sound

 วันนี้มาแบบอารมณ์เสียค่ะ เซ็งจิตสุดๆ ขนาดหยิบแผ่นคอนเสิร์ตเจ๊มาลัยที่เพิ่งได้มาเปิดดูในร้านแล้วตามด้วย 24 ปี 6 แล้วยังเซ็ง เลยไปเดินสินทรตอนเที่ยง นึกว่าอารมณ์จะดีขึ้น ที่ไหนได้ เซ็งกว่าเดิมเพราะของน้อย ก๊วยเตี๋ยวหมูเด้งก็หมด แง่งๆๆๆๆ เซ็ง (ตอนพิมพ์นี่วันศุกร์นะคะ) แถมกลับมาคุณเจ้านายขาของดิฉันก็โทรมาจากมิลานอีก โอ๊ย อุตส่าห์ไม่ต้องคุยมาหลายวันแล้วไหงดวงอิฉันซวยขนาดนี้ล่ะ เซ็งจริ๊ง (เอนทรี่นี้พิมพ์ก่อนเอนทรี่แทรกก่อนหน้านี้ที่บ่นนะคะ แต่โพสหลัง เพราะพิมพ์ช้า + เกิดเรื่องแทรก)

 

เพราะฉะนั้นเมื่อเราเบื่อ เราก็เลยมานั่งพิมพ์วิธีถล่มพวกเดียวกันดีกว่า หุหุ พวกเดียวกันในที่นี้คือ... แต่น แต๊น~~~~~~~ ร้านขายเครื่องเสียงค่า โฮะๆๆๆ มาร่วมมือกันถล่มเถอะค่า ~~~~ (หลายท่านคงเห็นแล้วนะคะว่าถ้านัทอารมณ์เสียจะกลายร่างเป็นนางมารไม่สวมปราด้าได้ค่ะ เพราะฉะนั้นจงระวังค่ะ)

 

ก่อนอื่นเลยนะคะเรามาหาอุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องใช้ในการทดลอง (ถล่ม) เครื่องเสียงกันก่อนดีกว่า โดยอุปกรณ์เหล่านี้ เราสามารถนำไปรีไซเคิลใช้กับทุกร้านได้ค่ะ ว่าง่ายๆ ป่วนมันเล้ย (เอาให้ตาย)

 

ของที่ต้องเตรียม

  • - แผ่นซีดีเปล่า 1-3 แผ่น
  • - คอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องเบิร์น ซีดี
  • - ปากกาเขียนซีดี
  • - กล่องใส่ซีดี / กระเป๋า
  • - ซีดีเพลงที่เราชอบ

 

ก่อนอื่นค่ะ เราต้องรู้ว่าเราชอบฟังเพลงแบบไหน ถนัดฟังเพลงแบบไหน เพลงแบบไหนเราไม่ถนัดหรือเกลียดค่ะ พยายามตัดเพลงที่เราเกลียดออกไปก่อนเพราะเพลงที่เราเกลียดจะทำให้การฟังอะไรก็ไม่เพราะค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ เป็นหลักง่ายๆ ค่ะเพราะคนเราจะมีจิตอกุศลเหมือนนัทตอนนี้ที่เกลียดเครื่องเสียง เพราะเบื่อค่า

 

ขั้นตอนที่สอง พยายามเลือกเพลงหลากหลายแนว ตั้งแต่คลาสสิค โอเปร่า ป๊อป ร็อค เฮวี่เมทัล แร๊พ ฮิปฮอป ไปจนนิวเอจ หรือเพลงพื้นเมืองของไทยแบบเขมรไทรโยคเลยค่ะ เลือกแบบที่ดนตรีมีทั้งอคลูสติก และแบบไฟฟ้าเพราะทั้งสองแบบจะมีลำโพงที่เหมาะและไม่เหมาะค่ะ ถ้าไม่ถนัดแบบไหนก็ข้ามไปได้ กรุณาเลือกเพลงที่คุณฟังมาแล้วห้าล้านรอบจนทะลุปรุโปร่งขนาดที่ทราบว่านักดนตรีจะจามจะหาวหรือจะสูดลมหายใจวินาทีไหนเลยยิ่งดีค่ะ

 

เมื่อได้แล้วจงนำมา rip ซะ ไม่ใช่ Rest in Peace นะคะ อันนั้นนัทอาสาทำให้ค่ะ แต่ rip ในที่นี้คือนำเข้าเครื่องคอมของคุณซะ จะเป็น PC Mac Notebook เครื่องอะไรนัทก็ไม่ว่าค่ะ ขอแค่ rip ออกมาให้เป็นไฟล์ MP3 2 แบบค่ะ คือ highest  resolution กับ lowest resolution หรือจะทำแบบสูงสุดกับทางสายกลางก็ได้ค่ะ เลือกเพลงเดียวกันนะคะ คือว่าง่ายๆ ในหนึ่งเพลงที่คุณเลือกมาของแต่ละแบบ กรุณามี 3 แบบค่ะ

 

1 Audiophile คือไฟล์แบบที่อยู่ในซีดีปกติซึ่งเป็นไฟล์ที่คุณภาพดี รายละเอียดครบ เสียงแจ่ม

2. MP3 high resolution ไฟล์ที่ผ่านการ compress คือบีบอัด กระทืบลดขนาดลงมาแล้ว รายละเอียดจะลดลงมา บางส่วนขาดหาย แต่ก็ดีกว่าเจ้าข้อ 3 ที่ "ห่วยกว่า" ค่ะ

3. MP3 Medium -Low resolution นัทเรียกเจ้านี่ว่าไฟล์เสียงมากกว่าเพลงนะคะ คือนัทก็มีไอพอดค่ะ แต่จะไว้ใช้เวลาไปเจ้าฟิตเนสฟังในรถ หรือไปข้างนอกที่นานๆๆๆๆๆๆๆ นานมากๆ จึงจะได้ใช้

 

ขั้นตอนต่อไป ฮี่ ต้องตัดสินใจก่อนนะคะ ว่าเราจะทำซีดีเป็น 3 ชุด ทุกชุดจะมีเพลงเหมือนกันทุกอย่าง แต่ที่ต่างกันคือชนิดไฟล์ค่ะ เช่นแผ่นแรกเป็น Audiophile แผ่นที่สองเป็น MP3 high resolution แผ่นสุดท้ายเป็นMP3 Medium -Low resolution

หรือว่าจะเรียงเพลงเดียวกันไว้ แผ่นเดียวกัน เช่นเพลงที่หนึ่งเป็น Isabel-Audiophile เพลงที่สองเป็น Isabel- MP3 high resolution เพลงที่ 3 เป็น Isabel-MP3 Medium -Low resolution แล้วทำแบบเดียวกันกับเพลงอื่นต่อไปในแผ่นให้ครบค่ะ

