list

หีหี ได้มาจากบลอคของ Vendetta ค่ะ จะพยายามทำให้ได้เน้อ

http://vendetta.exteen.com/20080127/book-challenge-12-12

แบบว่าไม่แน่ใจเรื่องตัวช่วยอ่ะนะคะ แต่ ณ ตอนนี้ก็คิดว่าคงประมาณนี้ อาจจะแก้ไขอะไรนิดหน่อยภายหลังคือเมื่อมีงานหนังสือ + อะไรออกใหม่แล้วทนไม่ไหวก็คง...เอามาแทนที่มั้ง หุหุ

กำลังหนักใจว่าจะเอา เราจะรักกันตลอดไป (จำชื่อแน่นอนไม่ได้ เนื่องจากเพิ่งซื้อวันนี้เอง) มาลงดีไหม เดี๋ยวก็รู้

1. Atonement <-- เพิ่งได้หนังสือมา เลยกำลังจะเริ่มค่ะ

2. Harry Potter # 7 เล่มนี้ภาคภาษาอังกฤษ อ่านไปได้ ครึ่งเล่มแล้ววาง เพราะมีงานเข้ามา แล้วก็ลืมดับไปเลย

3. มาฮาเดล # 2 --> เล่ม 1 เพิ่งจบ ซื้อมาดองเกลือเป็นปีเลยแฮะ  ** จบแล้ว รอรีวิว กร๊ากก ดีใจ

4. Absolutely American (Four Years at Westpoint) by David Lipsky เล่มนี้ดองมา เข้าปีที่ 4 แล้ว จะต้องอ่านให้ได้

5. น้ำหอม สุนทรีย์สื่อการตลาด by BrandAge เล่มนี้อ่านแต่แบรนด์+กลิ่นที่ชอบ ต้องอ่านให้จบให้ได้

6. ลาเซนตรา 2 <-- อา...ลืมเล่ม 1 ไปแล้ว ต้องไปค้นก่อนนะนี่

7. The Cordis (3 เล่มจบ) - สำนักพิมพ์แจ่มใส ยังไม่ได้เริ่มแตะเลยสักกะตัว หุหุ

8. ปราสาททรายในสายฝน - ดวงตะวัน ส่วนนี่...ดองมากี่ปีแล้วนะ ซื้อตั้งแต่ออกในงานหนังสือปี...ปีไหนเนี่ย **จบแล้ว ฮือๆๆๆๆ กะลังพิมพ์

9. ดวงตาในดวงใจ - ฬีฬา ต้องไปตามหาเล่ม 2 มาก่อน ได้แต่เล่ม 1 มา ไม่งั้นอ่านแล้วค้างแน่เลย

10. Zatiara 1-2 - อัญ เอ่อ...ดองสุดๆ ฮ่ะ ต้องไปตามล่ามาอ่านให้หมด

11. สะดุดรัก Love Touch - Chiaki นิยายรักเบาสมอง....มั้ง

12. เราจะข้ามเวลามาพบกัน Only Love is Real By Dr. Brian L. Weiss

ตัวช่วย

- ลำนำแห่งห้วงธารา + คีตาเริ่มบรรเลง ของน้องหมีน้ำตาล จตุรดา แบบว่าพี่ผิดไปแล้วน้องจ๋า เพราะยังอ่านแต่ข้ามๆ พองานมาพี่ก็ต้องไปทำงาน ฮือๆๆๆ จะพยายามอ่านให้จบจ้า แบบว่าจะพยายามเพราะงานพี่ยุ่งสุดๆ

- All American Girl by Meg Cabot แบบว่าดองมา 3 ปีแล้วค่ะ ฮือๆๆ จะจบไหมเนี่ย

- หนังสือของ Meg Cabot ค่ะ Every Boy Got one, The Boy Next Door  ** อ่านจบแล้ว ซีรี่ส์นี้ 3 เล่ม อ๊าก พี่ติ๋วยืมไป รีบไปขอคืนมารีวิวดีกว่า

