยี่สิบปี "สวนสนุกสุขสันต์หรรษา" กิจการของตระกูลที่เขาเป็นผู้บริหาร หนุ่มมาดเท่แสนกวนคนนี้กลัวผีสุดชีวิต ทั้งไม่อายที่ใครจะรู้จุดอ่อนนี้ของเขา คนสองคนนี้มีภารกิจร่วมกันคือ การคลี่คลายปมฆาตกรรมและความผิดปรกติที่เกิดขึ้นในสวนสนุก ท่ามกลางเสียงหวีดร้อง และอาการขนลุกขนชันของคนกลัวผี...

 

Plot

สำหรับนัทแล้วเรื่องนี้คือนิยายผีที่ปนกันระหว่างฆาตกรรมและตลก คือคนอื่นอ่านแล้วอาจจะ clarify ได้มากกว่านี้ แต่นัทกลัวผี เลยบอกได้แค่ว่าผีมันนำค่ะ กลัวจริงๆนะ ฮือ ไม่ชอบ (แล้วเจือกอ่านทำไมวะ)

คือคุณกรมาศเธอเปิดปมไว้แบบให้เดาได้ลางๆ แต่เดาแล้วถูกหรือไม่นั้นต้องอ่านค่ะ

ศรีนวลนางเอกเรา ชีแรงมาก เห็นผีได้ไม่พอ คุยกะผีอีก แล้วสำคัญที่สุด ปักหมุดค่ะ เธอตีผีได้ด้วย

คือคุณเธอประสบอุบัติเหตุตอนเด็กๆ เลยเห็นผีค่ะ แถมเลี้ยงกุมารเนี่ยนะ

แต่แสนจะกลัวฉากลุยบ้านผีๆ เลยจริงๆ นะ กลัวมากฮือๆๆๆ แถมยังมาเป็นพักๆ ให้วิ่งไปหาพระหาเจ้าอ่านไปสวดมนต์ไปอีกตะหาก

นางเอกก็เป็นเด็กกำพร้า ซึ่งกลายเป็นปมที่บีบคั้นตัวละครภายหลังเพราะอะไร ต้องอ่านค่ะ (หุหุ เล่นง่ายแฮะ)

ตัวพ่อพระเอก ได้ยินแต่ชื่อไม่เคยเจอ จนจะจบเล่มถึงมาเจอ แถมมาแบบ พระเอกขี่ม้าขาวด้วย เท่มากคุณพ่อขา

แถมปมความตายของแม่นางเอกยังเล่นได้อีก

การเดินเรื่องลื่นไหลดี อ่านแล้วไม่สะดุดเหมือนกับนิยายวัยรุ่นสมัยนี้ที่บางเล่มอ่านแล้วต้องเขวี้ยงทิ้ง ด้วยอ่านไม่ลง ถ้าจำไม่ผิด เธออยู่โครงการ New Star มาก่อนนะคะ

ตอนก่อนจบมีหักมุมที่เล่นเอานัทร้องเฮ้ยแบบงงมากว่าไหงเล่นมุกนี้ล่ะคะคุณ ถ้าอยากรู้กรุณาหาอ่านเองค่ะ โฮะๆๆๆ

คือมีอีกคนที่เราอ่านแล้วคันปากอยากเล่ามาก แต่ถ้าเล่าแล้ว เดี๋ยวคนไปตามอ่านจะไม่สนุกเลยขอบอกว่า กรุณาไปหาอ่านด่วน สำหรับคนอ่านเรื่องที่มีผีได้ แต่นัทนั้น คงต้องไปตามหาของคุณกรมาศมาอ่านอีกหลายเรื่องเลยค่ะ เพราะอ่านแล้วชักติดใจในน้ำปรุงนิยายของเธอ

 

ความคิดเห็นส่วนบุคคล (ไม่เห็นด้วยไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าจะด่า เชิญป้ายหน้า กรุณาพูดคุยภาษาดอกไม้)

เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่นัทเปิดอ่านรวดเดียวจบ แถมไปแอบอ่านตอนจบก่อนด้วย แต่เป็นเรื่องแรกที่ดิฉันอ่านแล้ววิ่งไปหยิบพระมาสวมใส่โดยพลัน

นัทเป็นคนไม่ดูหนังผี ไม่อ่านเรื่องผี ไม่เล่าไม่ฟังเรื่องผี ถ้าใครเล่านัทจะลุกออกจากวง อ้อที่อ่าน the mediator ของ Meg Cabot จบเพราะผีแบบนั้นเราไม่กลัว แต่ผีแบบนี้ เรากลัวอ่ะ

คือเล่มนี้อุตริค่ะ ซื้อมาตั้งกะงานหนังสือเดือนตุลาคม 2550 แต่เพอ่งมาอ่านตอนนี้ เคยเปิดๆ แล้ววางไว้ส่วนที่จะอ่าน แล้วก็เมิน ฮือๆๆๆๆ เมื่อคอนวันจันทร์ ช่าย คืนก่อนไปสัมภาษณ์งานกับความลวงน่ะแหละ สักใกล้ๆเที่ยงคืน ดั๊นนนนน หยิบเล่มนี้ขึ้นมา เปิดหน้าแรก เออยังๆ ยังไม่มีอะไร ชิวๆ ชิวมาก ตาเหล่นาฬิกา เฮ้ยเอาน่าไม่นานแล้วค่อยวาง อ่านไปอ่านมาพอหน้า 51 เท่านั้นแหละ นัทวางแล้ววิ่งไปหาสร้อยพระมาสวมทันควัน สวมแล้วสวดมนต์ตั้งนะโมเลย สวดเสร็จแล้วอ่านต่อ

 

ก็เขากลัวนี่นา ฮือๆๆๆๆ แต่ยังอยากอ่าน แถมหนังสือแบบนี้อ่านไม่จบมันกวนประสาทนะคะ แถมจะหลอกหลอนมากด้วย

หลังจากนั้นก็ตะลุยอ่านสักตีสามเกือบตีสี่ หุหุ วางซะที โฮ้ยโล่งอกโล่งใจ จบแล้วค่า

อ่านแล้วชอบคุณมาร์คหลายๆ ผู้บริหารสวนสนุกที่กลัวผีเหมือนเรา ฮาดี

ส่วนนางเอก ศรีนวล โอ้ เธอคือหญิงแกร่ง ที่ไม่กลัวผี เพราะเห็นผีได้แถมเลี้ยงกุมารทองอีก ยังค่ะ ยังไม่พอ ชียังไปเก็บผีมาเลี้ยงอีก ผีฝาแฝดที่ชอบผู้ชายเลยเกาะขาผู้ชายไว้ บอกได้คำเดียวผีเธอแรง!!!