 

คราวนี้ก็เบิร์นเลยค่ะ แต่ต้องจดไว้ก่อนนะคะว่าแผ่นนี้เรียงเพลงอะไรบ้าง แบบไหน  คราวนี้จับตัวป่วนใส่กระเป๋า/กล่องที่เตรียมไว้ค่ะ โดยต้องนำไปทดสอบก่อนนะคะว่าเล่นกับเครื่องเล่นปกติที่มีได้ไหมถ้าได้คราวนี้ไปเตรียมตัวเราเองกันค่ะ

 

นัทพบว่าสิ่งหนึ่งที่เซลล์ในห้างร้านใหญ่ๆ มักจะเป็นกันค่ะ ตัดสินลูกค้าจากภายนอกค่ะ โชคดีที่ร้านนัททำแบบนั้นไม่ได้ เพราะลูกค้าบางท่านนิยมขุดรองเท้าแตะ (ฟองน้ำเลยค่ะ) สมัยพระเจ้ายังไม่สร้างเรือโนอามาใส่เดินพารากอนค่ะ ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์มาเดินเล่น แต่ขอโทษ ลูกค้าท่านนั้นน่ะซื้อไปแล้วเป็นล้านนะคะ ยิ่งพวกคนมีชื่อเสียงถ้าไม่เริ่ดมาก็เรียบกริบเลย ต้องตาไว อ่านข่าวสังคมเยอะๆ ค่ะ จำใบหน้าคนให้ดี

 

หึหึ นัทเคยเจอลูกค้าอยู่ท่านหนึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวกลางกรุง ใส่เสื้อยืดลีวายส์กับกางเกงยีนส์ลีวายส์นี่แหละ แบบธรรมดามากๆๆๆๆ เดินเข้ามาในร้าน น้องๆ นัทเฉยๆ ค่ะ แต่นัทไม่เห็นไงคะ

พอหันไป กรี๊ดดดดดด ในใจนะคะ สวัสดีค่ะ คุณ... แทบจะกราบสวัสดีเชิญประทับไม่ทัน

นั่นน่ะลูกค้ารายใหญ่อิฉานนนนน

น้องก็งงๆ พี่นัทบ้าอะไรเนี่ย พอนั่งนี่น้ำท่าเสิร์ฟทันที พอคุยจบลูกค้าออกจากร้านไปลัลล้าต่อที่อื่น

น้องๆ หันมาถามใครคะพี่ นั่นน่ะคุณ... ที่ซื้อ.... ไปแล้วไง ที่ทำบ้านใหม่น่ะ ราคารวมตอนนี้ 1.9 ล้านย่ะ

น้องๆ สลบล้มตึงไปเลย เป็นไงล่ะ หลังจากนั้นน้องๆ ไม่เคย (กล้า) เมินลูกค้า (ต่อหน้านัท) อีกเลย

แต่ก่อนหน้านั้น ท่านผู้มีอุปการะคุณอีกท่าน เจ้าของนิตยสารชื่อดังอีกท่านเดินเข้ามาตนเดียวค่ะ ปกติท่านนี้จะมาเป็นกระบวนพยุหยาตราทัพ หลายท่านมาก แต่คราวนี้คงเพราะเดินเข้ามาท่านเดียว + เวลาเข้ามาปรกติต้องส่งเสียงออกมาก่อนเลย "นัทไม่อยู่เหรอ" แล้วนัทก็จะรีบส่งเสียงมาเหมือนกัน "อยู่ค่ะ อยู่  สักครู่นะคะ" แล้วจะวิ่งใส่เกียร์สุนัขออกมาเลย ท่านนั้นก็ต้องระวังสุดชีวิต ไม่งั้นคอขาดแน่ แวนนั้นน่ะวันเสาร์เลยนัดเจอที่ห้างมั้งคะ น้องผู้ชายก็เลยจำชื่อไม่ได้ แล้วดั๊นนนนนนพูดซะดัง (ตอนนั้นยังใหม่) บอกว่าลูกค้ามาจำชื่อไม่ได้ด้วย

นัทก็เดินมา โอ้ลากอิฉันกลับไปที ท่านขา ภูเขาไฟจะระเบิดค่ะ เพราะได้ยินว่าน้องเขาจำไม่ได้ โอ้ นรก วันนั้นเกือบตาย

การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่เป็นมารยาทที่พึงกระทำนะคะ ไม่ได้แต่งให้ใครดู แต่แต่งให้เคารพตัวเอง แต่งให้เคารพพ่อแม่ บิดามารดา รวมไปถึงครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนเรามาจนทุกวันนี้ อย่าให้คนอื่นมาชี้หน้าถามไถ่ว่าพ่อแม่สั่งสอนแบบไหนเลย มันไม่งามหรอกค่ะ

 

ต่อค่ะต่อ เราเข้าไปลองฟังในร้านแล้ว ลองเดินดูรอบๆ ก่อนหรือถ้ารู้จักยี่ห้อนั้นอยู่แล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ ลองทำตามขั้นตอนคร่าวๆ นี้ดูนะคะ

1 ตัดสินใจก่อนเดินเข้าไปค่ะว่าจะมาทำความรู้จักเฉพาะรุ่นหรือมาทำความรู้จักทุกรุ่นของยี่ห้อนี้

2 เดินดูรอบๆ หรือตรงไปยังรุ่นที่สนใจค่ะ

3 ขอให้พนักงานลองเสียงรุ่นที่ตัดสินใจแล้วให้ฟัง ปละปล่อยให้พนักงานอธิบายรายละเอียดของรุ่นนั้นๆ

4 ถ้าพนักงานเริ่มพูดถึง watts วัตส์ หรือโอม อย่าตกใจถ้าไม่รู้ ตั้งสติค่ะ จำที่นัทเคยบอกได้ไหมคะ ในเอนทรี่ Recommended Songs น่ะค่ะ ไม่รู้ขอให้ถาม และด้านได้อายอดค่ะ ขอให้ถามพนักงานนะคะ ไม่รู้ก็ค่อยๆ ศึกษาไปค่ะ ไม่มีใครเป็นมาแต่เกิด

5 ถามพนักงานว่า ขอนำซีดีที่อัดมาเองลองดูได้ไหม ถามเขาดีๆ สุภาพๆ ไม่ใช่วางท่าซะข้านี่คือเจ้าโลก แบบนั้นไม่ดีเลยค่ะ พนักงานขายก็คนที่มีชีวิตจิตใจนะคะ สงสารเขาบ้าง เขาแค่ทำหน้าที่ของตนค่ะ ถ้าเขาอนุญาตแล้วค่อยยื่นให้เขาค่ะ ถ้าเขาถามให้เราลองใส่ดูค่อยทำ ไม่ใช่กดเลยนะคะ ของซื้อของขาย เดี๋ยวหัวใจเขาจะวายตายค่ะ เกิดพังล่ะยุ่งเลย นัทเคยเห็นลูกค้าตบเครื่องดีวีดีราคาสองแสน หัวใจมันจะวายตาย

