thai

ขอต่อหน่อยนะ ยังมันอยู่จากเมื่อวาน http://forever16.exteen.com/20070201/final-score

หลังจากที่นั่งอ่านข้อมูลจากหนังสืออีกหลายเล่มก็ยิ่งรู้สึกทึ่งฝ่ายถ่ายทำแฮะ แต่ก่อนอื่นขอบ่น(ด่า)ระบบสอบปีที่แล้วหน่อยเหอะ

เนื่องจากโดยส่วนตัวรู้จักเด็กๆ รุ่นน้องหลายคนที่เอ็นทรานซ์ปีที่แล้ว ถึงแม้จะรู้จักจากทางเน็ต แต่ก็สนิทสนมกันดี ไม่ว่าเจ้าเพอร์ ปลา ... บางคนเครียดขนาดโทรติดต่อไม่ได้เป็นเดือนช่วงที่ประกาศคะแนนแล้วแต่มีปัญหาน่ะ บางคนมานั่งร้องไห้ บางคนบอกไม่เรียนแล้วมหาวิทยาลัยบ้าพวกเนี้ย ไปเรียนของเอกชนหรือภาคอินเตอร์ดีกว่า

ส่วนตัวรู้สึกโกรธในตอนแรก โมโหแล้วก็เกลียดค่านิยมที่ว่ามหาวิทยาลันรัฐเท่านั้นที่ดีพร้อมที่ทุกคนต้องเข้า คนที่จบจากที่นี่จะมีชีวิตที่ดีพร้อมกว่าพวกเอกชน พวกคุณจะบ้าเรอะ ค่านิยมห่วยๆ พวกพ่อแม่ที่ยึดติดกับความคิดเส็งเคร็งแบบนั้น คุณทำงานทุกวันนี้น่ะ เจอเด็กทำงานเก่งแต่พวกจบรัฐบาลเรอะ เอกชนห่วยใช่ไหม

ขอบอกเลยนะ ที่บริษัทน่ะเวลารับคนเข้าทำงาน เราไม่สนใจหรอกว่าจบรัฐหรือเอกชน ในหรือนอกประเทศ เราจะวัดจากความรู้ ความพร้อมในการทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีคิวต้องดี ควบคุมอารมณ์ต้องเก่ง รู้จักการเรียนรู้ อย่างเร็วที่สุด

ที่บริษัทน่ะทำงานประเภทนำเข้าสินค้าระดับสูง Hi-End ทั้งเครื่องเสียง เฟอร์นิเจอร์ ครัว ระบบไฟที่ Made to Order ราคาของโซฟาไม่ต่ำกว่า 3 แสน แค่โต๊ะตัวเล็กๆก็ปาเข้าไป 7-8 หมื่นแล้ว มีร้านที่พารากอนกับ All Seasons ลูกค้าระดับสูง คุณลองมาเจอลูกค้าเรื่องมากดูไหม คุณคิดว่าการที่จบจากรัฐหรือเอกชนจะช่วยได้มากแค่ไหนกัน

มันอยู่ที่ความพร้อมของคนค่ะ งานน่ะต้องการความรู้พื้นฐานและภาษาเท่านั้นแหละ เพราะพอรับเด็กเข้ามาเราก็ต้องเทรนใหม่อยู่ดี อันที่จริงเราเคยบ่นเรื่องนี้ในเอนทรี่นี้แล้วนะ http://forever16.exteen.com/20061005/the-devil-wears-pradaว่าการทำงานน่ะมันเป็นยังไง แต่ที่คิดจริงๆ ตอนนี้ก็คือเมื่อไหร่ค่านิยมพวกนี้จะหมดไปจากเมืองไทยเสียที

สงสารเด็กรุ่นนี้และรุ่นต่อๆ ไป

เข้าเรื่องหนังกันต่อ เมื่อวานพอพิมพ์จบก็มานั่งนึก อ้าวตาย ลืมพิมพ์หลายเรื่องเหมือนกันแฮะ ถ้าไงกลับไปอ่านเมื่อวานก่อนตามลิ้งค์ข้างบนก็ดีนะคะ