ชอบคุณบุญมีอีกคน ท่าทางคุณพ่อท่านแรงดีค่ะ 50 แล้วยังมีไฟ

อ้อ มนูอีกคนชอบตอนปันปันบอกผู้ชายทุกคนเจ้าชู้หมด แล้วมนูเลยยกมือบอกว่าไม่เจ้าชู้ก็มีเดี๋ยวแสดงให้ดู กร๊ากกกกกก สารภาพกลางงาน แล้วถ้าเกิดไปไก่แจ้แถวไหนนี่ โดนจับได้คงเละนะนั่นน่ะ

 

นี่เป็นเล่มแรกของโครงการนี้ที่ได้รีวิวค่ะ อีก 5 เล่มที่เหลือยังดองอยู่เลย ฮือๆๆๆ จะรีบปั่นค่า

** ขอเพิ่มปกค่ะ

edit @ 20 Nov 2008 23:55:57 by kurumi

เมื่อคืนนัทมาเล่าเรื่องงานหนังสือวันแรกไปแล้ว วันนี้เรามาเล่าเรื่องการเดินงานครั้งที่ 2 ที่มีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงแต่สามารถซื้อหนังสือแจ่มใสได้ครบตามลิสต์ 21 เล่มกัน
อย่างที่บอกวันศุกร์นั้นนีทเจอประกาศิตจากคุณเจ้านายขา ให้ไปสอนวิธีการใช้งานที่บ้านลูกค้า ซึ่งบอกก่อนนะคะว่า ที่คอนโดหลังนี้ นัทไม่ได้ขาย แค่ช่วยออกบิลส่งของเท่านั้นเอง หึหึ
คอนโดนี้ชื่อว่า Le Raffine ซึ่งหรูหราอลังการงานสร้างมากเพราะมีสระว่ายน้ำในตัวทุกยูนิตค่ะ โอ้หรูใช่ไหมล่ะคะ สระก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนะคะ แต่ก็ว่ายได้แหละ แถมห้องลูกค้าก็เป็น 2 ชั้นด้วย
ที่ตึกนี้นั้น นัทไปทราบราคาห้องเพนท์เฮ้าส์เขามาด้วยความบังเอิญญญญญญญ เพราะตอนห้องสุดท้ายขายไปนัทอยู่กะนายที่โทรคุยกับเจ้าของพอดี หึหึ ราคาขาย ณ ตอนนั้นทายสิคะ เท่าไหร่
1
2
3
...
เอ้า เฉลย 95 ล้านค่ะ ถ้านัทมี 95 ล้าน หนูไปซื้อบ้านหลังละไม่เกิน 15 ล้านอยู่ ค่าตกแต่งอีก 5 ล้าน แบ่งเงิน 60 ล้านออกเป็น 10 กองไปซื้อพันธบัตร 12 ฉบับเฉลี่ยไปฉบับละเดือนแล้วเก็บดอกกินระยะยาว อีก 15 ล้านที่เกลือแบ่งเป็น 3 กองแล้วเอาไว้ลงทุนทำอะไร 1 อย่าง แล้วเป็นทุนเผื่อขาดทุน กับอีกกองไว้ใช้จ่ายดีกว่า ฟังแล้วสยอง
พอเลิกงานตอน 2 ทุ่ม นัทก็ตรงดิ่งไปที่งานหนังสือเลย หุหุ ออกจากพารากอนตอน 2 ทุ่มนี่ถึงงานภายใน 30 นาทีค่ะ ขับรถด้วยนะ ติดอีกต่างหาก
นัทเป็นคนโชคดีเรื่องที่จอดรถน่ะค่ะ สงสัยต้องขยันไปทำบุญให้วัดเรื่องนี้ซะหน่อย จะได้ยาวไปถึงชาติหน้าด้วย ได้ที่จอดด้านหน้าที่เข้ามาจะเจอเซเว่นเลย ก็พอจอดรถเสร็จ ก็เดินลากกระเป๋าล้อเลื่อนไปผ่านด่านตรวจตามปกติ ตรงไปที่บูธแจ่มใสแล้วก็ยื่นใบรายการที่มีรอยปากกาเมจิคสีดำเขยนว่า 466 กับ 467 ให้เขา บอกจัดตามนี้ค่ะ สายตาเราก็สอดส่ายหาอีตาคนขายผู้ชายผิวคล้ำๆ ไปด้วยน่ะค่ะ แบบว่าอยากเห็นหน้า
น้องคนจัดเขาก็รับไป พอพนักงานข้างหลังเห็นว่ามี 2 แผ่นก็ตะโกนข้ามหัวเราบอกให้แบ่งกันไปจัด
น้องคนจัดก็บอกว่าแผ่นที่สองมัน 2 เล่มเองค่ะพี่ เออโทษค่ะน้องที่พี่มันไม่รักษาสภาพแวดล้อม ก็มันปริ้นท์ไม่หมดนี่หว่า แง่มๆๆๆๆ
ตาเจ้ากรรมก็กวาดไปเจออีตาคู่แค้นเมื่อวาน แง่ง เขี้ยวงอกค่ะ แต่ก็เก็บอาการเต็มที่ พอน้องเขาจัดมาให้ดูว่าครบตามรายการนะคะ ตาอิฉันก็ดันดีเกิน ปกติจะไม่ตรวจหนังสือ ด้วยคิดว่า "ก็เอาไปเปลี่ยนทีหลังได้นี่นา" ประจำนั้นดันเหลือบไปมองสันเล่มหนึ่งเข้า คิ้วก็ขมวดโดยพลัน
น้องคะพี่ขอเปลี่ยนเล่มนี้ค่ะ - เพราะสันมันขาดๆ แบบรุ่ยเลย ไม่ชอบ
น้องก็อ๋อค่ะพี่ได้ค่ะ เดี๋ยวเปลี่ยนให้นะคะ - แล้วชีก็หันไปคุ้ยเล่มใหม่ให้
คุณนัทก็ไม่ยอมแล้วค่ะ ตรวจมันทุกเล่มเลย ไสกาวดีไหม ยับไหม ปกล่ะ สภาพเป็นไง ชิ กว่าจะครบ เมื่อยแฮะ
พอครบก็บอกคิดเงินค่ะ แล้วก็จ่ายไป ค่าเสียหาย 21 เล่ม เอ่อ... ไม่ขอบอกฮ่ะเอาเป็นว่าถูกกว่าสถาพรนิดเดียว จิ๊
พอเดินออกมาจากแจ่มใสก็เหลือเวลาอีก 7 นาที ก่อนจะ 3 ทุ่ม เลยวนตรงล็อคนั้นล็อคเดียว แล้วเดินกลับไปที่รถ กลับบ้านนอนค่ะ แหม คนโล่งซะ นรกเมื่อวานคือคำโกหกคำโตเลย สงสัยต้องกลับมาใช้วิธีเดิมคือ เดินหลังเลิกงานซะแล้วมั้งเรา เดินสบายดีแท้
ใครอยากเดินงานหนังสือสบายๆ ก็ลองไปเดินหลัง 6 โมงวันธรรมดาดูสิคะ แล้วจะทราบว่าความสบายนั้น ไม่ยากอย่างที่ท่านคิด หุหุ