6 วิธีการลองฟังซีดีที่เตรียมไปกับเครื่องเสียงทุกชนิดคือลองฟังเพลงจนจบแล้วเปลี่ยนไปอีกแผ่น / แทรคที่อัดมาในคุณภาพที่ต่างกันออกไป โดยเรียกจากสูงสุดไปต่ำสุด หรือกลับกันก็ได้ แล้วแต่ถนัด แต่นัทจะเรียงแบบน่อยไปมากมากกว่านะคะ

ลำโพงที่ดี ไม่ว่าจะคุณภาพ ราคาขนาดไหน ต้องบอกได้ว่ามีความแตกต่างระหว่าง Audiophile และ MP3 ถ้าบอกไม่ได้ ต้องดูแล้วล่ะค่ะว่าทำไม ไม่จำเป็นต้องฟังเพลงเป็น แต่นี่คือการจับผิดลำโพงค่ะ บางรุ่นเน้นเบส แต่เสียงแข็งเป็นไม้กระดานก็มี บางรุ่นหวานนนนนนนนนนน หวานใสมาเลยแจ๊สนี่เยี่ยม แต่พอเล่นเบส แป่ววววว ไม่ไหวฮ่ะ

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลำโพงจะดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่สเป็คของรุ่นนะคะ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ล่ะท่านนะคะ อย่างที่เขาบอกลางเนื้อชอบลางยาค่ะ

 

ถ้าลำโพงไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างซีดีทั้ง 3 ได้ล่ะก็ คงต้องพิจารณาดีๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะอันนี้นัทก็... ไม่รู้จะพูดไงแล้ว

 

พรุ่งนี้ (พฤหัส) นายจะกลับมาแล้ว.... จากยุโรป...ทั้งคู่เลยด้วย.... โอ๊ยยยยยยยยยใครก็ได้ หาต้นผักชีกับเชือกให้ทีเถอะ จะผู้คอตายใต้ต้นผักชีค่า~~~

 

edit @ 23 Apr 2008 23:45:10 by kurumi

คราวก่อนนัทเขียนเรื่อง Sound Quality หรือ Sound / Speakers Testing กันไปแล้ว และผลออกมาน่าแปลกใจมากค่ะ เพราะเพิ่งพบว่ามีหลายท่านสนใจในเรื่องของ hi-fi stereo กันพอสมควรเลย

 

ขอออกตัวก่อนนะคะว่านัทไม่ได้เก่งอะไร แค่รู้ในงานที่ตนเองทำอยู่เท่านั้น อาจจะเรียกได้ว่ารู้แค่เท่าที่ต้องใช้ค่ะ ถ้าผิดพลาดหรือไม่ตรงใจท่านใดก็ต้องขออภัยด้วย

 

การเลือกเพลงในที่นี้ นัทเทียบมาจากเพลงที่ทางบริษัทแม่ที่เดนมาร์คสอน B&O Dealer ทั่วโลก คือพนักงานในร้านของ Bang & Olufsen ทุกคนจะได้รับการสอนในแนวทางเดียวกัน มีเพลงหลักที่ได้รับแจ้งจากทางต้นสังกัดว่าแนะนำให้ใช้เหมือนกันนะคะ แต่ทั้งนี้แต่ละประเทศจะมีการปรับใช้แล้วแต่ตลาดของแต่ละประเทศค่ะ โดยสรุปคือนำส่วนนั้นมารวมกันกับความชอบและถนัดส่วนตัวแล้วจึงคัดกรองเพลงที่ชอบมาเป็นเอนทรี่นี้นั่นเองค่ะ

 

บางเพลงนั้นจะหาฟังได้ทั่วไปเพราะเป็นเพลงที่บริษัทในไทยผลิตออกมาวางขายในวงกว้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะเป็นการนำเสนอแนวเพลงหลากหลายให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเลือกหาไปฟังตามแต่ใจต้องการและกระเป๋าจะเอื้ออำนวยค่ะ

 

บางศิลปิน นัทพบว่าค่อนข้างจะยากในการตามหาแผ่นของท่านเหล่านั้นมาครอง จึงต้องใช้วิธีเข้าไปตามเวบเพื่อสั่งซื้อแผ่นจากนอกบ้าง หรือไม่ก็ไปตามร้านใหญ่ๆ ให้เขาสั่งให้บ้าง หรือหนักหน่อยก็ไปซื้อเพลงตามเวบซึ่งสองรายการกลังทำร้ายกระเป๋าอย่างรุนแรงทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น OST. Enchanted ที่นัทกำลังหลงรักขนาดฟังเช้า-กลางวัน-เย็น ไม่รวมก่อนหรือหลังอาหารนะคะ อัลบั้มนี้ไม่มีขายในไทยค่ะ หมายถึงแผ่นที่ผลิตในไทยนะคะ เพราะบริษัทนี้ปิดไปแล้วค่ะ ฮือๆๆๆ ต้องตามหาจากเวบเมืองนอก + แผ่นนำเข้าลูกเดียว บางรายเป็นแผ่นเฉพาะค่ะ คืออัดให้บริษัทนั้น-นี้แห่งเดียว เป็นเหมือนกรณีพิเศษน่ะค่ะ เช่นที่ร้านจะมีของ Benni Chawes ที่จะมาเมืองไทยในเดือนหน้านี้ ก็มีแผ่นพิเศษที่ออกกับทาง B&O อยู่ คือไม่วางขายที่อื่นค่ะ ขายที่ร้านของ B&O เท่านั้น โอ้แล้วแผ่นนี้น่ะ แพงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ แพงพอๆ กับแผ่นหนัง Blu-ray เลยค่ะ 1,300 บาทค่ะ เซ็ง

 

ถ้ายังไง เรามาลองดูรายชื่อเพลงกันเลยนะคะ แต่ละเพลงจะแยกเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนแรกเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับตัวศิลปิน หรือเพลง แล้วก็คอมเม้นท์ของนัทค่ะ ครั้งนี้จะเสนอโดยเน้นไปที่ Vocal กับ Opera ก่อนนะคะ โดยจะแถมร็อคเน้นเบสให้กับเพลง Gospel ของ Mika ให้ 1 เพลง ส่วนคราวหน้าจะเขียนเรื่องการเตรียมตัวไปเทสค่ะ ว่าควรเตรียมอะไรยังไง แล้วถ้าว่างจะแนะนำแผ่นคอนเสิร์ตที่น่าจะหามาฟังกันค่ะ