คนที่ยังไม่ได้ดูกรุณาข้ามค่ะ สปอยล์เยอะนะคะ

นักเรียนสอบ 330,000 รับประมาณ 40,000 คน

เอ่อ สมัยดิฉันสอบมันประมาณ 200,000 คน รับ ก็ประมาณเกือบ 40,000 คน เอ่อ ตัวเลขทำไมมันเพิ่มและลดขนาดนั้นล่ะ ไม่ถึงสิบปีดีเลยนะคะ หรือว่าเราแก่แล้วแฮะ

แล้วขนาดของสนามสอบ+จำนวนคนนั่นมันอะไรก๊านนนนนนนน ใหญ่ขนาดนั้นเลยเรอะ โอ้ คนไม่เคยเข้าสอบนี่อึ้งไปแล้วค่ะท่าน รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ดิ้นรนสอบ AFS จนได้ไปมาก็ตอนนี้แหละ

ที่ลุงบอกตอนต้อนว่าอยากเข้าแพทย์ แต่ตอนหลังกลับไปจบที่นิเทศนี่... คือค่อนข้างอึ้ง

หมายความว่าน้องเขาก็อีกคนใช่ไหมที่ไม่ทราบว่าจริงๆแล้วตัวเองทำอะไรได้แค่ไหน หรืออาจารย์แนะแนวไม่ได้คุยกันตั้งแต่ต้นว่าคะแนนมันสูงไปหรือต่ำไป

แล้วโบ้ท ที่อยากเรียนประมง ก็ดีใจด้วยที่ได้เรียนอย่างที่ชอบและอยากเรียน ยิ่งตอนที่ประกาศว่าได้แล้วหลังตรวจคะแนนมหาโหดนั่น ท่าทางที่วิ่งออกไปนี่บอกเลยว่าดีใจขนาดไหน ก็เข้าใจที่คุณพ่อเป็นห่วงน้องเขา แต่ที่บ้านก็ดีที่ปล่อยให้เลือกเองตามความต้องการ แต่ก็ให้ข้อคิดแนะแนวทางว่าอะไรเป็นยังไง

ส่วนเปอร์ ที่เครียดจนไม่เข้าสอบนั่น ก็เข้าใจว่าเครียด แต่พี่ว่าจริงๆ แล้วเข้าไปกามั่วก็ยังดีกว่าไหม เหมือนที่คุณแม่บอกว่า ข้อสอบพวกนี้ไม่มีคะแนนติดลบน่ะ แต่น้องเขาคงไม่ไหวจริงๆ เลยไม่เข้า

ส่วนบิ๊กโชว์ ที่เครียดจนขอระงับถ่ายทำน่ะ น่าสงสารมาก แต่ตอนหลังที่เห็นกลับมาตอนรับน้องนั่น เรียกได้ว่า เล่นเอาคนดูนั่งยิ้มกันเลยทีเดียว

ความจริงถ้าภาพที่ฉายตอนต้นๆ เรื่องที่เปอร์บอกเป็นโชว์ของเปอร์คุณภาพดีกว่านั้นสักหน่อยจะเป็นพระคุณมากเลย ดูแล้วปวดตา ตกลงทำหน้าแบบไหนกันแน่เนี่ย

โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าหนังเรื่องนี้จะสามารถทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาบ้างสักเล็กน้อยก็คงดี -->ซึ่งคงไม่มีความเป็นไปได้เลย

ถ้าคนที่ดูหนังเรื่องนี้มีลูก หลาน เพื่อน น้อง คนรู้จัก จะหันไปสอนว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต แต่สิ่งสำคัญคือการทำตนเป็นคนดี ไม่คดโกง พยายามทำงานทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ ถูกต้อง เท่านั้นประเทศไทยก็จะเจริญอีกเป็นล้านเท่าแล้ว เพราะเรามีคนดีในสังคม และคงจะสามารถลดจำนวนน้องๆ นักเรียนที่ต้องตกลงในวงจรนรกของความเชื่อเรื่องมหาวิทยาลัยรัฐคือที่สุดแห่งชีวิต เข้าไม่ได้คือชีวิตนี้จบสิ้นแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถกำจัดค่านิยมทุเรศนี้ให้หมดไปได้ หรืออย่างน้อยก็ลดลงบ้างก็ยังดี