- เซเมียนน่า 1-2 - My Lady Pimz **ไปลองมาแล้ว วางไปหลังจากเปิดได้ไม่กี่หน้า ไม่ตรงอย่างแรง พออ่านข้ามๆ ดันจบไม่สวยด้วย
- ดาวเหนือ - กุลธิดา
- The Series of Unfortunate Events
- Psych
- อาทิตย์แรกแห่งพันต์ - W. Maple
- รักสุขสันต์ หัวใจหรรษา - กรมาศ ** จบแล้วภายใน 1 คืน อ่านแบบไม่วางเลยด้วย จะรีบพิมพ์ล่ะ
แบบว่า เกือบพิมพ์ชื่อต่อแบบ tag แฮะ แต่เอ แบบนี้มันสมัครใจดีกว่านะ
เพิ่งอ่าน ราชาแห่งราชันย์จบ 11 เล่มไป แล้วก็อีกหลายๆ เล่มเลย ไม่งั้นรายนามจะยาวกว่านี้แฮะ
ถ้ารวมนิยาย Y ได้ด้วยนี่ไม่เสียเวลาคิดขนาดนี้หรอก หึหึ หรือจะเพิ่มอีกหัวข้อส่วนตัวดีว่า "นิยาย (ทั้งวายและไม่วาย) ที่ต้องเขียนให้จบในปีนี้" หึหึ งานนี้ถ้าทำจริงมีหลายคนเฮแน่ เพราะทวงกันอีกแล้ววุ้ย
น้องน้ำตาล เทพหมี กับน้องแยมสนใจร่วมวงด้วยไหม น่าสนใจนะ หุหุ

edit @ 2 Feb 2008 00:51:41 by kurumi

edit @ 13 May 2008 00:47:11 by kurumi

edit @ 20 Nov 2008 22:30:43 by kurumi

หุหุ ที่จริงขึ้น เอนทรีนี้ไว้หลายวันแล้ว แต่วันนี้เพิ่งรับแทคจากน้องหมีมาค่ะ เลยมาพิมพ์ไว้ก่อน http://shakri.exteen.com/20071026/entry/page/1#lastcomment

อันที่จริงมีเอนทรีอีกประมาณ 12 ข้อที่เซฟไว้ รอว่างพิมพ์มาตั้งกะเดือน 5 หุหุ นี่กะลังจะขึ้นเดือน 11 หุหุ ขอโทษค่า  ก้มีหลายท่านทราบแล้วว่านัทย้ายกลับไปอยู่ที่ All Seasons Place เรียบร้อยแล้วจาก Siam Paragon : The Pride of Bangkok สุดหรูหราอลังการไฮโซ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการย้ายที่ทำให้ยุ่งกว่าเดิม แต่ก็มีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นและได้ทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้นด้วย (รวมไปถึงอู้มากขึ้น)

และที่สำคัญร่างกายอ่อนแอมากขึ้นค่ะ เพราะต้องลางานไปพบคุณหมอบ่อยมากคือเดือนละ 1 ครั้ง แบบที่มียามาเป็นกรรม คือกำละ 4-6 เม็ดต่อมื้ออาหารนะคะ และยังโดนบังคับให้นอนพักมากขึ้น ทั้งๆ ที่งานหนักมากจนนอนวันละไม่ถึง 6 ชั่วโมงแล้วก็ตาม ช่วงเดือนที่ผ่านมายังเกิดเรื่องใหญ่มากขึ้นในชีวิตที่ทำเอานัทพูดไม่ออกคือ เลิกกับแฟน ทั้งๆ ที่วางแผนชีวิตไว้แล้วแท้ๆ เรียกว่าวิ่งยกเลิกสตูดิโอถ่ายรูปและโรงแรมกันจะบ้า เพราะให้คนดูคิวของตุลาคมปีหน้าไว้ เอาไว้วันไหนที่นิ่งจนสามารถเล่าให้เพื่อนๆ ฟังได้ นัทจะเขียนเป็นอุทาหรณ์สอนใจผู้หญิงด้วยกันในเรื่องการไว้ใจแฟนค่ะ แต่ตอนนี้นัทต้องขอวางเรื่องนี้ให้ไกลๆ ตัวสักหน่อย ก่อนที่จะลากปืนไปยิงคนค่ะ