 

Rebecca Pidgeon - Spanish Harlem

 

นัทเคยแนะนำสาวเสียงดีคนนี้ไปแล้วว่าเป็นเพลงที่นักฟังเพลง / ทดสอบลำโพงรู้จักกันดี เพราะมีจุดเด่นหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าหลายท่านจะหาฟังได้หรือเปล่านะคะ แต่ถ้าลองหามาฟังได้ อยากจะแนะนำให้ตั้งลำโพงให้ห่างกันหน่อย แล้วปิดพัดลม แอร์หรืออะไรก็ตามที่ก่อเสียง แล้วนั่งลงตั้งใจฟังค่ะ

 

เพลงนี้ตอนเริ่มต้น ห้องแรกจะเงียบมาก มีแค่เสียงกลองตอนเริ่มเพลง เบาๆ ก่อนนะคะ แล้วเพลงจะเร่งเสียงให้ดังขึ้นเอง ต่อจากนั้นคือเสียงคนร้องค่ะ เสียงของรีเบคก้านั้นนักวิจารย์หลายท่านเรียกว่า Crystalline vocal quality คือใสราวคริสตัล และคุณภาพนี้ไม่เคยตกค่ะ ตั้งแต่ออกเดบิวอัลบั้มเมื่อปี 1994 จนบัดนี้ก็ยังไม่ตกเลย เป็นเสียงคุณภาพจริงๆ ท่อนต่อมาตามด้วยเสียงเปียโนหวานซึ้ง คลอไปกับเสียงกลองและเสียงร้องใสกิ๊ง ท่อนต่อมาคือเสียงใสๆ ของไวโอลินและเพอร์คัชชั่นที่เล่นได้งดงาม สดใส อ่อนหวานจนคนฟังนี่เคลิ้มไปเลย เพลงนี้ควรฟังให้จบ ในโน๊ตสุดท้ายจะเป็นเสียงเปียโน 1 ตัว เป็นการจบเพลง

 

*** Note *** การจะเทสเพลงนี้กับลำโพงต่างๆ กัน ควรเริ่มจากรุ่นเล็กสุดและเล่นด้วยระดับเสียงที่เท่ากันทุกรุ่น นัทเริ่มฟังจากBeoLab 4000 ตัวละ 59วัตต์ ไปจน 2,500 วัตต์ อา.... เซ็งรีเบคก้าไปเลยค่ะ การไล่ทีละรุ่นแบบนี้ข้อดีคือ จะทำให้เข้าใจจุดเด่นของแต่ละตัวค่ะ และจะเข้าใจเรื่องกำลังขับของแต่ละรุ่นด้วย แต่ก่อนจะทำ คุณต้องรู้แน่ก่อนนะคะ ว่ารุ่นไหนเท่าไหร่ และรุ่นไหนมีจุดเด่นที่อะไร ไม่งั้นเปล่าประโยชน์ค่ะ

 

Jette Torp - Only's a woman's heart

 

อาจจะมีหลายท่านไม่รู้จักเธอคนนี้มาก่อนนะคะ เธอเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงพอสมควรเลยทีเดียวในแถวสแกนดีเนเวีย นัทรู้จักเธอจากซีดีของที่ร้านค่ะ เพลงนี้น่าจะลองหาจาก google ดูได้นะคะ ถ้าไม่ได้ก็ลองบอกแล้วกันค่ะ จะลองส่งให้ฟัง

 

เพลงนี้ทางเดนมาร์คเลือกเป็นเพลงที่แนะนำให้ลูกค้าฟัง ในกรณีที่ลูกค้าชอบเพลงแนว vocal และต้องการเสียงเบสด้วย  เหตุผลที่เลือกขึ้นมาก็คือ เสียงร้องที่ชัดเจน เต็มเสียงตั้งแต่เริ่มเพลงจนจบ แล้วยังเสียงเบสที่แม้จะไม่ดังแบบเพลงของพวก Metalica แต่ก็ถือได้ว่าชัดเจนมากๆ เลย เสียงเครื่องดนตรีไม่กลบกันเอง ไม่ผสมจนเลอะเทอะ เรียกว่าแทรคนี้อาจจะเผลอนั่งฟังจนจบเลยก็ได้นะคะ

 

 

Andrea Bocelli - Melodramma

 

ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ รู้จักพ่อหนุ่ม(ไม่น้อย)เสียงดี Andrea Bocelli อานเดรอา  โบเชลลี หรือเปล่านะคะ แต่นัทน่ะพอได้ฟังเพลง Melodramma ครั้งแรกก็ตกหลุมรักคนๆ นี้ไปเรียบร้อยแล้ว Melodramma เป็นภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่า เพลงของโอเปร่า  เพลงนี้น่ะทำนัทประทับใจมาก เพราะเมื่อเราพูดถึงเพลงโอเปร่า คนส่วนใหญ่ต้องเอ่ยชื่อพาวาร็อตติมาก่อนเลย ใช่ค่ะพาวาร็อตติเยี่ยมมาก ไม่มีใครเถียงได้ นัทเองก็ยอมรับ แต่นัทกลับชอบอานเดรอามากกว่า อาจจะเพราะอานเดรอาออกจะเป็นแนวผสมผสานมั้งคะ เดี๋ยวนัทจะแตกเอนทรี่เรื่องอานเดรอาดีกว่านะคะ เพราะตอนพิมพ์ครั้งแรก ชักยาวค่ะ ยาวเกินด้วย เดี๋ยวไม่จบ อานเดรอา โบเชลลี่ เป็นนักร้องที่มีพรสวรรค์ค่ะ แต่ก็น่าเศร้าที่เขาสูญเสียความสามารถในการมองเห็นโลกใบนี้ตั้งแต่ยังเด็ก คืออายุ 12 เองค่ะ น่าเศร้า แต่ก็คือตัวอย่างของคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตานะคะ

 

เพลงเมโลดรามามีตอนขึ้นต้นเพลงคือท่อนเปิดที่น่าประทับใจในเสียงเครื่องดนตรีที่จะตรึงผู้ฟังมากค่ะ เพราะเสียงเบสและเสียงสูงชัดเจน แล้วยังตามมาด้วยเสียงร้องที่ทรงพลังอย่างยิ่ง เสียงเครื่องดนตรีที่ไพเราะตามแบบโอเปร่าของอิตาลีแท้ๆ อานเดรอาเป็นคนที่ร้องได้เต็มเสียง ทรงพลังแข็งแรง แต่ขณะเดียวกันก็อ่อนหวานเหลือเชื่อ อาจจะไม่ใช่เสียงที่ทรงพลังแบบพาวาร็อตติ คือมีบางอย่างไม่เหมือนกัน แต่นี่คือเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ อานเดรอา โบเชลลี่