วันนี้เป็นวันที่หนังเข้าวันแรก แล้วดันเข้าพร้อมกับ Curse of Golden Flower ซะอีก ก็สองจิตสองใจนะเนี่ย ว่าจะดูอะไร ตอนแรกว่าจะดูทั้งคู่เลยวันนี้ แต่เปลี่ยนใจ เพราะเวลาไม่พอ

อันที่จริงก็โอ้เอ้เองแหละค่ะ ทำโน่นนี่กว่าจะเสร็จก็เลยดูรอบที่ใกล้ที่สุดเล่นเอาคนที่ไปด้วยบ่นนิดหน่อย เพราะอยากดูกง ลี่ มากกว่า แต่เราเผด็จการจะดูอันนี้ เพราะเวลาใกล้กว่า กง ลี่น่ะดูแน่ แต่จะเอาแบบที่นั่งดีๆ นั่งสบายๆ จะได้เอนจอยกว่านี้ รอบที่มีมันไม่เอนจอยเท่าที่ควร คนล้นโรงเลย จะบ้าเรอะ หนังฟอร์มยักษ์ขนาดนั้น นั่งแบบไม่สบายได้ไง จะดูแบบสบายๆ น่ะ เข้าใจไหม

Final Score ท่านที่ยังไม่ได้ดูก็อ่านได้ในส่วนต้นนะคะ เพราะจะยังไม่สปอยล์ อันนี้คืออ่านมาจากหนังสือบ้าง ดูวีดีโอจาก you tube บ้างว่าเบื้องหลังเป็นไง แต่ดูแล้วนับถือมาก

แอน(หญิง)-ผู้กำกับ หลังจากจบหนังเรื่องนี้ เธอหนีไปนั่งสมาธิคนเดียวเป็นกิจวัตร (ไม่รู้บนบานไว้หรือปลงกับชีวิตเลยทำแบบนี้ ไม่แน่อาจจะบรรลุก็ได้นะคะ) --> สาธุ

หมู(ชาย)-ถ่ายภาพหลังแบกกล้องวิ่งอยู่ 365 วัน พอปิดกล้องก็โกนหัวออกบวชทันที(3 เดือน)แสดงว่าหนังเรื่องนี้ได้บุญสูงมากนะเนี่ย ทำให้คนละทางโลกหาทางธรรมอีก 1 คน สาธุ

กบ(ชาย)-ฝ่ายเสียง สงสัยว่าทำไมไม่ถ่ายในโรงเรียนสตรีมั่ง(วะ) --> เห็นว่าหลังถ่ายจบก็หายตัวไปเลยนี่คะ ตอนนี้หาตัวเจอหรือยังเนี่ย

แน็ต(ชาย)-ตัดต่อ เขาบอกว่าดูฟุตเตจ 1 ม้วน จะแก่ลง 1 ปี แล้วนี้ 300 ม้วน โหหน้า...มาเลยอ่ะ ในวีดีโออ่ะ (รู้สึกว่า 1 ม้วนจะยาว 1 ชั่วโมง)

ลูกปัด(หญิง)-ผู้จัดการกองถ่าย หลังปิดกลองเก็บของกลับไปทำอาหารขายที่บ้านต่างจังหวัด เรียกว่าลาขาดการทำหนังว่างั้นเหอะ

ผิง(หญิง)-ผู้ช่วยผู้จัดการกองถ่าย เชื่อว่าหลังจบหนังเรื่องนี้ ไม่มีอะไรในโลกานี้ที่เราจะทำไม่ได้ เลยเปลี่ยนอาชีพตัวเองไปเป็นสาวโรงงานกระดาษ --> เอ่อ คิดได้เยี่ยมมากค่ะท่าน เห็นด้วยอย่างรุนแรงว่า ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่ท่านทำไม่ได้ หลังนรก 365 วันที่ท่านๆ ผจญมาแล้วแบบนี้

โบว์(หญิง)-ตัดต่อ หลังจบงาน คุณเธอโกนหัวสกินเฮด แล้วคุยกับต้นไม้ดีกว่าคนฮ่ะ บางทีคุยกับแมว บอกว่าก็มันเครียดเลยต้องระบาย