แต่ต่อให้ล้มหมอนนอนเสื่อแค่ไหน ในชีวิตของนัทก็ไม่เคยขาดอินเตอร์เน็ต ขนม เกม มือถือ และหนังสือ

วันนี้ขอสละเวลานอนอันมีค่ามาตอบแทคน้องหมีสีน้ำตาลที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยค่ะ

วันก่อนอ่านของคุณ house ไปแล้วมาเจอของน้องหมีเข้าอีกวันนี้ งั้นขอตอบแทคก่อนจะเล่าต่อจากคำถามนะคะ ว่างานปีนี้นัทเสียทรัพย์ไปเท่าไหร่ และปวดแขนแค่ไหน

1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ?
โอ้ งานหนังสือเหรอคะ งานหนังสือคืองานพบปะ พูดคุยกับบรรดาเพื่อนๆ ค่ะ บรรยากาศแห่งหนังสือที่ล้อมรอบตัวเราเหมือนล่องลอยอยู่ในสวรรค์ที่ทำจากกระดาษที่ชีวิตนี้ขาดไม่ได้ นัทหลงรักงานหนังสือสุดๆ

นัทเป็นคนที่ขาดหนังสือไม่ได้ ขาดตัว (หนังสือ) เหมือนขาด OXYGEN จะขาดใจตาย

ด้วยความที่เป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม กลุ่มเขมะฯ ที่เรียนตั้งกะประถมจนมัยมปลาย กลุ่มเอเอฟเอสที่ไปผจญภัยในอเมริกามาด้วยกัน กลุ่มมหาวิทยาลัย กลุ่มที่ไปอบรมการแปลบทหนังของอัมรินทร์ กลุ่มอบรมการเขียนบทความ กลุ่มอบรมการแปลวรรณกรรม และกลุ่มที่ทำงาน ด้วยความหลากหลายกลุ่มนัทเลยต้องจัดสรรตารางการเดินค่ะ

การเดินที่งานจะไม่เหมือนชาวบ้านเขา เพราะจะเดินไปคุยไปเพื่อ discuss กันตรงนั้น ต่อหน้านักเขียน ต่อหน้าพนักงานโดยไม่เกรงใจกันเลยว่ามันดีหรือไม่ดียังไง เล่มนี้คืออะไร เล่มโน้นล่ะคะ เพราะคำว่างานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ไม่เคยกร้ำกรายเข้ามาในสมองอวบๆ เลยค่ะ เพราะลดราคาแล้วไง มันก็ถูกกว่ากันไม่เท่าไหร่ เพราะนัทมีเพื่อนทำในสำนักพิมพ์หลายแห่ง ฝากเพื่อนซื้อราคาพนักงานให้ได้ค่ะ ถูกกว่าแน่นอน นัทไม่เดินจตุจักร เพราะไม่ชอบอากาศร้อน เป็นคนผิวบางมากๆ เจอแดดจะละลายเป็นไอค่ะ เพราะฉะนั้นจตุจักรจะอยู่นอกขอบเขตที่จะสามารถตะกายไปถึง และไม่มีคนพาไปแน่นอนค่ะ ถ้ามีหน่อยกล้าตายพาไป กลับมาอาจจะศพไม่สวยแน่ เพราะพระบิดาห่วง+หวงลูกสาวค่ะ กลัวไม่สบายที่สุด

 

ส่วนลด?  แล้วไงคะ นัทซื้อหนังสือตามร้านต่างๆ ทั้งนายอินทร์ ดอกหญ้า บีทูเอส คิโนะฯ คู่คิด ทุกอาทิตย์ไม่เว้นค่ะ เพราะมีหนังสือนิตยสารที่อ่านเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าเดินเจอเล่มไหนน่าสนใจก็จะหยิบออกมาอ่านเรื่องย่อค่ะ

อยากอ่านไหม อยากอ่านแฮะ

จะซื้อไหม อืมมมมม.....(คิดเล็กน้อย)