 

Il Divo - Isabel

 

นัทไม่ทราบนะคะว่ามีใครคิดเหมือนนัทหรือเปล่า แต่นัทชอบวงนี้มา ทั้งในฐานะคนฟังเพลงและในฐานะผู้หญิงเลยล่ะ เพลงของวงนี้เป็น Cross Culture คือผสมแบบโอเปร่าและป๊อป คือใช้การร้องแบบโอเปร่ามาผสมผสานกัน แฮ่  ต้องขอแตกเอนทรี่ไปอีกเรื่องค่ะ จะให้พูดถึงเพลงของวงนี้ นัทต้องพล่ามแน่ๆ กรี๊ดตั้งแต่ชุดแรกจนชุดที่ 3 ตอนเขามาแสดงที่สิงคโปรกับมาเลซียนี่ไม่ได้ไปยังอยากจะร้องไห้เลย แต่ตั๋วแพงอ่ะ

 

อิซาเบลนี่หมดคำอธิบายค่ะ ต้องไปฟังเอง จริงๆ มีหลายเพลงที่เหมาะแก่การเดโมมาก แต่นัทชอบเพลงนี้เหลือเกิน ด้วยอารมณ์และหลายๆ อย่าง ทั้งเนื้อเพลง ทั้งน้ำเสียง การแบ่งท่อนเนื้อร้องของหนุ่มหล่อ 4 คน เนื่องจากทาง Il Divo เป็นวง Cross Culture จึงต้องใช้วงออร์เครสตร้ามาบรรเลงให้ ทำให้มีเสีนงเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดบรรเลงทั้งเพลง ต้องลองฟังค่ะต้องลอง แต่ที่ร้านนัทน่ะ Il Divo หน้าช้ำไปหมดแล้ว เพราะเปิดทุกวัน ฟังทั้งวัน เฮ้อ ก็คนเขาหล่อนี่คะ สาวๆ ก็เลยขอเป็นอาหารตากันหน่อยละกัน

 

 

Celtic Woman - Caledonia

 

อันที่จริงเพลงของ Celtic Woman นั้นเพราะทุกเพลงเลยค่ะ นัทเคลิ้มไปกับคอนเสิร์ตเขามาก แต่ชอบ Lisa Kelly เป็นการส่วนตัว Caledonia เป็นชื่อที่ทางอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ใช้เรียกดินแดนทางเหนือของสหราชอาณาจักรค่ะ อ้อวงนี้เรียกว่า เคลท์-ติก นะคะ ไม่ใช่เซลท์ ถ้าได้ดูเบื้องหลังจะได้ยินโคลเอ้ เรียกอย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ ไว้แตกเอนทรี่ดีกว่านะคะ ชักยาว วงที่ชอบนี่จะขยันแตกค่ะ ไม่งั้นเอนทรี่นี้ไม่จบแน่ แหะๆ

 

 เพลงนี้ที่ได้ฟังเริ่มจากคอรัสค่ะ พอจบท่อนคอรัสแล้วจะตามด้วยเสียงร้องของนักร้อง ดังพร้อมกับเปียโนและกีตาร์โปร่ง เสียงกีตาร์ใสมากๆ โดยในเวอร์ชั่นที่นัทฟังนั้นเปียโนจะอยู่ทางซ้าย กีตาร์อยู่ด้านขวาค่ะ

ทีนี้มาลองสังเกตกันนะคะ นัทไม่ทราบว่าเขาเรียกว่าอะไรนะคะ ที่เหมือนฉาบแต่ตั้งอยู่กับกลองน่ะค่ะ ตัวเองเรียก ธิสเซิล แบบจำพ่อเป็ดมา แต่เปิดดิคเท่าไหร่ก็ไม่เจออ่ะ เฮ้อ เอาเป็นว่าขออนุโลมเรียกแบบนี้แล้วกันนะคะ

พอนักร้องร้องต่อมามันจะมีท่อนที่ร้องว่า Caledonia has been everything I ever had. ลองสังเกตเสียงไอ้เจ้าธิสเซิล (ฉาบ) ที่คนตีกลองตีน่ะค่ะ สังเกตว่าเสียงแหลมเกินไปไหม หรือเบาไป เขาจะตีตอนจบท่อนพอดีเลยล่ะค่ะ สังเกตเสียงมาราคัส (maracus) ที่เป็นเพอร์คัชชั่นชนิดหนึ่งนะคะ (ไม่ทราบชื่อแน่นอนอีกแล้ว แต่เรียกตามพี่ๆ เขามาน่ะค่ะ) เสียงคล้ายๆ เรานำทรายมาใส่ท่อสักท่อหนึ่งแล้วเราเขย่าหรือพลิกท่อไปมาน่ะค่ะ เสียงมาราคัสนั้นเรียกว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างก็ว่าได้นะคะ

แล้วต่อคอรัสและเสียงนักร้องนะคะ เสียงนักร้องจะไม่กลบคอรัส และคอรัสจะไม่กลบนักร้อง แต่จะเสริมให้นักร้องเด่น เพราะคอรัสจะร้องเสียงต่ำ แต่ตัวLisa จะเสียงสูง หวานแหลมแต่ไม่แหลมมาก

ทีนี้มาสังเกตเสียงขลุ่ยค่ะ พอท่อนนี้ขึ้นว่า Let me tell you I love you and I think about you all the time. Caledonia you are calling me and now I'm going home.... Caledonia has been everything I ever had เสียงขลุ่ย ตามด้วยเสียงฮัมของนักร้อง แล้วพอจะขึ้นท่อนต่อมาจะมีเสียงไอ้ธิสเซิลขึ้นพร้อมกับนักร้องนะคะ พอร้องท่อนนั้นตอนท้าย Lisa จะเร่งเสียงให้ดังขึ้น สังเกตตอนเพิ่มเสียงน่ะค่ะ ลำโพงจะเก็บรายละเอียดได้สมจริงแค่ไหนด้วย แต่ถ้าคนฟังตั้งใจฟังมาตลอดจะสังเกตได้เองเลยว่าค่อยๆดังขึ้นทั้งทางเสียงร้องและอารมณ์ของเพลงค่ะ

 