กองถ่ายหนังเรื่องนี้มี 7 คนโปรดอ่านสภาพแต่ละคนที่ทุ่มเทกับงานจน... อย่างที่เห็นข่างบน

วันก่อนอ่านหนังสือหนังเล่มหนึ่ง เขาบอกว่าตอนแรกทีมงานก็ไม่ทราบสาเหตุที่คุณแม่ของเปอร์ยอมให้ถ่ายทำ ปรากฎว่าถ่ายไปสักพักก็เก็ตว่า เพราะแม่เป็นครู และลูกอยู่ในวันหัวเลี้ยวหัวต่อ เกเรง่าย ถ้ายอมให้ถ่ายก็เหมือนมี 7-11 มาคอยช่วยดูแลควบคุมความประพฤติลูกชายให้หนีเรียนไม่ได้ เกเรไม่ได้ แม่จะได้เบาใจ แถมเป็นม. 6 อีก เหตุผลนี้ ขอบอกเลยว่าเพราะคนๆ นี้เป็นแม่ แม่ที่รักลูก เลยยอมเสียสละทุกอย่างแม้ความเป็นส่วนตัวเพื่อลูกจะได้ดี

เคยเอาคำถามพี่ติ๋วว่า พี่ติ๋วรู้ไหมทำไมแม่เปอร์ถึงยอมให้เขาตามถ่ายลูกชาย+อยู่ในบ้านตั้งปีแบบนี้

พี่ติ๋วบอกไม่รู้

พอบอกว่าเพราะอะไร พี่เขาบอกเลยว่าเพราะแม่เป็นแม่ไง มีแต่คนเป็นแม่เท่านั้นแหละที่จะคิดแบบนี้ได้ นัทก็เห็นด้วย และคิดว่าเปอร์ก็คงจะรู้ซึ้งแล้วตอนนี้เช่นกัน

เห็นว่าคนที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ทั้งกอง เครียดไปกับน้องๆ ด้วย ไม่ว่าวันสอบ วันประกาศผล คือเรียกว่าเครียดเหมือนเป็นคนในครอบครัวอีกคนเลยทีเดียว เพราะตามถ่ายกันมาเป็นปีแบบนั้น ไม่เครียดด้วยก็ไม่รู้แล้วล่ะ

เล่าเรื่องคนตัดต่อก่อนนะคะ เขาเขียนว่าคนตัดต่อย้ายที่ตัด 3 ครั้ง ตอนแรกเช่าห้อง แล้วย้ายไปที่ห้องตัดต่อหรือไงเนี่ยแหละ ต่อมามีคนซื้อบ้าน(รู้สึกจะแน็ต ขอไปค้นเดี๋ยว)เลยยกพวกไปกินนอนตัดมันที่นั้นเลยแถมตอนหลังคุณเก้ง จิระก็มาช่วยกันทำที่นั่น -->เอ่อ ถ้าไม่ซื้อบ้านนี่พวกพี่คงไปนอนในห้องตัดต่อแทนใช่ไหมคะ

รู้สึกจะStarpic มั้งที่ไปถามคนตัดต่อว่า ที่ว่าตัดต่อ 7 เดือนจริงไหม เลยโดนโวยว่า 7 เดือนอะไร ตัดอยู่ 1ปีกับ 4 เดือนนี่แหละ O_Oโหพี่เป็นหนู หนูลาตายไปแล้ว เยอะขนาดนั้น

เป็นหนังที่ใช้ฟิล์ม 300 ม้วน ไม่อยากคิด และไม่อยากทราบว่าในกี่ชั่วโมงกัน เห็นจากภาพใน you tube ว่าใช้กล้องจากมือถือถ่ายด้วย มิน่าคุณภาพบางฉากถึงไม่ดีขนาดนั้น

ที่ติดใจมีอยู่ 2 ฉาก ฉากแรกที่ไปเที่ยวทะเลกัน แล้วนั่งล้อมวงว่าใครอยากเป็นอะไร เอาแค่ฝันก็พอนั่น ดูแล้วมองย้อนตัวเองนิดๆ ตอนนั่งในโรง ว่าตอนม. 6 เราไม่ได้คิดแฮะ เพราะตอนขึ้นม. 6 นี่นับถอยหลังไปอเมริกาลูกเดียว เพราะติด AFS. แต่ถ้ามีคนถามก็จะตอบว่าทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษที่ต้องติดต่อกับคนเยอะๆ แน่นอน หรือไม่ก็เอา Import-Export เพราะโตมากับทางนี้ และชอบภาษา แต่น้องๆ ในหนังล่ะ ทำไมตอบไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่าระบบการศึกษาของไทยมันล่มขนาดนั้นแล้ว