และแล้วปีนี้ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติก็เวียนมาจัดอีกครั้ง ถ้าเคยอ่านในเอนทรีเก่าๆ ของนัท จะพบว่าช่วงงานเดือนตุลาคมปี 50 นัทจะไปเขียนความเห็นเรื่องมหกรรมการลดราคาหนังสือแห่งชาติ ไว้ อืม.... ยังมีใครเรียกแบบนั้นอยู่อีกไหมคะ
ถ้ามีกรุณาอย่าเรียกให้นัทได้ยินค่ะ เพราะได้ยินแล้วรู้สึกว่าคนเรียกนี่... เอาอะไรมาคิดชื่อเรียกเนี่ย
นัทเรียกว่ามหกรรมละลายทรัพย์และพบปะเพื่อนๆ ค่ะ --> พบปะก็จะ = กินข้าว พูดคุย = น้ำหนักจะ...
โอ้ม่ายยยยยย หยาบคาย คิดทำไมเนี่ย
เอนี่เวย์ อันที่จริง นี่ไม่ใช่การอัพกันบลอคร้าง แล้วรามันจะขึ้นหรอกนะคะ นี่ก็ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้เราสูงขึ้นด้วย เพราะหลังน่ะมันยาวขึ้นอยู่แล้ว แต่มันยาวด้านข้างอ่ะจิ ชิ
หลังจากที่บุกป่าฝ่าดงแรด กระซู่ กูปรี กันมาพักใหญ่ แล้วก็เฉาตายคาร้านแล้วฟื้นมาอีก 500 รอบ ในที่สุด คุณนัทก็ได้วันหยุดเป็นวันศุกร์ที่ 28 เดือนมีนาค่า โฮะๆๆๆ ไม่ใช่วันเปิดงานเต็มวันวันแรกก็มะเป็นไร ขณะที่วันพุธมาถึงอย่างรวดเร็ว เราก็อุตส่าห์ไปสั่งซื่อกระเป๋าลากใบใหม่จาก U-Star มาเพื่อใช้แทนใบเก่าที่พังไปแล้ว เตรียมตัวก็พร้อมแล้ว แล้วกำลังจะเข้าประชุม ขณะนั้นเอง เหมือนสวรรค์จะไม่ชอบหน้าเราขึ้นมาซะงั้น เชอร์รี่เลขาก็บอกว่า
เชอร์รี่ - นัท คุณคอนนี่ให้ตัวไปเดโมคุณ Grete วันศุกร์นี้นะ บ่าย 3
นัท - (ตาโตดูบ้องแบ๊วน่ารักขึ้นมาทันควัน) ศุกร์นี้
เชอร์รี่ - ใช่
นัท - แต่ศุกร์นี้หมูหยุดอ่ะ หมูจะไปงานหนังสือ
เชอร์รี่ - ไม่รู้สิ เขาสั่งมาอย่างงี้นี่
นัท - (กรีดร้องในใจไป 50 ล้านเดซิเบลแล้ว งานหนังสือของฉ้านนนนนน)
วันนั้นเลยเข้าประชุมแบบเซ็งมากเลย ต้องแลกวันหยุดกะนังหนูสแตมป์มาหยุดวันพฤหัสเลยตู เอาเหอะไปวันแรกก็ดีนี่นา
วันพฤหัสนะคะ น้องนัทตื่นเร็วมาก ก็วางแผนเลย ไปงานหนังสือก่อนแล้วค่อยไปหาสุกี้/ชาบูกินดีกว่า
CHECK LIST FOR BOOK FAIR
- กระเป๋าลากมีล้อ ใบใหญ่ๆ หน่อย
- กระเป๋าเงินใบเล็ก หยิบจับง่าย
- กระเป๋าถือใบพอดีหนีบง่ายๆ กันขโมย หยิบกระเป๋าเงินสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว
- รองเท้าส้นเตี้ย เดินสบาย คล่องตัว ไม่โดนเหยียบส้นตาย
- ที่รัดผม / คาดผม กันผมปรกหน้า เข้าตา อากาศร้อนค่ะ ระวังหน่อย
- ใบรายการหนังสือที่พริ้นท์ออกมาจากเวบ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว กรุณาเขียนชื่อและเบอร์ติดต่อด้วยค่ะ
*** เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และประหยัดเงิน การทำแบบนี้จะทำให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วย แล้วก็จะรู้ว่าเราจะได้ของแถมอะไร ง่ายๆ ***
- ศึกษาแผนที่คร่าวๆ ว่าในงานบูธที่เราจะไป สำนักพิมพ์ประจำอยู่ตรงไหน เพื่อความรวดเร็ว ค่ะ
ถ้าครบแล้ว ลุยเลย
นัทไปถึงงาน 11.00 ค่ะ ถือว่าโอเคนะ สำหรับงานหนังสือวันธรรมดา แต่....ปีนี้ผิดคาดค่ะ โอเคยังพอหาที่จอดรถได้ แต่ไกลพอควร อยู่ทางด้านหลัง ก็เดินไปเข้าทางโซนเอเทรียม คว้าแผนที่ แล้ววิ่งเข้าเพลนนารี่ทันควัน เพราะที่ต้องไปก่อนคือแถวนั้นนี่คะ
*เรื่องนรกเรื่องแรกของวัน ที่จอดรถหายากมาก ปกติมาเที่ยงตรงยังพอมีที่จอดนะ เพราะวันธรรมดา นี่มัน... จะมากันทำไมเยอะแยะยะ คนเรา
**เรื่องนรกอย่างที่ 2 ของวัน พอจะลงจากรถเข้างาน แบตหนู Lunaphis Samsung U600 ของดิฉันหมดค่ะ โฮกอย่างแรก เอาวะ มี 2 เบอร์ วันนี้ใช้ Seraphina (โมโต อี6) ไปก่อนก็ได้ ชิ
ปกตินัทจะเดินไปสถาพรกับแจ่มใสก่อนเลย เพราะจะจัดการเล่มหลักก่อน พอได้ครบแล้วก็ค่อยไปเดินเก็บบรรยากาศค่ะ บูธหลักๆ ก็จะมี สถาพร แจ่มใส อมรินทร์ ณ บ้านวรรณกรรม ส่วนคัมออน/สีม่วงอ่อนนั้นจะโฉบๆ ไปว่าน่าสนใจไหม แล้วก็ไปหาพี่ผึ้งที่ชมรมเด็ก กับไปสวัสดีคุณตาที่พลอยแกมเพชรค่ะ