คุ้มไหม อืมมมมม.......... (คิดอีก)

ซื้อไปแล้วหนักหัวใครไหม (ขออภัยที่ไม่สุภาพ...) ไม่นี่นา งั้นซื้อเหอะ

นัทไม่เคยมองว่าจะต้องเก็บไปซื้อในงานลดราคาเลยสักครั้ง เพราะอะไรน่ะเหรอ ถ้าอยากได้แล้วไม่ลำบาก ก็ซื้อไปเหอะ ลูกบ้าเราเยอะ เดี๋ยวมาทุรนทุรายอยากได้กลางดึกจะลำบาก เพราะเมื่ออยากได้แล้วไม่ได้ จะลงแดงตายค่ะ แต่ก็มีบางเล่มที่ไม่ได้อยากได้ขนาดนั้นเพราะรอได้ค่อยไปเดินเอาบรรยากาศในงานเล่นแล้วอารมณ์ดีค่อยซื้อดีกว่า

สำหรับการซื้อหลักหมื่นขึ้นไปทุกงานคุณคิดว่ายอดรวมอยู่ที่เท่าไหร่คะ คิดคร่าวๆ นัทประหยัดไปได้งานละประมาณ 2-3 พัน ไม่รวมกำไรแอบแฝงอีกอื้อ ก็คือ.....

1 อารมณ์ดีจากการได้เจอเพื่อนที่ยากจะรวมตัวกันเฉพาะกิจ เพราะบางท่านแต่งงานมีสามีแล้ว จะบินกลับมาเจอเพื่อนและหาข้ออ้างออกมาเจอกันช่วงงานหนังสือ หรือคุณแม่ลูก 1 ที่หาข้ออ้างออกจากบ้านมาหาเพื่อนยากมาก เพราะคุณสามีทำงานนอกบ้าน ส่วนตัวเองทำของที่บ้าน (ไม่ใช่แก หนูอุ้ม หมายถึงเพื่อนอีกคนค่ะ ใช่ค่ะ พี่ผึ้งท่านพี่น่ะแหละ)

2 ระบายความเครียดโดยการซื้อหนังสือที่เราชอบ นัททำงานหนักค่ะ เป็นคนมีกรรม เงินเดือนหลายหมื่น แต่หาเวลาทำโน่นนี่ยากมาก พอเจอหนังสือเหมือนลืมตายค่ะ

3 ได้ทานของอร่อยเพราะไปสรวลเส เฮฮา นอกงานเวลาเดินซื้อเสร็จแล้ว

4 ได้ข้ออ้างกลับบ้านเร็ว เพราะปกติเวลากลับบ้านคือ 3 ทุ่มค่ะ เข้างาน 10 โมง ออกจากงาน 3 ทุ่ม คุณคิดดูสิ พอมีงานหนังสือจะ 1 ทุ่มตรงวิ่งออกจากบริษัทเลย 3 ทุ่มก็ตรงกลับบ้าน

5 ได้ออกกำลังจากการฝ่าฝูงชน ทั้งเดิน ลากกระเป๋า ยกของหนัก เย้ดีจังเลย จากที่ต้องอุดอู้อยู่ในรถเพื่อไป-กลับจากบ้านกะที่ทำงานและนั่งต๊ะเพื่อเคลียร์เอกสาร

6 อันนี้กำไรแอบแฝงมากๆๆๆๆๆๆ คือไขมันที่พอกพูนหลังงานจบ เพราะกระหน่ำกินมากเลยช่วงนั้น หึหึ

เอาเข้าจริงๆ ไอ้ส่วนลดที่เขาให้น่ะ แค่ค่าอาหาร ขนม น้ำมันก็เกินแล้ว ถ้าคุณบอกว่ามันถูกกว่าน่ะ ขอเถียงหัวชนฝาเลย นี่ยังดีที่ทำงานแล้วนะคะ ไม่งั้น.... สยอง

