boss

เรามาว่ากันด้วยเรื่องอาการป่วยๆ ของนัทต่อนะคะ

วันอังคาร เมื่อเข้าห้องพักได้แล้ว นัทก็อัญเชิญพระมารดาไปทำงาน เพราะคิดว่าไม่เป็นไรแล้ว มีอะไรก็กดเรียกพยาบาลเอาแล้วกัน พอมารดาดิฉันไปได้สัก 30 นาที อาหารก็มา

อย่างที่เล่าไปแล้วว่าตอนอาหารเช้า ทานไม่ลงเลย เพราะเจ็บคอและไข้ขึ้นสูงมาก ก็เลยกัดขนมปังไปได้แค่คำเดียวเอง แล้วก็ด้วยความโง่ เลยดื่มน้ำส้มไปเกือบ 2 แก้ว เพราะคิดว่าควรจะมีอะไรรองท้อง และน้ำส้มเนี่ยคล่องคอสุดแล้ว ก็เลยดื่มไป เพราะเคยอ่านมาว่า เช้าๆ น้ำตาลในเลือดจะต่ำค่ะ พอรอหมอนี่เห็นซึ้งในรสพระธรรมเลย ใช่...มีอะไรรองท้อง แต่....มันพะอืดพะอมมาก จะอาเจียน

อาหารเที่ยงเราไม่ได้เลือกไงคะ ให้เขาจัดอะไรมาก็ได้เลย แต่พยาบาลก็ถามมาว่าจะสั่งเองไหม แต่ถ้าสั่งเนี่ยประกันสังคมมันไม่ครอบคลุมนะ เราก็นึกไงไม่ทราบ --> งกอ่ะดิ ก็ไม่ใช่เพราะตอนนั้นอย่าให้คิดอะไรเลย คิดไม่ออก บอกไปว่าอะไรก็ได้ค่ะ จัดมาเถอะ เขาก็เลยออกไป ผลคือ ก๊วยจั๋บค่ะ กะน้ำสมุนไพรประมาณเก๊กฮวย+ตะไคร้ ผสมในแก้วเดียว --เกลียดตะไคร้ แล้วอีกแก้วก็กระเจี๊ยบ กับบัทเตอร์เค้กเนื้อหยาบๆ ฮือๆๆๆ ไม่อร่อยเลย คิดถึงเค้กฝีมือตัวเอง อย่างน้อย เนื้อก็นิ่มและแน่นกว่านี้นะ

พอทานอยู่ พยาบาลก็นำยาสารพัดมาวางให้ แล้วอธิบายว่านี่อะไร กินอะไร ยังไง แล้วก็ที่ปลายเตียงจะมีตู้เล็กๆ บนผนังไว้ใส่ยา อืมมมม เก๋

พอทานข้าวทานยาเสร็จ นัทก็โทรไปบอกน้องๆ ที่ร้านว่า เออแอดมิทนะ ท่าทางจะตกใจกันมากอยู่ แต่ฮ้อตก็บอกไปบ้างแล้ว เลยยังโอเค พอบอกที่ บอกห้องแล้วก็วาง โทรหาพี่พีทแล้วนอนเลย นอนยาวค่ะ มาตื่นอีกทีตอนพยาบาลมาเช็คอาการกับนำใบรายการอาหารวันรุ่งขึ้นมาให้เลือก ที่มีพระบิดาข้าพเจ้าเดินหน้าตื่นๆ ตามมาด้วย ก็เลือกไป เขามีให้เลือกมื้อละสองอย่าง ก็เลือกไป แล้วก็คุยกับคุณพ่อ เพราะเห็นแล้วว่าท่านดูห่วงๆ พอบอกว่าเป็นอะไร ท่านก็แกล้งบอกว่าไม่ใช่มั้ง โรคออเซาะป่าป๊ามากกว่า ก็หัวเราะกันไป

พอนั่งสักพัก ท่านก็บอกว่าเย็นนี้จะไปซื้อข้าวมานั่งทานกับคุณแม่ในนั้น เราก็โอเค ท่านว่า เอาไก่ย่างนิตยาไหม นัทเบรคเอี๊ยดเลย ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ แต่นึกสภาพ หิ้วไก่บ้านย่างมาหนึ่งตัวค่ะ ห้องโรงพยาบาล อืมมม ไม่งามแฮะ แล้วก็เหนียวเกินอ่ะ ตอนนั้นเคี้ยวไม่ได้มาก เลยต่อรอง ไก่ห้าดาวเหอะ เอาอกไก่อบชานอ้อยค่ะ นิ่ม อร่อยกว่า --> คนป่วยแน่นะยะหล่อน สั่งซะ

ท่านพ่อก็เลยกลับไปซื้อข้าว + กลับไปดูคุณหมาที่รักด้วย เราก็คิด โถทิมมี่มันคงคอยซะคอยาวแย่เลย เพราะเราไม่กลับบ้านคืนนี้ คือหมาที่บ้านจะแปลกค่ะ พ่อแม่นัทกลับบ้านเฉยมากๆ แค่เดินมาทัก สั่นหางสองทีก็เดินไปนอนแล้ว ทั้งที่ท่านเป็นคนให้อาหาร แต่พอนัทกลับมานี่ กระโจนซะ ร้องไปสามบ้านเลย ทั้งๆ ที่นัทคือคนพาไปกร้อนขน อาบน้ำ ฉีดยาแท้ๆ หึหึ หมาโรคจิตตามเจ้าของ