ปีนี้เดินเข้าจากโซนเอเทรียมเข้าเพลนนารี่ก็เจอแจ่มใสก่อน
หึหึ... แจ่มใส โอ้เดดเอน ทางตันตามเคย ก็ไปหย่อนใบสั่งซื้อก่อนเลย แล้วก็ได้เบอร์มา 2 เบอร์ เพราะใบสั่งซื้อ 2 ใบน่ะค่ะ เลขอะไรทราบไหมคะ 466 - 467 หึหึ -"- 11.23 เนี่ยนะ จะบ้าเรอะ งานเปิด 10.00 นะยะ พอเขาเรียกเบอร์นะตอนนั้น หันไปฟัง
หมายเลข 216 ค่ะ 216อยู่มั้ยคะ
พระเจ้า จะบ้าเรอะ
คนขายบอกว่าไปเดินเล่นก่อนนะครับ สักชั่วโมงค่อยมาใหม่ ส่งแล้วเดินออกเลยครับ ไปเดินเล่นก่อนนะครับ
เออ ตูไปก็ได้ เพราะยังไง บูธที่ต้องใช้เวลาคือสถาพรอยู่แล้วนี่ แล้วนัทก็วิ่งไปสถาพรทันที พอเดินในรัศมีแล้วเราก็มองหาปรางก่อนเลย เดินๆ อยู่พี่ลักษณ์ก็ทัก อ้าวมาแล้วเหรอ สวัสดีค่ะพี่
หุหุ หางกับหูดำๆ เริ่มแกว่ง พี่ลักษณ์ขา... ช่วยด้วยสิคะ จะส่งใบสั่งซื้อที่ไหนดีคะ - พี่ลักษณ์เป็นพวกเจ้าหน้าที่ของสำนักพิมพ์ค่ะ
พี่ก็ อ๋อได้ๆ มาเลยมาเอามาให้พี่เลยจ้ะ
me/ ยื่นให้โดยไว
พี่ลักษณ์ก็ลากเราไปหาน้องคนขายแล้วบอกให้จัดมาให้ตามลิสต์เลย เราก็เลยยืนรอน้องเขาจัดแล้วก็เลือกเล่มอื่นไปด้วย เพราะมีบางเล่มที่อ่านแล้วไม่แน่ใจเลยรอมาเลือกที่งานอีกทีด้วยนี่นา สรุปว่าวันนั้นยืนเลือกอยู่เป็นชั่วโมงได้มายี่สิบกว่าเล่ม หุหุ หนักชะมัด ก็สนุกดีนะ เลือกๆ แล้วก็ถามน้องคนขายไปด้วยว่าเป็นยังไง เรื่องแบบไหน แล้วคนเขียนคนนี้ล่ะ มีเรื่องใหม่ออกมาหรือยัง หรือยังรอคิวอยู่
ความรู้สึกแบบนี้มันเป็นอารมณ์คนละแบบกับการเลือกซื้อหนังสือที่ร้านขายข้างนอกงานค่ะ การเลือกซื้อหนังสือในงานนั้นสำหรับนัทแล้วเหมือนเรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับทางผู้ผลิตโดยตรงด้วย ส่วนหนึ่งอย่างเช่นในกรณีของนัทนั้นมีอะไรก็พูดกับพนักงานของสำนักพิมพ์โดยตรงเลย เพื่อการปรับปรุงแก้ไขที่ดีขึ้นซึ่งการเลือกซื้อที่ร้านจะไม่สามารถทำแบบนี้ได้ การซื้อที่ร้านจะเป็นในลักษณะของการบริการและความครบครัน สะดวกสบายมากกว่า แต่การเลือกซื้อที่งานนั้นจะเป็นลักษณะพบผู้ผลิตโดยตรง ทั้งผู้เขียน ผู้พิมพ์ และผู้จัดจำหน่าย ทิศทางจะไม่เหมือนกันนะคะ
ถ้ายังไงลองกลับไปอ่านในเอนทรีเก่าๆ ดูนะคะ เพราะเคยพูดถึงลักษณะการไปงานหนังสือมาแล้ว  http://forever16.exteen.com/20071020/tag
เออ ปีนี้สถาพรพัฒนาแล้ว เพราะหนังสือทุกปกออกหมดแล้วตั้งกะต้นงานค่ะ ดีจัง
นัทคงจะแก่แล้วมั้งคะ การเลือกซื้อหนังสือเลยแปลกไป เพราะจะเน้นอ่านที่ พิมพ์คำ สถาพร ปริ้นเซส แต่พวก Z-Girl นี่ขอโบกธงขาวก่อน เพราะคงไม่ต้องชะตาเท่าไหร่
เคยมีคนมาขอให้แนะนำหนังสือให้หน่อยว่าเรื่องไหนดีบ้าง อันนี้เลยต้องถามกลับค่ะ ว่าเอาวิชาการ หรืออ่านเล่น ถ้าวิชาการนี่ ขอผ่าน เพราะพ้นวัยเรียนมานานแล้ว แต่ถ้าอ่านเล่น นี่ต้องถามว่าเอาแบบเบาสมองได้ไหม ไม่อยากหนักตอนนี้ เลยแนะนำไปตามนี้ค่ะ
คอร์สแรก - หัวขโมยแห่งบารามอส 4 เล่มจบบวกไกด์บุค 1 เล่ม
ถ้าอ่านแล้วยังติดใจให้ต่อด้วย เซวีน่า 4 เล่ม และตามอ่านในเด็กดีอีก สำหรับภาค 5
รองลงมา ลาเซนตรา The Killer Princess ราชาแห่งราชันย์... เล่มอื่นๆ ยังไม่จบค่ะ อยู่ระหว่างสู้รบกะปลวกที่บ้าน ว่าปลวกจะได้กินก่อนหรือนัทจะได้อ่านก่อน
คอร์สต่อมา ถ้าอยากได้แบบผู้ใหญ่หน่อย เดี๋ยวจะขึ้นเอนทรี่ต่างหากให้นะคะ หุหุ ชักนอกเรื่อง
หลังจากนั้น นัทก็บอกน้องเขาคิดเงินค่ะ หลังจากตะลุยมาพอแล้ว ครบแผง ค่าเสียหาย 4,XXX  หุหุ เรียกร้องของแถมค่ะ เพราะพี่ลักษณ์สัญญาไว้ ว่าจะให้สมุดโน้ตบารามอส ก็เลยได้ด้วยล่ะ กรี๊ดๆๆๆๆ เสื้อ 3 ตัว โอ้ น้องขา ขนาดเอสนี่ พี่จะใส่ได้ไหม ที่คั่นอีกหลายชุด หุหุ ชอบ แล้วเราก็ลาบูธนี้ไป เพื่อเปิดทางให้คนอื่นได้มาเผชิญโรคทรัพย์จางบ้างค่ะ