การที่สำนักพิมพ์นั้นออกมาป่าวประกาศแบบนี้ บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา นัทยกสำนักพิมพ์นี้ไว้ว่ามีมาตราฐานต่างจากที่อื่นค่ะ หนังสือเขา เชื่อถือได้อย่างมากในเรื่องคุณภาพ หรือที่คุณคิดแบบนี้เพราะคุณห่วงยอดขายของตัวเองคะ ยุคนี้นั้นอยู่ที่ว่าสายป่านใครจะยาวกว่า อึดกว่า ทนกว่าค่ะ ถึงจะอยู่รอด คุณต้องปรับตัว

นัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณจะพูดแบบนี้เพราะไม่ชอบคำพูดที่ว่า "คนไทยอ่านหนังสือแค่ปีละหกบรรทัด" เพื่อกระตุ้นให้กลายเป็น"คนไทยอ่านหนังสือปีละหนึ่งร้อยเล่ม" เพื่อนำไปพัฒนาชาติมากกว่านะคะ ถึงแม้ตัวเลขจะเกินเหตุ แต่ถ้ามันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ นั้น ก็คงจะดีกว่านี้ จริงไหมคะทุกคน

ขออีกเรื่องที่ท่าทางทุกท่านจะลืมไปแล้ว ต่อให้เราตามข่าวเรื่องการออกหนังสือใหม่แค่ไหน แต่คนในสังคมตอนนี้ มีเวลากันแค่ไหนคะ ที่จะเดินเลือกซื้อหนังสือได้น่ะค่ะ ร้านหนังสือใหญ่พอที่จะรับหนังสือจากทุกแห่งมาจัดโชว์ในร้านได้หรือ ขนาดบีทูเอสที่ว่าใหญ่มากแล้วนะคะ นัทยังเลือกซื้อได้ไม่ครบทุกปกเลย ต้องอาศัยงานหนังสือมาเก็บตก ปกที่ไม่มี หรือลืมซื้อ เนื่องจากนัทเป็นคนขี้ลืมอย่างมหาวายร้ายเลย งานยุ่งขนาดนี้จะให้ไปตามอ่าน ตามซื้อครบได้ยังไงกัน

นัทซื้อมาแล้วส่วนใหญ่ดองเค็มไว้ก่อนค่ะ แล้วพอได้วันหยุดก็จะไม่ออกไปไหน นอนอ่านอยู่กะบ้านมากกว่า บางครั้งนัทไม่ได้เดินร้านหนังสือนานมาก แต่ก็แค่ 2 อาทิตย์ แต่ปรากฎว่านิยายเล่มที่รอดันมาออกช่วงนั้นพอดี พอไปเดินกลับไม่มีโชว์แล้ว เลยไม่ทราบ พอมารู้อีกทีเพราะเพื่อนบอกก็ผ่านไปแล้วเดือนกว่า หาซื้อยากแล้วค่ะ ต้องไปสั่งกับสำนักพิมพ์หรือรองานลดราคาที่คุณว่า คุณคิดว่าดิฉันมีทางเลือกมากเหรอคะ นี่ขนาดขยันเดินแล้วนะ แล้วคนที่ไม่ขยันเดินล่ะ จะลำบากขนาดไหน


2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่?
ซื้อเล่มใหม่ ทุกๆ 2-3 วัน โดยเฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละเล่ม ไม่รวมพวกหนังสือภาษาอังกฤษ นิตยสารนะคะ ขืนรอซื้อปีละ 2 ครั้งคงลงแดง ชักตาตั้งไปแล้ว พวกหนอนหนังสือน่ะ ไม่มีวันรอได้หรอกค่ะ ขาดใจตายพอดี เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ

"GooGle to find them All" และ "I CAN'T live without GooGle" ในที่นี้ ขอเปลี่ยน GooGle เป็น หนังสือ แทนนะคะ หึหึ

อันที่จริงจะเดินอยู่ 3 งาน คือเดือน 4 เดือน 10 และงานหนังสือเด็ก เพราะรุ้กพี่ผึ้งที่เป็นลูกคุณโบตั๋น พองานหนังสือทีก็จะโทรหาพี่เขา แวะไปหาที่บูธ เดินคุยกันไปดูบูธต่างๆ ด้วยกันค่ะ เคยคิดว่าแค่ปีละ 3 งานเอง น่าจะมี 2 เดือนครั้งอ่ะ เฮ้อ