ในเพลงนี้ลิซ่าอาจจะไม่ได้ร้องเพลงนี้ด้วยเสียงที่แข็งแรงและเต็มจนล้นแบบที่ Il Divo ร้อง แต่นี่คือนักร้องหญิงอีกคนหนึ่งที่เสียงนั้นเพราะจับใจ เพลงนี้นัทเรียก (ในความคิดเห็นส่วนตัวซึ่งเป็นโค้ดกับน้องๆ นะคะ) ว่า เพลง Home เพราะฟังแล้วอารมณ์เดียวกัน ความหมายเดียวกัน แต่ So Dreamy คือฝันเลยค่ะ ถ้าได้ดู DVD Celtic Woman : A New Journey ล่ะก็จะเข้าใจว่านัทหมายถึงอะไร เอ... แยกอีกเอนทรี่ไหมเนี่ย กรี๊ดวงนี้จริงๆ

 

Blue Man Group - TV Song

 

เพลงนี้เป็นแทรคที่นัทเพิ่งได้ฟังเป็นครั้งที่สองได้ค่ะ ครั้งแรกน่าจะหลายปีแล้ว แต่พอนำมาเทสกันวันนั้น โอ้โห นี่ถ้าไม่ใช่รุ่น BeoLab 5 นี่อาจจะต้องบอกศาลากับลำโพงอื่นได้เลย ตีกลองเหมือนไปแค้นใครมา กะเอาให้พังไปเลยใช่ไหมเนี่ย เพราะพ่อเป็ดเล่นเปิดซะดังมาก ดังจนหูจะแตก และที่สำคัญ นัทเกลียดเพลงเสียงดัง บางครั้งฟังได้ แต่นัทเกลียดเสียงเพลงดังๆ นี่นา ไม่ชอบ เลยได้แต่แอบแจกค้อนพ่อเป็ดไปหลายอัน ก็ยังไม่รู้ตัวด้วย แง่ง

 

เพลงนี้เป็นเพลงร็อคค่ะเขาบอกว่าเพลงนี้สร้างสรรค์มาเพื่อเปิดเสียงดัง โ-ค-ต-รๆ แต่ไม่ว่าท่านจะเปิดดังแค่ไหน เสียงดนตรีก็ยังเต็มเสียงและน่าประทับใจสุดๆ โดยเฉพาะการโซโลกีตาร์ตอนท่อนสุดท้ายที่ทั้งแข็งแรงและชัดเจน ไม่มีแตก ไม่มีสั่น ไม่มีเกินนอกจากจะกินพื้นที่ในใจคนฟังเกินเลยไปกว่าที่ควรจะเป็น

 

Mika Nakashima - Amazing Grace (Best)

 

ขอแทรกเพลงจากนักร้องญี่ปุ่นนิดนะคะ หลายท่านคงรู้จักมิกะกันจากภาพยนต์เรื่อง Nana แต่นัทไม่อ่านหนังสือเรื่องนี้ หนังก็ไม่ดูค่ะ ไม่ใช่ต่อต้านนะคะ เพราะนัทชอบอ่านการ์ตูน แต่แค่ไม่อ่าน + ไม่ดูค่ะ นัทรู้จักเธอจากเพลงค่ะ มาแปลกไหม หุหุ วันนี้ขอพูดถึงอัลบั้ม Best แล้วกันนะคะ เพลงที่จะแนะนำนั้นค่ะ Amazing Grace เป็นเพลง Gospel ค่ะ คือเพลงสวด ค่ะ นัทเป็นพุทธค่ะ ไม่ใช่คริส แหมอย่ามองอย่างงงๆ สิคะ แต่นัทชอบเพลงนี้มาก บางครั้งมีเรื่องไม่สบายใจก็นั่งฟังเพลงแล้วสบายใจขึ้นนะคะ เพลงนี้นัทจะนำมาฟังเสมอ เพราะฟังแล้วสบายใจค่ะ

 

เพลงนี้จะมีดนตรีที่ชัดเจน โดดเด่น ลองฟังดูแล้วจะรู้เลยว่าเสียงร้องโดดเด่นแต่เครื่องดนตรีที่เล่นคลอนั้นก็เพราะไม่แพ้กัน การแยกเสียงซ้ายขวาชัดเจน อาจจะทำ sound ambiance ยากนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าโอเคทีเดียว

edit @ 18 Apr 2008 20:42:21 by kurumi

คราวที่แล้วนัทติดเรื่องที่มีอบรมเกี่ยวกับ Sound Quality และวิธีการหัดฟังเสียงของเครื่องเสียงสินะคะ วันนี้จะมาเล่าให้ทุกคนได้รู้จากการอบรมเมื่อต้นเดือนเมษาค่ะ

 

ทางบริษัทแม่ที่เดนมาร์คนั้นจะคอยส่งเจ้าหน้าที่มาทำการอบรม หรือการเทรนน่ะแหละค่ะ ให้กับดีลเลอร์ต่างๆ อยู่เป็นประจำ แล้วแต่ว่าช่วงนั้นจะมีสินค้าอะไรออกมาใหม่ หรือเทคโนโลยีมีอะไรเปลี่ยนแปลง อะไรกำลังอิน อะไรกำลังจะลา  หรือแม้กระทั่งอะไรที่น่าจะอินในอนาคตอันใกล้ แต่บางครั้งการเทรนก็เป็นเรื่องการขายล้วนๆ ก็มี ซึ่งครั้งนี้เขามาสอนเรื่องการเดโมให้ลูกค้าฟังค่ะ

 

เมื่อสัก 2 ปีที่แล้ว ตอนพ่อหมีพูห์ คุณยอร์เก้น (Jorgen) มาสอนเรื่องตัว Decoder / Receiver นั้นได้บอกไว้ว่า...

 

"เทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรก็ตามที่ออกมาในตลาด ทวีปแรกที่จะบ้าตามกระแสก่อนใครเลยก็คือเอเชียนี่และ และพอฮิตติดลมบนแล้วจึงจะแพร่ไปที่อเมริกา ออสเตรเลีย แล้ววกกลับไปที่ยุโรป ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เราพูดกันถึงจอพลาสม่า 50 นิ้ว (ที่ขณะนั้นใหญ่พอควร ไม่ใช่เรื่องปกติแบบปี 08 นะคะ) แอลซีดี 40 นิ้ว หรือจอโปรเจคเตอร์ 100 นิ้วกันไปทั่วทุกหนแห่ง อเมริกาเพิ่งจะตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

แต่.... ยุโรปกลับเพิ่งมาเริ่มมิงกันที่จอขนาด 29 นิ้วขึ้นไปเท่านั้นเอง โดยเฉพาะในชนบทของอังกฤษ การที่มีทีวีจอซีอาร์ที (จอแก้ว) ขนาด 29 นิ้วในห้องอาหารเพิ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายไม่นานเอง ไม่ต้องพูดถึงพลาสม่าหรือแอลซีดีเลย เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นมักจะเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ซึ่งสามารถผลิตสินค้าส่งไปขายได้ยังที่ต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งอเมริกาด้วย แต่คนเอเชียนิยมเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่าคนทวีปอื่นๆ หลายเท่าตัว เพราะอะไรนั้น ผมเองก็ยังสรุปไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ประจำอยู่ในสิงคโปรมาหลายปีแล้ว"