พอถัดมาจากสถาพร เราก็ไป Bear Book ไปซื้อหนังสือเล่นเกมค่ะ Sudoku ยอดฮิต ที่กะลังติดงอมแงมเลย ได้มา 2 เล่ม โอ้มาสู้กันสักตั้งมาน้องเอ๋ย
หลังจากนั้นก็เดินกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ จนไปเจอแจ่มใสอีกรอบดูนาฬิกา อืม บ่ายโมงกว่าแล้วเราเลยไปกระแซะดู เบอร์อะไรให้ทายค่ะ
เบอร์ 328 อยู่ไหมคะ 328 ค่ะ 328 อยู่ไหมคะ ไม่อยู่จะข้ามนะคะ
ไอ้บ้า 328 แล้วตู 466 จะกี่โมงเนี่ย เดินจากไปอย่างจ๋อยๆ ปนหงุดหงิดค่ะ เลยเดินไปบูธชมรมเด็ก ไปหาพี่ผึ้ง เผื่อพี่ท่านจะมา ปรากฎไม่มาฮ่ะ
***เรื่องนรกอย่างที่ 3 ลืมโทรถามพี่ผึ้งว่าจะมาวันไหนบ้าง เลยไม่ได้เจอ + ไม่มีบัตรจอดรถผู้จัดงานให้ยืมเลย จิ๊
แล้วเลยเดินๆ อยู่แถวนั้นไปก่อน พอดีพลอยแกมเพชรอยู่แถวนั้นเลยโฉบๆ ไปหาคุณตา ว่าจะไปสวัสดีซะหน่อย ปรากฎ คุณตาไม่อยู่ กร๊าซซซซซซซ เอ็งจะเอาอะไรกันนักกันหนาวันนี้นี่ โฮกสุดๆ
****เรื่องนรกอย่างที่ 4 คุณตาไม่อยู่บูธพลอยแกมเพชรวันนี้
เกือบบ่าย 2 แล้ว เลยเดินไปแจ่มใสอีกรอบคิดว่าถ้าขึ้นเลข 400แล้วจะอยู่รอ แต่คิดว่าคงกลับเลยมากกว่า สรุปพอไปถึง 359 ค่ะ โอเค แค่นั้นนะคะคุณ กลับค่ะ แต่ก่อนกลับก็แผลงฤทธิ์ขอใบสั่งหนังสือคืนค่ะ
ขอโทษค่ะจะขอใบสั่งซื้อคืนน่ะค่ะ เพราะรอไม่ไหวแล้ว
คนขายผู้ชาย ผิวคล้ำๆ หน้าแก่หน่อย - อ๋อไปได้เลยครับ พอเรียกไม่เจอจะข้ามเลยครับ
นัทก็ปรี๊ดขึ้น พูดน้ำเสียงแบบนี้กะลูกค้าได้ไงเนี่ย ไม่มีมารยาท แฮ่ เดี๋ยวสวย - จะขอใบสั่งคืนค่ะ เพราะพริ้นท์จากเน็ตไม่ใช่ใบส้มนะคะ
คนขายผู้ชาย ผิวคล้ำๆ หน้าแก่หน่อย - ก็เดี๋ยวค่อยมาเขียนใหม่สิครับ หายากออกตอนนี้
นัทก็แง่งแล้ว ขนาดสุภาพแล้วแกยังแบบนี้อีกเหรอ สวยแน่ - คุณคะ ใบกระดาษเอ4น่ะ หาไม่ยากหรอกค่ะ แล้วดิฉันสั่งเยอะจะตายไป จำไม่ได้หรอกนะคะ แค่หยิบออกมาเองมันไม่ลำบากหรอก
คนขายผู้ชาย ผิวคล้ำๆ หน้าแก่หน่อย ทำหน้าหงุดหงิดใส่แบบว่าไม่พอใจที่มาเพิ่มงานประมาณนั้น เดินเข้าไปในบูธตะโกนบอกน้องๆ เขาว่าให้หาใบของนัทมา
นัทก็ยืนหน้าบูดอยู่ตรงนั้นแหละ แล้วเลยถามเขาว่าถ้าให้จัดชุดไว้แล้วพรุ่งนี้มาเอาได้ไหม
คนขายผู้ชาย ผิวคล้ำๆ หน้าแก่หน่อย - ไม่ได้ครับ น้องเขาที่มาวันนี้ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้จะมาหรือเปล่า เดี๋ยวน้องพรุ่งนี้จะไม่รู้เรื่อง
นัทก็อ้าวไหงงั้น กะอีแค่จัดใส่ถึงคลิปชื่อไว้ แล้วพรุ่งนี้มาเนี่ยนะ จะให้จ่ายเงินไว้ก่อนก็ได้ย่ะ โอ๊ยกวนประสาท
คนขายผู้ชาย ผิวคล้ำๆ หน้าแก่หน่อย - นี่ใช่ไหมครับ
นัทก็เหล่ดู เออใช่  - ค่ะ ขอบคุณ
คนขายผู้ชาย ผิวคล้ำๆ หน้าแก่หน่อย ก็หันไปตะโกนบอกคนให้ไปเดินเล่น 2 ชั่วโมงค่อยกลับมา
*****เรื่องนรกอย่างที่ 5 เจอคนขายกวยอวัยวะมาก พูดจามะนาวไม่มีน้ำ น่าเกลียดมาก
******เรื่องนรกอย่างที่ 6 ไม่ได้หนังสือแจ่มใสกลับไป ซึ่งหมายความว่า มาคราวหน้า ต้องวิ่งมาดูก่อนเลยอ่ะดิ เซ็ง
มันไม่ได้หายากอะไรเลยนะเนี่ยให้ตายเหอะ แล้วเลยกลับไปแบบโคตรโมโหเลย
เลยไปกิบชาบูชิ หุหุ กินแบบโมโหหิวเลยค่ะท่าน แล้วเอาหนังสือกลับไปเก็บที่บ้านก็ยังไม่หายโมโหนะคะ ทิมมี่ที่รักเลยซวยไปเลย
หุหุมันมาเดินลอยชายเสนอหน้าเลยเรียกไว้ก่อน จับขังในบ้านแล้วขนหนังสือลงไปเก็บในรถค่ะ  หลังจากนั้น...วะฮ่าๆๆๆๆๆ ทิมมี่ไปอาบน้ำเลยแก ขึ้นรถไปร้านตัดขน พี่คะ โกนเลยค่ะ ให้สั้นที่สุดเลยนะคะ ประมาณห้ามิลพอค่ะ หัว หู จมูก ไถเลยนะคะ อ้อไถเท้าด้วยค่ะ เสร็จแล้วไปส่งที่บ้านเลยนะคะ
พอดีร้านแถวบ้านไฮโซค่ะ มีบริการรับส่งถึงบ้าน แต่คราวนี้เอาแค่ส่งพอ ไม่คิดเพิ่มด้วย หุหุ เอาไปเล้ย เชิญโกนเลยค่ะพี่ท่าน เอาให้โกร๋น สรุปหมาดิฉันร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเสียแล้ววันนั้น
น้องนัทสะใจ หายเครียดไปทันที
ไว้พรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องไปงานวันที่ 2 กะ 3 ค่ะ