3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม?
ไม่มีค่ะ ขืนตอบแบบนี้คงโกหกค่ะ นัทก็เป็นมนุษย์นะคะ เงินไม่ได้เสกเอาค่ะ นัททำงานแลกกับเงินเดือน ขอเว้ากันซื่อๆ ลำบากยากเข็นกว่าจะได้มา ถ้าประหยัดได้ก็ดีค่ะถ้านัทต้องไปซื้อราคาปกติ คือเพิ่มอีก 2-3 พันจากที่จ่าย คงไม่ไหวค่ะ


4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น?

ทุกอย่างเมื่อเข้ากลไกตลาด จะมีการมาร์คอัพราคาอยู่แล้ว ถ้าคุณยอมรับความจริงได้ แม้กระทั่งข้าวแกง หรือข้าวไข่เจียวราคา 10 บาทก็ตั้งราคาเกินจริงค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องดูองค์ประกอบด้วยค่ะ

ถ้าคุณมองดูหนังสือที่ต้องแปลจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง คุณต้องเสียอะไรบ้าง ทราบไหมคะ เอาคร่าว..

...ค่าต้นฉบับเมื่อคุณซื้อมาอ่านก่อนจะไปเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์มาทำ...

...ค่าเดินทางไปติดต่อ...

...ค่าติดต่อ...

...ค่าเรื่อง...

...ค่าเหนื่อย...

...ค่าลิขสิทธิ์...

...ค่าแปล...

...ค่าพิมพ์...

...ค่าการตลาด...

...ค่าวางหน้าร้านเขา...

...ค่าเก็บรักษา...

...ค่าจัดส่ง....... อีกล้านแปด ทุนแฝงอีกล่ะ คุณจะไม่ให้เขาคิดหรือคะ คุณจะให้เขาทำการกุศลหรือคุณคิดว่าสำนักพิมพ์มาทำหนังสือเพื่อแจกฟรีหรือคะ ทำเอาบุญ เอาหน้าตาในสังคม OH PLEASE, COME ON !!!!!!

ช่วยตื่นมาพบกับความจริงหน่อยเถอะค่ะคุณขา อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ ไปสาบานต่อหน้าพระก็ฟังไม่ขึ้นค่ะท่าน อยู่กับความจริงหน่อยเถอะ

 

เอาเป็นว่าขอจบการตอบปัญห่า 4 ข้อนะคะ จะพยายามหาวิธีถ่ายรูปหนังสือที่ซื้อมาก่อนค่ะ ถ่ายน่ะ ไม่ยาก แต่เอาขึ้นบลอคนี่สิ อืม...... แยม หมี ช่วยพี่ด้วยสิ ฮือ~~~ พี่ทำไม่เป็น

งานนี้เสียทรัพย์ไปหมึ่งหมื่นกลางๆ วันแรกที่ไปคือวันศุกร์ที่ 19 ค่ะ ไปถึงก็ตรงไปพร้อมกระเป๋าลากคู่ชีพ ดิ่งไปสถาพรเลย ปรากฎว่า แค่ที่นี่ก็ล้นกระเป๋าแล้วค่ะ ที่นี่มีปรางทำอยู่ แต่มันไม่มาด้วย -*- ฮึ่ม ได้ราชามา 7-11 โอ้ชอบ

ก็ทนลากหนักๆ ต่อไปแจ่มใส เอิ่ม~~~คนหรือนั่ง อ๊อก เอาน่า เราพริ้นท์ใบสั่งซื้อมาแล้ว กระดึ้บๆๆๆๆ ไปหาทางหย่อน แต่พระเจ้า ถูกดีดออกมาตลอดเลย หมดความอดทน หันขวับไปเจอน้องคนขายผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านนอก เลยให้ยื่นให้ค่ะ โฮะๆๆๆๆๆ หมดไปอีกหลายแฮะ