 

ครั้งนั้นทำให้พวกที่อบรมงงกันมาก เพราะสำหรับคนในอาชีพแบบนัทแล้ว การใช้ทีวีจอแบนที่มีขนาดใหญ่ในบ้านค่อนข้างจะธรรมดาอยู่แล้ว แต่... 29 นิ้ว ก็คิดว่าใหญ่แล้ว อืมมมม....... จอแก้ว................ เอ่อ

 

อึ้งละกัน หึหึ

 

ครั้งนี้พ่อหมีพูห์หนีกลับไปประจำที่เดนมาร์คแล้ว เลยมีเทรนเนอร์คนใหม่มาแทน คือพ่อเป็ดดั๊กลาส และหนุ่มหล่อ โรเจอร์ซึ่งโดนตั้งชื่อเรียกเวลาอยู่ต่อหน้าว่าพ่อกระต่าย (อย่างไม่ลับเท่าไหร่ เพราะใช้แทนชื่อจริงเวลาอยู่ตรงหน้าเลย แหมก็พูดอังกฤษแล้วมันรู้เรื่องนี่ จะนินทา หรือบ่นอะไรต้องพูดไทยสิคะ จะได้ไม่รู้ว่าโดนนินทา)

 

พ่อกระต่ายนั้นเป็นขวัญใจสาวๆ ขาประจำ เพราะหล่อมาก สำหรับคนนิยมฝรั่ง ถึงจะแต่งงานแล้วก็เหอะ ส่วนพ่อเป็ดเพิ่งมาครั้งที่ 2 ถึงแม้จะไม่หล่อมากจนหญิงกรี๊ด แต่ก็นิสัยดีมากๆ อ้อพ่อกระต่ายเป็นคนสวีเดนค่ะ ส่วนพ่อเป็ดเป็นคนชิคาโก

 

เข้าเรื่องๆๆๆ ไถลออกอยู่เรื่อยเลยเรา

 

พ่อเป็ดบอกว่า ลำโพงของที่ร้านเป็นลำโพงที่เหมาะกับเครื่องดนตรีแบบอคลูสติค (Acoustic) คือดนตรีที่ไม่ได้ผ่านการสังเคราะห์ค่ะ คือว่าง่ายๆ ไม่ใช้ไฟฟ้า กีตาร์ต้องเป็นกีตาร์โปร่ง เปียโน กลอง และลำโพงแบบนี้จะจับสังเกตง่ายมาก คือถ้าลองฟังดู จะเหมือนกับมีเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ มาเล่นสดอยู่ตรงหน้า เพราะเสียงจะไม่เพี้ยนไปจากตัวจริง เหมือนเวลาคุณฟังเพลง มีแผ่นคอนเสิร์ต The Corrs อยู่ 2 แผ่น แผ่นแรกเล่นที่เวทีธรรมดา อีกแผ่นเล่นที่คอนเสิร์ตของ MTV เป็น Unplug Version ซึ่งที่เหมาะกับที่ร้านจะเป็นแผ่นหลังค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเล่นแผ่นแรกจะไม่เพราะนะคะ แต่เล่นแผ่นหลังจะได้อรรถรสมากกว่าปกติเท่านั้นเองค่ะ

 

เวลาไปฟังเครื่องเล่น+ลำโพงที่ไหน เวลาฟังไม่ใช่แค่ฟังว่าเสียงสูง กลาง ต่ำ ครบไหม นะคะ เสียงต่ำ หรือเสียงเบสนั้น เป็นแบบ Tight Base หรือไม่ คือเสียงแน่นไหม อย่างเช่นสมมุติเวลาเราตีกลอง พอตีแล้วเสียงที่ออกมาต้องหยุดเลยใช่ไหมคะ ถ้าเสียงหยุดเลยนั่นคือเสียงเบสแน่นดี หรือถ้ายังมีเสียงต่ำลอดออกมา เหมือนเวลาตีฉาบพอตีเสร็จแล้วฉาบมักจะสะเทือนก็จะมีเสียงลากต่อมาใช่ไหมคะ แต่เสียงเบสที่ดีต้องไม่มีเสียงลากออกมาค่ะ เวลาเรานั่งฟัง ต้องคอยสังเกตดู ไม่ใช่แค่ดังดีแล้ว นั้นคือดี

 

Record Ambient คือสถานที่ที่ทำการอัดเพลงค่ะ เวลาฟังเพลง จะสามารถบอกได้ไหมว่าเพลงนี้อัดที่ไหน เขาให้ฟังเพลงที่อัดในสถานที่ต่างๆ กันค่ะ มีอยู่เพลงหนึ่ง นัทไม่ทราบชื่อ เป็นเพลงแจ๊ส อัดเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในไนท์คลับแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค น่าจะอยู่ชั้นเบสเม้นท์ด้วย เพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน เสียงหัวเราะ เสียงแก้วแบบประมาณบาร์เทนเดอร์ผสมค็อกเทล เสียงรถแล่นผ่านใกล้ๆ แต่เหมือนมันแล่นมาบนๆ ไงไม่รู้ แล้วก็เสียงเปิดประตูแบบทางแถบโน้นใช้กัน ส่วนใหญ่เพลงสมัยนี้จะอัดในห้องอัด แต่นัทมีซีดีบางแผ่นที่เขาอัดในโรงแรมระหว่างทัวร์ ยังไม่เคยลองฟังแบบจริงจังซะที เพราะแผ่นนั้นซื้อมาตั้งแต่ 1996 และทะนุถนอมมาก เพราะเป็นวงโปรดแถมยังเป็นแผ่นแรกๆ ที่เก็บเงินซื้อเองของ Roxette ไว้จะเอามาฟังดู และที่ร้านก็มีพวก Phil Collins ที่เป็นไลฟ์ด้วย

ส่วนอีกเพลงเป็น Gospel คือเพลงสวด เขาอัดในโบสถ์แห่งหนึ่งในเดนมาร์ค ซึ่งใกล้ๆ จะมีทางรถไฟ ระหว่างอัดเกิดมีรถไฟวิ่งผ่าน ซึ่งลูกค้าท่านหนึ่งเกิดสังเกตพบเข้าเลยทราบค่ะ แต่ในโลกนี้จะมีแค่ไม่กี่ร้านที่สภาพห้องเดโมที่เอื้ออำนวยให้คนที่ไม่เคยฝึกฟังเพลงเดโมแบบนี้มาก่อนเจอจุดนี้ตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะต้องให้ทางคนเดโมคอนไกด์ให้ถึงจะเจอตั้งแต่ครั้งแรก แต่โชคดีที่ร้านใน All Seasons สภาพ acoustic ดีพอจะให้ลองได้ตั้งแต่ครั้งแรกเลยโชคดีไป