 

edit @ 3 Apr 2008 00:28:41 by kurumi

หีหี ได้มาจากบลอคของ Vendetta ค่ะ จะพยายามทำให้ได้เน้อ

http://vendetta.exteen.com/20080127/book-challenge-12-12

แบบว่าไม่แน่ใจเรื่องตัวช่วยอ่ะนะคะ แต่ ณ ตอนนี้ก็คิดว่าคงประมาณนี้ อาจจะแก้ไขอะไรนิดหน่อยภายหลังคือเมื่อมีงานหนังสือ + อะไรออกใหม่แล้วทนไม่ไหวก็คง...เอามาแทนที่มั้ง หุหุ

กำลังหนักใจว่าจะเอา เราจะรักกันตลอดไป (จำชื่อแน่นอนไม่ได้ เนื่องจากเพิ่งซื้อวันนี้เอง) มาลงดีไหม เดี๋ยวก็รู้

1. Atonement <-- เพิ่งได้หนังสือมา เลยกำลังจะเริ่มค่ะ

2. Harry Potter # 7 เล่มนี้ภาคภาษาอังกฤษ อ่านไปได้ ครึ่งเล่มแล้ววาง เพราะมีงานเข้ามา แล้วก็ลืมดับไปเลย

3. มาฮาเดล # 2 --> เล่ม 1 เพิ่งจบ ซื้อมาดองเกลือเป็นปีเลยแฮะ  ** จบแล้ว รอรีวิว กร๊ากก ดีใจ

4. Absolutely American (Four Years at Westpoint) by David Lipsky เล่มนี้ดองมา เข้าปีที่ 4 แล้ว จะต้องอ่านให้ได้

5. น้ำหอม สุนทรีย์สื่อการตลาด by BrandAge เล่มนี้อ่านแต่แบรนด์+กลิ่นที่ชอบ ต้องอ่านให้จบให้ได้

6. ลาเซนตรา 2 <-- อา...ลืมเล่ม 1 ไปแล้ว ต้องไปค้นก่อนนะนี่

7. The Cordis (3 เล่มจบ) - สำนักพิมพ์แจ่มใส ยังไม่ได้เริ่มแตะเลยสักกะตัว หุหุ

8. ปราสาททรายในสายฝน - ดวงตะวัน ส่วนนี่...ดองมากี่ปีแล้วนะ ซื้อตั้งแต่ออกในงานหนังสือปี...ปีไหนเนี่ย **จบแล้ว ฮือๆๆๆๆ กะลังพิมพ์

9. ดวงตาในดวงใจ - ฬีฬา ต้องไปตามหาเล่ม 2 มาก่อน ได้แต่เล่ม 1 มา ไม่งั้นอ่านแล้วค้างแน่เลย

10. Zatiara 1-2 - อัญ เอ่อ...ดองสุดๆ ฮ่ะ ต้องไปตามล่ามาอ่านให้หมด

11. สะดุดรัก Love Touch - Chiaki นิยายรักเบาสมอง....มั้ง

12. เราจะข้ามเวลามาพบกัน Only Love is Real By Dr. Brian L. Weiss

ตัวช่วย

- ลำนำแห่งห้วงธารา + คีตาเริ่มบรรเลง ของน้องหมีน้ำตาล จตุรดา แบบว่าพี่ผิดไปแล้วน้องจ๋า เพราะยังอ่านแต่ข้ามๆ พองานมาพี่ก็ต้องไปทำงาน ฮือๆๆๆ จะพยายามอ่านให้จบจ้า แบบว่าจะพยายามเพราะงานพี่ยุ่งสุดๆ

- All American Girl by Meg Cabot แบบว่าดองมา 3 ปีแล้วค่ะ ฮือๆๆ จะจบไหมเนี่ย

- หนังสือของ Meg Cabot ค่ะ Every Boy Got one, The Boy Next Door  ** อ่านจบแล้ว ซีรี่ส์นี้ 3 เล่ม อ๊าก พี่ติ๋วยืมไป รีบไปขอคืนมารีวิวดีกว่า

- เซเมียนน่า 1-2 - My Lady Pimz **ไปลองมาแล้ว วางไปหลังจากเปิดได้ไม่กี่หน้า ไม่ตรงอย่างแรง พออ่านข้ามๆ ดันจบไม่สวยด้วย
- ดาวเหนือ - กุลธิดา
- The Series of Unfortunate Events
- Psych
- อาทิตย์แรกแห่งพันต์ - W. Maple
- รักสุขสันต์ หัวใจหรรษา - กรมาศ ** จบแล้วภายใน 1 คืน อ่านแบบไม่วางเลยด้วย จะรีบพิมพ์ล่ะ
แบบว่า เกือบพิมพ์ชื่อต่อแบบ tag แฮะ แต่เอ แบบนี้มันสมัครใจดีกว่านะ
เพิ่งอ่าน ราชาแห่งราชันย์จบ 11 เล่มไป แล้วก็อีกหลายๆ เล่มเลย ไม่งั้นรายนามจะยาวกว่านี้แฮะ
ถ้ารวมนิยาย Y ได้ด้วยนี่ไม่เสียเวลาคิดขนาดนี้หรอก หึหึ หรือจะเพิ่มอีกหัวข้อส่วนตัวดีว่า "นิยาย (ทั้งวายและไม่วาย) ที่ต้องเขียนให้จบในปีนี้" หึหึ งานนี้ถ้าทำจริงมีหลายคนเฮแน่ เพราะทวงกันอีกแล้ววุ้ย
น้องน้ำตาล เทพหมี กับน้องแยมสนใจร่วมวงด้วยไหม น่าสนใจนะ หุหุ

edit @ 2 Feb 2008 00:51:41 by kurumi

edit @ 13 May 2008 00:47:11 by kurumi

edit @ 20 Nov 2008 22:30:43 by kurumi

Book Fair April 07: Summary

posted on 01 Apr 2007 22:52 by forever16 in Event

งานหนังสือปีนี้ อืมมม จะว่าไงดีล่ะ เสียเงินอีกแล้ว เฮ้อ

งานปีนี้โทรไปถามพี่ผึ้งก่อนเลยว่าเจ๊จะมาหรือเปล่า เพราะท้องหลายเดือนแล้วนี่นา ปกติแล้วพี่ผึ้งจะมานั่งเฝ้าทุกวัน แล้วพอเราไปก็จะโฉบพี่ผึ้งให้เดินไปสถาพรด้วยกัน เพราะเป็นทัพหน้าขอส่วนลดให้กับเราได้ โฮะๆๆๆ <--เลว