อีกฉากก็คือฉากที่เขาถามกันว่า ความรู้คืออะไร ถ้าถามเรา เราก็คง ความรู้ก็คือความรู้ไง กำปั้นทุบดินนี่แหละ แม้แต่อาจารย์ยังตอบว่า ความรู้คือทุกสิ่งเลย แล้วเราจะเอาอะไรกับการศึกษาล่ะ

ตนที่ยังไม่ได้ดูกรุณาข้ามจากนี้ไปนะคะ เพราะจะสปอยล์ล่ะนะ

เด็กโรงเรียนสวนกุหลาบ ชั้นม. 6 ที่กำลังจะเอ็นฯ เมื่อปีที่แล้ว ที่ใช้ O-Net, A-Net เป็นปีแรก เป็นการเกาะติดชีวิตพวกเขา ทั้งการเรียน ครอบครัว เพื่อน เรียนพิเศษ

พอผลการสอบครั้งที่ 1 ออกมา บางคนคะแนนโอเค แต่บางคนก็ไม่ดีเช่นบิ๊กโชว์ที่ ได้เลข 27 ถึงกับร้องไห้ออกมาเลย เล่นเอาเราน้ำตาซึมไปด้วย

เปอร์ที่เครียดถึงกับไม่เข้าสอบวิชาสังคม (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) ตอนเดือนธันวาคม

โบ้ทที่อยากเรียนประมง แต่ที่บ้านอยากให้เลือกบัญชี แต่สุดท้ายก็เลือกประมงอันดับ 4

พอผลสอบครั้งที่ 2 ออกมาปรากฎว่าผลดีทุกคน แต่ก็อย่างที่ทราบกัน ต้องทบทวนคะแนน ตรวจกันใหม่ วุ่นวาย น้องๆ เครียดกันจนบิ๊กโชว์ของดการถ่ายทำ

นี่ผู้ใหญ่จะทราบไหมว่าผลของคุณทำลายเด็กๆ แค่ไหนน่ะ หา

สรุป ทุกคนได้เรียนมหาวิทยาลัย เพียงแต่มีคนเรียนเอกชน 1 คน แต่เอกชนแล้วไง ถ้าทุกคนจบออกมามีคุณภาพ ทำงานได้ เป็นคนดีก็พอแล้วนี่ คุณจะเอาอะไรกับปริญญาของรัฐหรือเอกชน มันสำคัญที่คนค่ะ

เลิกค่านิยมเรียนมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชนได้แล้ว เมืองไทยมันย่ำอยู่กับที่เพราะค่านิยมห่วยๆ แบบนี้น่ะแหละ


edit @ 2007/02/02 12:41:28

ไปดูมาแล้ว อืม ชอบเด็กที่เล่นเป็นมณีจันทร์อ่ะ น่ารักดี แล้วก็เด็กที่เล่นเป็นบุญทิ้งก็เล่นเก่งนะ แต่หน้าคุ้นๆ เล่นเรื่องไหนหนอ สุดสาครป่ะ? ไม่แน่ใจ แต่เด็กที่เล่นเป็นพระองค์ดำก็เก่งนะ เราว่าการคัดตัวแสดงคราวนี้ทำได้ดีเลยล่ะ สำหรับชุดเด็กเนี่ย

แต่ต้องรอดู 3 ภาค โฮกกกกกก ต้องตามกันนานเลยสิคะท่าน แต่เอาเหอะ หนังไทยดีๆ นานๆ ทีมีให้ดูแบบไม่มีติมากก็โอเคนะ

แต่ไม่ชอบตอนตัดฉากเลย ที่ทำสีขาวๆ แล้วแว้บอ่ะ เอาแบบสุริโยไทไม่ได้เหรอคะ มันน่าดูกว่าเยอะเลย แบบนี้เหมือนไม่ต่อเนื่องเลย อืมมม