แล้วเลยเดินวนๆ อยู่ตรงนั้น โผล่ไปดูคัมออน ได้มา 2 เล่ม เพราะหลังๆ ไม่ปลื้มอย่างแรงกะที่นี่

พอเดินได้ 3 บูธ ก็หมดแรง เพราะหนักมากกกกกกกกกก เลยกลับเลย กะว่าจะมาเดินใหม่วันธรรมดา หลังเลิกงาน

ฮ่วย

แขน

ปวด

มาก

พอกลับมาถึงรถที่จอดด้านหลังก็แทบร้องไห้ เหนื่อย เลยไปซื้อของที่พารากอนต่อแล้วคุณอลิเซียก็โทรมาเรื่องคุณสุภาพรรณจะเข้า เลยวิ่งกลับขึ้นร้านไปเลย งานมาก่อนค่ะ แต่ก็แอบหนีบราชา ขึ้นไปนั่งอ่านรอนะนั่น หึหึ ชีวิตดิฉัน เศร้าจริง วันหยุดก็ยังไม่เว้น หุหุ

เอ งั้นขอแทคต่อได้ไหมเนี่ย น้องหมีแทคมา เราแทคต่อ โฮะๆๆๆ 5555

น้องแยม KMS'74 

หนูอุ้ม เลเยอร์คุณแม่ลูก 1 ที่ไฟยังลุกอยู่ http://arachan.exteen.com/

พี่ ffman ที่น่ารัก

เจ้าตี้ที่หนีไปอยู่โพ้นทะเล http://arthy.exteen.com/

เจ้าหลอด Sloth กลับมายังน้อง http://mrsloth.exteen.com/

เจ๊อายูค่ะ

ถ้าท่านใดทำแทคแล้ว รบกวนไปบอกที่บลอคคุณ house นิดนะคะ เห็นว่าทำสถิติน่ะค่ะ http://house.exteen.com/20071026/book-tab-chart/page/1

อันนี้ของคุณ house
http://house.exteen.com/20071018/entry

edit @ 27 Oct 2007 21:01:06 by kurumi

edit @ 28 Oct 2007 02:32:41 by kurumi

Book Fair April 07: Summary

posted on 01 Apr 2007 22:52 by forever16 in Event

งานหนังสือปีนี้ อืมมม จะว่าไงดีล่ะ เสียเงินอีกแล้ว เฮ้อ

งานปีนี้โทรไปถามพี่ผึ้งก่อนเลยว่าเจ๊จะมาหรือเปล่า เพราะท้องหลายเดือนแล้วนี่นา ปกติแล้วพี่ผึ้งจะมานั่งเฝ้าทุกวัน แล้วพอเราไปก็จะโฉบพี่ผึ้งให้เดินไปสถาพรด้วยกัน เพราะเป็นทัพหน้าขอส่วนลดให้กับเราได้ โฮะๆๆๆ <--เลว

แต่หลังจากที่พี่เขาแต่งงานเมื่อปลายปีที่แล้ว อืมมมม เดือน 9 ก็ปลายเนอะ และท้องหลังจากนั้นไม่นาน ก็เลยเช็คก่อน ปรากฎว่าเขาไปบางวันแฮะ

วันแรกที่ไปก็โฉบไปเอาขนมไปฝากบำรุงหลาน ย้ำบำรุงหลาน ไม่ใช่แม่หลานนะ หึหึ

ปีนี้หมดไปหลายพัน (ไม่กล้านับเพราะจริงๆ ขึ้นไปอีกหลักเลยแหละ) แต่ได้หนังสือที่ต้องการมาหลายเล่มเหมือนกัน หึหึ รู้สึกหนังสือจากงานที่แล้วยังอ่านไม่หมดเลย ไปเอาของใหม่มาอีกแล้ว โอ้พระเจ้าจอร์จ ช่วยหมูด้วย