แต่หลังจากที่พี่เขาแต่งงานเมื่อปลายปีที่แล้ว อืมมมม เดือน 9 ก็ปลายเนอะ และท้องหลังจากนั้นไม่นาน ก็เลยเช็คก่อน ปรากฎว่าเขาไปบางวันแฮะ

วันแรกที่ไปก็โฉบไปเอาขนมไปฝากบำรุงหลาน ย้ำบำรุงหลาน ไม่ใช่แม่หลานนะ หึหึ

ปีนี้หมดไปหลายพัน (ไม่กล้านับเพราะจริงๆ ขึ้นไปอีกหลักเลยแหละ) แต่ได้หนังสือที่ต้องการมาหลายเล่มเหมือนกัน หึหึ รู้สึกหนังสือจากงานที่แล้วยังอ่านไม่หมดเลย ไปเอาของใหม่มาอีกแล้ว โอ้พระเจ้าจอร์จ ช่วยหมูด้วย

เล่มแรกที่อ่านเลยก็คือสะพานแสงคำของคุณปิยะพร เพราะเป็นคนชอบอ่านรากนครา-ใต้ร่มไม้เลื้อย-เรือนศิรา อยู่แล้ว เย้ เล่มต่อจากรากนคราออกแล้วคร้าบบบบ อ่านแบบสุขีมาก แต่จริงๆแล้วจะว่ามันต่อรวมจากทั้งรากนครากับเรื่อนศิราก็ได้นะ มันคาบเกี่ยวกันน่ะ ไว้จะทำ Book Review อีกหัวข้อดีกว่า

เอาล่ะ มาว่ากันตั้งแต่ตอนเตรียมตัวเลยไหม จะเรียกว่าวิธีการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่คิดจะไปซื้อจริงๆ และรู้ตัวว่าเสียเงินแน่ แต่ไม่อยากเสียเวลาน่ะค่ะ

หึหึ ดูตารางวันงาน เวลาเปิดปิด จากเวบไซท์ก่อน แล้วเริ่มวางแผน

ไปตามเวปของสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่เราอ่านประจำและคิดว่าตรงกับแบบของเรา โหลดและปริ้นท์ใบสั่งซื้อออกมา อ่านรายชื่อหนังสือที่จะออก ดูชื่อคนเขียนตามไปอ่านเรื่องย่อ สำหรับเรื่องที่น่าสนใจ แต่ยังไม่เคยอ่านตัวอย่าง เรื่องย่อส่วนใหญ่จะมีให้ดาวน์โหลดตามเวป หรือจะเข้าเวป/บลอคที่มีนิยายของนักเขียนที่เราติดตามอยู่ก็ได้ แล้วจดชื่อนิยายที่เขาบอกว่าจะออกกับสำนักพิมพ์ไหน แล้วตรงไปที่บูธเลยค่ะ

ข้อแนะนำในการไปเที่ยวงานหนังสือ

- ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะๆ มี 2 วิธีให้เลือกค่ะ

1. ไปรอตั้งแต่ก่อนเปิดงาน เช่นเปิด 10.00 ให้ไปรอที่ประตูตั้งแต่ 9.50 พอยามเปิดประตูก็วิ่งไปที่บูธต่างๆ ก่อนเลย แต่ควรจะเน้น แจ่มใส สถาพร คัมออน นายอินทร์ ณ บ้านวรรณกรรม ก่อน เหตุผลคือถ้าสายแล้วอาจตายได้ เพราะคนแยอะแน่นเอี๊ยด และต้องรอนาน

2. ยอมเสียเวลาไปหลายรอบหน่อย คือไปถึงงานวันธรรมดา 18.30 แล้วเดินจนงานเลิก แต่ขอบอกว่าเดินตอนเย็นวันธรรมดานั้น ว่าง โล่ง คนน้อย เดินสบาย แอร์เย็น เลือกได้สบายใจค่ะ <--นัทใช้วิธีนี้ตลอดเลย และได้หนังสือครบจนล้นตูทุกที หุหุ

เห็นเขาบอกว่าวันที่ 31น่ะ บูธแจ่มใสล่มแหละ ไปคุยกับน้องเขา เขาก็บอกว่า ล่มจริงค่ะพี่ พวกหนูต้องกู้ต๊ะกันเลยทีเดียว เฮ้อ

งานปีนี้โดนเบียดที่ไปเยอะมาก เพราะงานหนังสือนานาชาติมากินไปเยอะ แจ่มใสขอไป 5 บูธ ได้มา 2 อืม ท่านคะ การจราจรติดขัดค่ะ คราวหน้าช่วยระเห็ดไปอยู่มุมห้องเลยได้ไหมคะ ตรงนั้นเดินไม่ได้อ่ะ

แต่สถาพรนี่ไปอยู่โซนซีเลย ดีจัง ตรงข้ามนายอินทร์หุหุ ติดพอกันเลย เพราะกำลังสอง แต่ก็พอเดินได้นะ แบบว่าไปทีคนขายก็ อ้าวพี่มาอีกแล้ว น้องเขาจำได้อ่ะ แหะๆ

ไว้เจอกันงานสัปดาห์หนังสือเยาวชนเดือน 6 กับงานเดือน 10 นะคะทุกท่าน สวัสดี

วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องหนังสือค่ะ ตอนแรกว่าจะรีวิวดีวีดีแต่นึกไปนึกมา เอาหนังสือก่อนละกัน จะได้รู้เรื่องแล้วพอดีวีดี จะได้ไม่ต้องเล่าเนื้อเรื่องอ่ะ ขี้เกียจพิมพ์

จริงๆ ดีวีดี เรื่องนี้ออกมานานแล้วนะเนี่ย แต่ก็ไม่ได้เอามารีวิวซะที ด้วยความที่ว่าจำเนื้อเรื่องจากเรื่องนี้ได้เกือบทุกบททุกตอน เพราะเป็นหนังสือหนึ่งในไม่กี่เล่มที่ถ้ามีผู้ถามขึ้นมาว่า จะแนะนำหนังสือภาอังกฤษให้กับคนที่อยากอ่านล่ะก็จะเลือกเรื่องอะไรให้บ้าง