 

เพลงอีกเพลงที่เขานำมาให้ฟังเป็นเพลงที่ไม่ได้ฟังนานมากแล้วคือ Spanish Harlem ของ Rebecca Pidgeon เพลงนี้คนส่วนใหญ่จะไม่รู้จัก แต่สำหรับนักฟังเพลง พวกที่ต้องทดสอบลำโพง หรือชอบเพลงเฉพาะแนวนั้นจะรู้จักกันดี ด้วยจุดเริ่มต้นจะมีเสียงกลองที่ค่อยๆ ดังขึ้นมา แล้วตามด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของนักร้อง ต่อด้วยเปียโนที่บรรเลงเข้ามา ช่วงกลางเพลงนั้นจะมีไวโอลินบรรเลงสอดประสานกันอย่างลงตัว

 

***การแนะนำเพลงก่อนจะเริ่มต้นทดสอบก็มีส่วนสำคัญรายละเอียดที่เราจะบอกลูกค้าได้ว่าเราต้องการอะไรจากเพลงนี้และจะทะอะไรกันนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน และสไตล์การเดโมของคนๆ นั้น ซึ่งของนัทจะเป็นแนว entertain เสียมากกว่า แต่จะให้ข้อมูลที่คิดว่าจำเป็นสำหรับการตัดสินใจ

 

สิ่งสำคัญที่สุด ใครบอกว่า 3 มิติเป็นเรื่องของภาพล่ะ เสียงก็มี 3 มิติได้ถึงแม้คุณจะฟังลำโพงแค่ Stereo 2 ตัวก็เถอะ คุณเคยลองนั่งตั้งใจฟังเพลง แล้วบอกได้ไหมว่ากลองอยู่ตรงไหน กีตาร์ เปียโน ไวโอลิน และนักร้องยืนอยู่ที่ใดในสตูดิโอ ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของลำโพงระดับไฮเอนด์ก็คือจะให้คุณภาพที่ดีกว่าลำโพงทั่วไปมาก ทำให้การ picturing ง่ายกว่าเยอะ เพราะบางเพลงเปียโนไม่ได้อยู่กลาง หรือขวานะคะ แต่อยู่เอียงด้านขาว แบบเฉียงๆ บางเพลง นักร้องอยู่ซ้าย ไม่ใช่กลางอีก บางทีไวโอลินเดินจากซ้ายไปขวาด้วย แง่ง เพลงนั้นละจะบ้า เดินทำไมคะคุณ

 

 

ทั้ง 4 ข้อนี้คือการฟังเบื้องต้นค่ะ แต่จริงๆ จะมีข้อควรทำเวลาไปเลือกซื้อเครื่องเสียง + ทีวีอีกนิดหน่อย ลองอ่านดูนะคะ

- ควรนำซีดีไปลองเอง ถ้าคุณซื้อข้างถนนแบบแผ่นก๊อปประจำ ควรนำแผ่นก๊อปเหล่านั้นไปด้วย

- ตรวจดูให้แน่ใจว่าทางร้านไม่ได้แอบติดตัวซับ วูฟเฟอร์ไว้เพื่อเพิ่มเสียงเบส ซึ่งถ้าทำล่ะก็ น่าเกลียดมาก ขอประณาม

- ตัว Equalizer ต้องไม่ได้ปรับเพิ่มหรือลดบางคุณสมบัติไว้ค่ะ เช่น loudness อย่าออน อย่าบวกเพิ่มเสียงเบส เพราะจะทำให้เสียงเพี้ยน

- ลองเปิดดังแบบหูจะแตกดูว่าลำโพงทนได้ไหม แล้วลองเพลงร็อคดู

- จากนั้นลองเพลงเบาๆ แจ๊ส Vocal ที่แยกตัวดนตรีชัดเจน เสียงร้องเคลียร์ แนะนำ A Girl Meets Bossa ของ Olivia Ong ทั้ง 1-2 และชุด 3  Falling in Love with Olivia แต่ถ้าจะหาง่ายหน่อยก็ Kelly Sweet เพลง Raincoat ค่ะ พยายามฟังให้ชัดว่า เสียงเครื่องดนตรีชัดเจนไหม เพลงอย่าเปิดดัง เบาๆ พอ เพราะการเปิดดังเขาใช้ทดสอบเบสกับความทนของดอกลำโพง แต่เสียงเบาๆ เราใช้ฟังว่าเสียงสูง กลางต่ำครบไหม ดอกลำโพงสามารถสร้างเสียงครบไหม เสียงตีกันเองไหม

- ถ้าไปเลือกซื้อทีวี กรุณานำดีวีดีไปเองค่ะ เพราะถ้าคุณใช้แผ่นที่ร้าน อาจจะเจอแผ่นที่อัดพิเศษเพื่อทดลองในร้านได้ ซึ่งภาพจะดีกว่ามากๆๆๆๆๆ และเมื่อติดตั้งท่านจะล้มหมอนตายไปด้วยความเจ็บใจ

- ตรวจเครื่องเล่นว่าเป็นดีวีดีธรรมดาหรือ HDMI DVD Player, Blu-Ray, HD DVD หรือเปล่าถ้าไม่ใช่ดีวีดีธรรมดา กรุณาขอลองแบบธรรมดาค่ะ

- ขอดูภาพจากฟรีทีวี หรือยูบีซีด้วยค่ะ

- ถามเรื่องการประกันให้ดี

- ศูนย์รับซ่อม ถ้าให้ไปรับที่บ้านเวลาเสีย มีค่าบริการไหม ถ้าไม่มี นานเท่าไหร่

- มีบริการส่งและติดตั้งไหม

 

อย่าอาย เวลาไปเลือกซื้อของพวกนี้

อย่าหน้าบางเพราะของราคาไม่ใช่ร้อยเดียวนะคะ

ลองนำเนื้อหาในเอนทรี่นี้ไปใช้ดูค่ะ ทั้งการหัดฟังเพลงและเลือกซื้อทีวี+เครื่องเสียงด้วย เพราะฟังเป็นไว้ก็ไม่เสียหาย ยังดีกว่าไปโดนใครหลอกมาเพราะความไม่รู้นะคะ

 

แหะๆ ขอเพิ่มเป็น Recommended นิดนะคะ

edit @ 17 Apr 2008 21:04:28 by kurumi