เย็นๆ สักห้าโมงมารดาก็เดินเข้ามา ข้าวของพะรุงพะรัง เพราะเตรียมตัวมาค้าง นัทก็บอกว่าไม่ต้องค่ะ เพราะนัทไม่พิศมัยโซฟาที่นี่เอาซะเลย อันที่จริงโซฟาที่ไหนๆ นัทก็ไม่ชอบ เพราะถ้านัทนอนน่ะได้ แต่มารดาดิฉัน ดิฉันไม่อยากให้นอน มันลำบาก แต่ท่านว่ามาเหอะ ป๊าไม่ยอมหรอก

ก็ทานข้าวเย็นไปแล้วก็ไม่ยอมทานยาล่ะ เพราะรออกไก่อ่ะ ของโปรด แม่ก็เอะใจ ทำไมไม่ทานยาหลังอาหาร ลูกฉันนี่ พอเห็นพระบิดาควักถุงไก่ย่างเท่านั้นแหละ เฮ้อดังเชียว ว่าแล้วพ่อลูก แหมแม่ขา ของอร่อยนะนั่นน่ะ

ทานยาเสร็จ อะไรตามมารู้ไหมคะ ยาฆ่าเชื้อค่ะ ทุก 6 ชั่วโมง ต้องให้ยาฆ่าเชื้อ แหงะ แรงนะนั่นตัวนั้นน่ะ ปกติต้องให้ทุก 8 ชั่วโมง แต่ของนัทหมอบอก 6 เหอะ ไม่งั้นไม่พอ ฆ่ากันเรอะหมอ~~~~~~

ให้ยาครั้งแรกตอน11โมงเช้า แล้วก็ 6 โมงเย็น และช่วงเที่ยงคืนค่ะ คืนนั้นนัทหลับๆ ตื่นๆ ตลอดเลย เพราะพยาบาลเข้ามาดูตลอด อันที่จริงทั้งวันทั้งคืนตะหาก วัดไข้ค่ะ เช็คความดันค่ะ เช็ดตัวค่ะ สารพัด อืม ไม่ได้นอนอ่ะ ซิกๆๆๆ แถมตอนทำราวด์เย็น พวกพยาบาลยังมาดูผิวนัทกันใหญ่เลย อย่างที่เคยบอก นัทผิวเผือกค่ะ คนที่ขาวมากๆๆๆๆๆ แล้วก็ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลาแถมสูทอีกมาเกือบ 5 ปีนี่ ขาวไหมล่ะคะ แล้วพวกนี้ก็มาลูบแขนนัทแรงๆ ว่าขาวจังเลย พี่ดำไปเลยนะเนี่ย แง้ๆๆๆ เจ็บ

นัทลืมอาการของการให้น้ำเกลือไปนานแล้วนะคะ พอคราวนี้ให้ หึหึ เข้าห้องน้ำทุกชั่วโมงเลย มันมากไปไหมคะเนี่ย แต่ลุกมาเข้าตลอดเลย ชักสงสัย แต่ตอนนั้นะ รำคาญมาก เพราะรู้สึกว่า ตูจะนอนโว้ย ฮึ่ม หงุดหงิด

พอสัก 22.30 นัทตื่นมาเข้าห้องน้ำค่ะ พอเข้าแล้วบอกได้เลยว่าไข้มันกลับมาอีกแล้ว ตอนสักสองทุ่มมันลดลงไปแล้วเหลือ 37 องศา แต่ตอนนั้นน่ะ รู้เลย กลับมาอีกแล้ว ก็เลยกดออดเรียกพยาบาล ขอยาลดไข้เลย เขาก็เดินเข้ามาวัดไข้แล้วบอกว่า 37.5 ค่ะ ทานยาเลยนะคะ เราก็ค่ะ กินค่ะ อืมยาเอ๊ย มามะ มาช่วยกันเร็ว

วันพุธ

ยังไม่ 6 โมงเช้าเลย หมอเข้ามาแล้ว อืม ไข้ลดนะครับ แต่เห็นว่าเมื่อคืนไข้ขึ้นอีกเหรอ ค่ะ อืม อ้าปากครับ ไข้ลดแต่หนองยังไม่แห้งเลยนะ อย่าเพิ่งออกไปเลย นอนอีกวันละกัน เราก็ค่ะ แล้วหมอก็ออกไป นัทก็นอน

แต่หมอขา หมอทราบไหมว่า ทำมารดาอิฉันตาค้าง ประมาณว่าทำมลูกหมูเราถึงต้องอยู่อีกล่ะเนี่ย ไม่หายเหรอ คือคิดว่าท่านเข้าใจว่า ไข้ลดคือหายค่ะ แต่นัทน่ะรู้เลยว่า ไม่ไหวแล้ว

ก็นอนจนเกือบ 8 โมงแล้วก็ตื่นมากินข้าวกินยา แล้วนอนรับประทานยาฆ่าเชื้อทางสายไอวี แล้วก็หลับค่ะ

ปกติมารดาอิฉันจะลงมาทานกาแฟ ขนมปังตอนประมาณ 8 โมง แต่ตอนนั้นแปดจะครึ่งแล้วบิดายังไม่ส่งส่วยเลย เราก็ถามว่าแม่จะสั่งจากข้างล่างไหมคะ เดี๋ยวหิว แต่ด้วยเสียงที่เบามาก แถมไม่รู้เรื่องอีก เลยคุยกันนานกว่าจะรู้ แบบว่าคุณป๋าบอกรถติดฮ่ะ

พอเก้าโมงตรง ไ