เล่มแรกที่อ่านเลยก็คือสะพานแสงคำของคุณปิยะพร เพราะเป็นคนชอบอ่านรากนครา-ใต้ร่มไม้เลื้อย-เรือนศิรา อยู่แล้ว เย้ เล่มต่อจากรากนคราออกแล้วคร้าบบบบ อ่านแบบสุขีมาก แต่จริงๆแล้วจะว่ามันต่อรวมจากทั้งรากนครากับเรื่อนศิราก็ได้นะ มันคาบเกี่ยวกันน่ะ ไว้จะทำ Book Review อีกหัวข้อดีกว่า

เอาล่ะ มาว่ากันตั้งแต่ตอนเตรียมตัวเลยไหม จะเรียกว่าวิธีการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่คิดจะไปซื้อจริงๆ และรู้ตัวว่าเสียเงินแน่ แต่ไม่อยากเสียเวลาน่ะค่ะ

หึหึ ดูตารางวันงาน เวลาเปิดปิด จากเวบไซท์ก่อน แล้วเริ่มวางแผน

ไปตามเวปของสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่เราอ่านประจำและคิดว่าตรงกับแบบของเรา โหลดและปริ้นท์ใบสั่งซื้อออกมา อ่านรายชื่อหนังสือที่จะออก ดูชื่อคนเขียนตามไปอ่านเรื่องย่อ สำหรับเรื่องที่น่าสนใจ แต่ยังไม่เคยอ่านตัวอย่าง เรื่องย่อส่วนใหญ่จะมีให้ดาวน์โหลดตามเวป หรือจะเข้าเวป/บลอคที่มีนิยายของนักเขียนที่เราติดตามอยู่ก็ได้ แล้วจดชื่อนิยายที่เขาบอกว่าจะออกกับสำนักพิมพ์ไหน แล้วตรงไปที่บูธเลยค่ะ

ข้อแนะนำในการไปเที่ยวงานหนังสือ

- ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะๆ มี 2 วิธีให้เลือกค่ะ

1. ไปรอตั้งแต่ก่อนเปิดงาน เช่นเปิด 10.00 ให้ไปรอที่ประตูตั้งแต่ 9.50 พอยามเปิดประตูก็วิ่งไปที่บูธต่างๆ ก่อนเลย แต่ควรจะเน้น แจ่มใส สถาพร คัมออน นายอินทร์ ณ บ้านวรรณกรรม ก่อน เหตุผลคือถ้าสายแล้วอาจตายได้ เพราะคนแยอะแน่นเอี๊ยด และต้องรอนาน

2. ยอมเสียเวลาไปหลายรอบหน่อย คือไปถึงงานวันธรรมดา 18.30 แล้วเดินจนงานเลิก แต่ขอบอกว่าเดินตอนเย็นวันธรรมดานั้น ว่าง โล่ง คนน้อย เดินสบาย แอร์เย็น เลือกได้สบายใจค่ะ <--นัทใช้วิธีนี้ตลอดเลย และได้หนังสือครบจนล้นตูทุกที หุหุ

เห็นเขาบอกว่าวันที่ 31น่ะ บูธแจ่มใสล่มแหละ ไปคุยกับน้องเขา เขาก็บอกว่า ล่มจริงค่ะพี่ พวกหนูต้องกู้ต๊ะกันเลยทีเดียว เฮ้อ

งานปีนี้โดนเบียดที่ไปเยอะมาก เพราะงานหนังสือนานาชาติมากินไปเยอะ แจ่มใสขอไป 5 บูธ ได้มา 2 อืม ท่านคะ การจราจรติดขัดค่ะ คราวหน้าช่วยระเห็ดไปอยู่มุมห้องเลยได้ไหมคะ ตรงนั้นเดินไม่ได้อ่ะ

แต่สถาพรนี่ไปอยู่โซนซีเลย ดีจัง ตรงข้ามนายอินทร์หุหุ ติดพอกันเลย เพราะกำลังสอง แต่ก็พอเดินได้นะ แบบว่าไปทีคนขายก็ อ้าวพี่มาอีกแล้ว น้องเขาจำได้อ่ะ แหะๆ

ไว้เจอกันงานสัปดาห์หนังสือเยาวชนเดือน 6 กับงานเดือน 10 นะคะทุกท่าน สวัสดี