คำตอบที่คิดว่าทุกคนจะต้องมีก็คิดว่าคงจะเป็นพวก Harry Potter, Narnia ของ C.S. Lewis ซึ่งเราเองก็ไม่ต่างกันนัก สำหรับหนังสือพิ้นฐานทั่วไป แต่ถ้าเป็นในแนวที่อ่านแบบสนุกและไม่ใช่ภาษาสมัยใหม่ นัทจะแนะนำ Pride & Prejudice ของ Jane Austen หรือ Emma, Sense & Sensibility หรือแม้กระทั่ง Persuation เพราะหนังสือของเจน ออสตินนั้น อ่านได้อรรถรส สนุกทั้งในเนื้อเรื่อง แง่คิด ชีวิตของคนสมัยนั้น และภาษาที่ละเมียดละมัย

ตอนนัทเรียนที่อเมริกา ก็เรียนเล่มนี้เป็นเล่มแรก ทั้งที่น่าจะไม่อยากอ่าน แต่ทำไมเราถึงชอบเล่มนี้มากล่ะ แปลกดี อ่านแล้วคุณครูยังเอาละครเรื่องนี้ที่นักแสดงชาวอังกฤษแสดงมาให้ดูด้วย ดูแล้วติดใจจนไปขวนขวายหาเล่มอื่นมาอ่าน แถมพอเริ่มจะอ่าน คุณครูก็เอาเล่มอื่นๆ ของเจนมาให้อ่านแล้วทำการเปรียบเทียบกันอีกว่ามีอะไรเหมือนกัน ต่างกันที่ไหน ในแง่มุมใดเหอๆๆ รอดมาได้ก็บุญแล้ว

ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าเรื่อง Clueless เอาโครงเรื่องมาจาก Emma ก็เลยได้ดูหนังในห้องเรียน + เอามาเทียบกับหนังสือ อืมมมม

มันเริ่มจากครอบครัว เบนเน็ทที่มีลูกสาว 5 คน (นัทว่าเยอะนะ สำหรับสมัยก่อนที่การแพทย์ยังไม่เจริญขนาดนั้น) และยังโสดทั้งหมด อาศัยอยู่ในเมืองชนบท พ่อก็พอมีเงิน เป็นแบบนักวิชาการหน่อยๆ ขรึมๆ แต่แม่นี่ นึกสภาพ เมียปลัด/นายอำเภอในหนังไทยสมัยก่อนนะคะ แจ๋นๆ แต่คุณนายเบนเน็ทนี่เก่งร้ายกาจในเรื่องหาสามีให้ลูก แบบว่ารู้ว่าควรจะทำยังไงในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ลูกได้แต่งงานน่ะ ตามกฎหมายสมัยนั้นลูกสาวไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดกต่อจากบิดาถ้ายังโสด คือจะได้ก็ต่อเมื่อมีสามี หรือถ้าม่ายสามีตาย แต่มีลูกชาย แบบนั้นก็จะได้โดยผ่านสามี/ลูกชาย แต่ถ้ามีพี่น้องผู้ชายก้ต้องตกเป็นของพี่น้องผู้ชายไป

ก็มีคุณบิงค์ลี่ ชายหนุ่มโสด หล่อ รวย จะย้ายมาตากอากาศในเมือง ทีนี้คุณนายเบนเน็ทก็เต้น เตรียมเสนอเจนลูกสาวคนโตให้ได้ แต่แหม นานๆจะมีใครโผล่มาซะคนก็ต้องแย่งกันกับทุกบ้านหน่อยล่ะ

ทีนี้คุณชาร์ล บิงค์ลี่ก็เอาน้องสาว+เพื่อนคือคุณดาร์ซี่มาด้วยแต่พอคุณดาร์ซี่มาเจอกับอลิซาเบท (ลิซซี่) ก็เกิดอาการไม่ถูกชะตา เพราะปะทะคารมนิดหน่อย ทางลิซซี่ก็ถือดี ทระนงตน (Pride) คุณดาร์ซี่ เองก็มีอคติว่าสาวๆ ที่นี่คือพวกหาทางจับผู้ชาย (Prejudice)

แล้วเรื่องก็มาวุ่นเพราะท่าทางคุณบิงค์ลี่เนี่ย ดันมาปิ๊งกับเจนพี่คนโตอีก แต่แม่น้องสาว+เพื่อนรักมองว่าไม่เหมาะเลยหาทางแยกกันซะ โดนเป่าหูต่างๆนาๆ เลยเชื่อย้ายกลับลอนดอนไป

ข้างเจนก็อกหักซึมไปเลย แล้วลุงกับป้าของลิซซี่ก็มาเยี่ยมและชวนไปเที่ยวลิซซี่เลยไปด้วย แล้วบังเอิญไปเที่ยวบ้านคุณดาร์ซี่ตอนที่ไม่อยู่ กะลังเดินๆ อยู่ คุณดาร์ซี่เกิดกลับมาซะอีกเลยเจอะกัน

เรื่องกำลังไปดีๆ พ่อลิซซี่ก็ส่งข่าวมาว่าลิเดีย น้องสาวอีกคนหนีตามคุณวิคแฮมไป (สะกดถูกไหมเนี่ย) ลุงกับป้าเลยรีบพาลิซซี่กลับบ้าน แล้วดาร์ซี่ก็รู้ว่าลิเดียหนีตามผู้ชายไป สมัยนั้นการหนีตามไปถือได้ว่าร้ายแรงมาก เพราะจะทำให้คนที่เหลือมัวหมองด้วย และอาจจะไม่มีใครมาสู่ขอได้เลยด้วย

ตอนหลังกลายเป็นว่าพ่อหาตัวลิเดียเจอ แล้วบังคับเข้าโบสถ์แต่งงานไปเรียบร้อย ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังก็คือพระเอกคุณดาร์ซี่นี่เอง ทำให้ทั้งลิซซี่และดาร์ซี่ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยชื่อ สาวทรงเสน่ห์ (แปลไปได้ยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจ) ตอนแรกที่เห็นก็เมินไป เพราะไม่ทันเห็นชื่อภาษาอังกฤษ จนตอนหลังเห็นนี่แบบคว้ามาไม่ทัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ อาจจะเพราะอยากอ่านภาษาอังกฤษมากกว่ามั้ง แต่ถ้าใครอยากจะลองอ่านวรรณกรรมภาษาอังกฤษดูที่ไม่ต้องเริ่มจากเช็คสเปียร์ที่อาจจะต้องไต่บันไดสักเล็กน้อยในการอ่านก็เริ่มจากเล่มนี้ก็ได้นะคะ เพราะภาษาอ่านง่าย กินใจ ไม่ยาก ยิ่งถ้าอ่านเรื่องย่อหรือดูหนังมาก่อนก็จะเข้าใจง่ายขึ้น ลองดูแล้วกันค่ะ